ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้โลกต้องตะลึงด้วยการประกาศว่ารัฐบาลสหรัฐฯ กำลังลงทุนในกองทุนสำรองคริปโต ซึ่งรวมถึง Bitcoin, Ethereum, XRP, Solana และ Cardano นอกจากนี้ ทำเนียบขาวยังเตรียมจัดการประชุมสุดยอดด้านคริปโตในวันศุกร์ เพื่อสนับสนุนนโยบายที่ส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยี ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคทองของคริปโตในอีกสี่ปีข้างหน้า
แต่เรื่องนี้จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่?
แม้ว่าการสนับสนุนจากรัฐบาลจะช่วยให้คริปโตเป็นที่ยอมรับในกระแสหลักมากขึ้น แต่สิ่งที่อุตสาหกรรมบล็อกเชนต้องการจริง ๆ เพื่อเติบโตคือ “พลังงาน” และมันต้องใช้พลังงานจำนวนมหาศาล
### คริปโตและ AI ต้องใช้พลังงานมากแค่ไหน?
รายงานล่าสุดเผยว่า Bitcoin เพียงสกุลเดียวใช้พลังงานมากถึง 175 เทราวัตต์ชั่วโมงต่อปี ซึ่งเทียบเท่ากับการใช้พลังงานทั้งประเทศไอร์แลนด์!
ทุกครั้งที่มีการทำธุรกรรมบนบล็อกเชนสาธารณะ เช่น Bitcoin จะต้องผ่านกระบวนการขุด (mining) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ต้องใช้พลังงานสูงมาก หากรัฐบาลต้องการสร้างกองทุนสำรองคริปโตอย่างจริงจัง ย่อมต้องมีแผนรองรับการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ
ยิ่งไปกว่านั้น สหรัฐฯ ยังมีเป้าหมายอื่น ๆ ที่ต้องใช้พลังงานสูงเช่นกัน โดยเฉพาะการแข่งขันกับจีนในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) สหรัฐฯ ต้องการเป็นผู้นำในด้าน AI ไม่ใช่แค่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มผลิตภาพ แต่ยังเพื่อให้แน่ใจว่าเทคโนโลยีใหม่นี้จะถูกพัฒนาไปตามค่านิยมของโลกเสรี ไม่ใช่ตามแนวคิดของจีน
แต่ AI ก็เป็นอีกเทคโนโลยีที่ต้องใช้พลังงานมหาศาล รายงานจากสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ระบุว่า ศูนย์ข้อมูล (Data Centers) จะเพิ่มการใช้พลังงานเป็นสองเท่าภายในปี 2026 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการขุดคริปโตและการประมวลผล AI อีกทั้งบริษัท NVIDIA เองก็คาดการณ์ว่าจะสร้างเซิร์ฟเวอร์จำนวนมากพอที่จะใช้ไฟฟ้าถึง 85.4 เทราวัตต์ชั่วโมงต่อปีภายในปี 2027
เมื่อรวมกับแนวโน้มการเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า และนโยบายของทรัมป์ในการดึงภาคการผลิตกลับสู่สหรัฐฯ ความต้องการพลังงานของประเทศจึงกำลังจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
### แค่ขุดน้ำมันอย่างเดียวไม่พอ สหรัฐฯ ต้องมีแผนพลังงานรอบด้าน
แม้ว่าทรัมป์จะสนับสนุนแนวคิด “ขุดเลย! ขุดเข้าไป!” (Drill, baby, drill) แต่พลังงานจากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติก็ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด อีลอน มัสก์ เคยประกาศในปี 2021 ว่า Tesla จะรับ Bitcoin เป็นช่องทางการชำระเงิน แต่ต่อมาเขาต้องเปลี่ยนใจ เพราะตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในการขุด Bitcoin
หากสหรัฐฯ ต้องการเป็นผู้นำทั้งในด้านคริปโตและ AI ประเทศจะต้องผลิตพลังงานเพิ่มขึ้น ในราคาที่ถูกลง และที่สำคัญที่สุด ต้องเป็นพลังงานสะอาด
### พลังงานสะอาดคือคำตอบ
รัฐบาลควรสนับสนุนทุกแหล่งพลังงานที่เป็นไปได้ ตั้งแต่น้ำมัน ก๊าซ ไปจนถึงพลังงานความร้อนใต้พิภพ (Geothermal) ซึ่งเป็นพลังงานที่มั่นคงและปลอดคาร์บอน
นอกจากนี้ รัฐบาลควรให้แรงจูงใจด้านภาษี เช่น การลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ที่ติดตั้งระบบพลังงานสะอาดในบ้าน อย่างแผงโซลาร์เซลล์หรือปั๊มความร้อน ยิ่งประชาชนผลิตไฟฟ้าใช้เองมากเท่าไหร่ พลังงานส่วนกลางก็จะเหลือมากขึ้นสำหรับอุตสาหกรรมที่จำเป็น เช่น ศูนย์ข้อมูลและภาคการผลิต
### พลังงานนิวเคลียร์ก็เป็นทางเลือกสำคัญ
ปีที่แล้ว มีการประกาศว่ารัฐบาลจะฟื้นฟูโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Three Mile Island ให้กลับมาใช้งานได้ภายในปี 2028 ซึ่งเป็นข่าวดี สหรัฐฯ ควรเร่งปรับปรุงและเปิดใช้งานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ให้มากที่สุด รวมถึงสำรวจเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactors – SMRs) ที่สามารถผลิตไฟฟ้าจำนวนมากโดยไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก
### อนาคตของคริปโตและ AI ขึ้นอยู่กับพลังงาน
การประชุมสุดยอดคริปโตของทำเนียบขาวจะหารือหลายประเด็น ตั้งแต่กฎระเบียบเกี่ยวกับกองทุนสำรองคริปโต ไปจนถึงว่ารัฐบาลควรลงทุนในเหรียญไหนบ้าง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ นโยบายทั้งหมดนี้จะเป็นจริงได้ก็ต่อเมื่อสหรัฐฯ มีแผนพลังงานแบบรอบด้าน ที่สามารถรองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นได้อย่างยั่งยืน








