ตลาดคริปโตเผชิญกับความตื่นตระหนกครั้งใหญ่เมื่อมีการแฮกกระเป๋าเงินของ ByBit และขโมย Ethereum (ETH) จำนวน 401,346.76 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคา ETH ร่วงลง 8% ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ อย่างไรก็ตาม ความกังวลของนักลงทุนเริ่มคลี่คลายหลังจาก ByBit ยืนยันว่ากองทุนของลูกค้ายังคงปลอดภัย
### **ByBit กู้เงินฉุกเฉิน 1.3 พันล้านดอลลาร์เพื่อรับมือวิกฤติ**
เพื่อชดเชยความเสียหายจากการแฮกครั้งนี้ ByBit ได้ขอสินเชื่อฉุกเฉิน (bridged loan) จากหลายแพลตฟอร์มคริปโต โดยกลไกของสินเชื่อนี้คือ ByBit กู้ ETH มาแล้วขายออกไปก่อน พร้อมวางแผนซื้อคืนในราคาที่ถูกลงในอนาคต
อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์นี้มีความเสี่ยงสูง หากราคา ETH พุ่งขึ้นแทนที่จะลดลง ByBit อาจต้องจ่ายเงินคืนในจำนวนที่สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลเสียต่อสภาพคล่องของบริษัทและต้นทุนของคู่ค้าทางการเงิน
นักวิเคราะห์คริปโตชื่อ Zaheer ระบุว่า ByBit ได้ทำสัญญา short position มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ผ่านสินเชื่อดังกล่าว หมายความว่าพวกเขาคาดว่าราคา ETH จะลดลงเพื่อให้สามารถซื้อคืนได้ถูกลง
ซีอีโอของ ByBit ออกมายืนยันผ่านไลฟ์สตรีมว่า พวกเขาสามารถกู้คืนเงินที่ถูกแฮกได้ 80% ผ่านสินเชื่อฉุกเฉินนี้ เพื่อรักษาสภาพคล่องในช่วงเวลาวิกฤติ
### **ผลกระทบต่อราคา Ethereum**
DeepSeek AI ได้คาดการณ์ถึง 4 สถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากสินเชื่อฉุกเฉินนี้ โดยดูจากกราฟราคา ETH ราย 4 ชั่วโมง พบว่าราคาเคยร่วงลงไปที่โซน $2,765 – $2,522 ระหว่างวันที่ 3 – 21 กุมภาพันธ์
ขณะนี้ ตลาดคริปโตเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น หาก Bitcoin (BTC) สามารถพุ่งไปแตะ $100,000 และไม่ถูกเทขาย นักลงทุนอาจได้เห็นการฟื้นตัวของตลาดโดยรวม ซึ่งในกรณีนี้ Ethereum อาจพุ่งไปที่ระดับแนวต้านสำคัญที่ $3,017 ตามการคาดการณ์ปี 2025
หากแนวโน้มเป็นขาขึ้น จุดต้านต่อไปอยู่ที่ $3,119 และ $3,300 ซึ่งเป็นโซนแนวต้านสำคัญตาม VWAP ของไตรมาส 4 ปี 2024
แต่หากราคา ETH หลุดแนวรับสำคัญที่ $2,621 อาจเกิดแรงเทขายมหาศาล ทำให้ราคาดิ่งลงไปที่ระดับ $2,100 หรือแม้แต่ $2,044 โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากแฮกเกอร์เริ่มเทขายเหรียญที่ถูกขโมยมา ซึ่งอาจทำให้ราคา ETH ร่วงไปแตะระดับจิตวิทยาที่ $2,000 ซึ่งเป็นโอกาสดีในการเข้าซื้อในราคาถูก
### **ความเสี่ยงและโอกาสของตลาด**
เหตุการณ์แฮก ByBit ตอกย้ำถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในวงการคริปโต แต่ขณะเดียวกัน ก็แสดงให้เห็นว่าแพลตฟอร์มสามารถรับมือกับวิกฤติได้อย่างไร แม้ว่าสินเชื่อฉุกเฉินมูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์จะช่วยรักษาเสถียรภาพให้กับ ByBit แต่ราคาของ ETH ยังคงเผชิญกับความเสี่ยงสองด้านคือ
1. แรงเทขายจากแฮกเกอร์
2. ความผันผวนจากการต้องชำระคืนสินเชื่อ
แม้ว่าตลาดจะมีความผันผวนในระยะสั้น นักลงทุนควรให้ความสำคัญกับการฟื้นตัวในระยะยาว ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักหลายประการ
ณ ขณะนี้ มีรายงานว่าแฮกเกอร์ได้โอน 5,000 ETH ไปยังบริการมิกเซอร์เพื่อฟอกเงิน ตามข้อมูลจากนักวิเคราะห์บล็อกเชนชื่อดัง ZachXBT
ตลาดคริปโตยังคงต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดว่าเหตุการณ์นี้จะส่งผลต่อราคา Ethereum และแนวโน้มตลาดในอนาคตอย่างไร








