บิทคอยน์พุ่งทะลุ $98,000 หลังจากเอริค ทรัมป์ ส่งสัญญาณสนับสนุน
บิทคอยน์ (BTC) ทะยานขึ้นเหนือระดับ $98,000 ในวันพฤหัสบดี ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากเอริค ทรัมป์ บุตรชายของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียแนะนำว่าถึงเวลาที่แพลตฟอร์มคริปโตของครอบครัวเขา “World Liberty Financial” ควรลงทุนในบิทคอยน์
ในช่วงที่ราคาบิทคอยน์พุ่งขึ้น มูลค่าตลาดของมันแตะระดับ $1.94 ล้านล้านดอลลาร์ โดยมีปริมาณการซื้อขายใน 24 ชั่วโมงล่าสุดอยู่ที่ $44.58 พันล้าน แม้ว่าปริมาณการซื้อขายจะลดลงถึง 32.51% แต่ราคาของบิทคอยน์ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง $97,800 ถึง $98,100 แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของตลาด
### ความเคลื่อนไหวของตลาดคริปโต
แม้ว่าบิทคอยน์จะปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง แต่ตลาดคริปโตก็ยังคงมีความผันผวน โดยมีช่วงของการปรับฐานและการฟื้นตัวที่รวดเร็ว สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากทั้งนักลงทุนสถาบันและรายย่อย
ขณะเดียวกัน อีเธอเรียม (ETH) กลับเผชิญกับแรงเทขายอย่างหนักในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศนโยบายขึ้นภาษี ส่งผลให้ ETH ร่วงลงถึง 37% จากระดับสูงสุดเมื่อวันที่ 31 มกราคม นับเป็นการลดลงที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของมัน ซึ่งแตกต่างจากบิทคอยน์ที่ยังสามารถรักษาระดับราคาไว้ได้
### การสนับสนุนจากภาครัฐและนักลงทุนระยะยาว
นอกจากนี้ เดวิด แซคส์ ที่ปรึกษาด้าน AI และคริปโตของรัฐบาลทรัมป์ ยังเปิดเผยว่าทีมงานกำลังพิจารณาสร้าง “ทุนสำรองบิทคอยน์เชิงยุทธศาสตร์” อย่างไรก็ตาม แม้ว่าข่าวนี้จะสร้างความตื่นเต้นในช่วงแรก แต่นักลงทุนบางส่วนก็ผิดหวัง เนื่องจากยังไม่มีการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม
ข้อมูลจากบล็อกเชนระบุว่า แม้ความสนใจจากนักลงทุนรายย่อยจะลดลง แต่กลุ่มนักลงทุนระยะยาวยังคงถือครองบิทคอยน์เป็นหลัก สัดส่วนของบิทคอยน์ที่ถือโดยนักลงทุนกลุ่มนี้ยังคงมีเสถียรภาพ โดยบางครั้งจะมีการขายทำกำไรเมื่อราคาพุ่งสูงขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงรูปแบบการเคลื่อนไหวของตลาดที่เป็นวัฏจักร
### แนวโน้มทางเทคนิค
ดัชนีทางเทคนิคชี้ให้เห็นว่าบิทคอยน์อาจเข้าสู่ช่วงพักตัว โดย MACD แสดงสัญญาณการอ่อนแรง ขณะที่ RSI อยู่ที่ระดับ 52.22 ซึ่งหมายความว่าตลาดยังไม่เข้าสู่ภาวะขายมากเกินไป (Oversold) ทำให้มีโอกาสที่ราคาจะปรับตัวขึ้นต่อไปได้ในอนาคต
แม้ว่าตลาดคริปโตจะมีความผันผวนสูง แต่กลุ่มผู้ถือครองระยะยาวยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยรักษาเสถียรภาพของบิทคอยน์ ซึ่งอาจนำไปสู่แนวโน้มขาขึ้นต่อไปในอนาคต








