
เนื้อหาที่เชื่อถือได้ ได้รับการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญในวงการและทีมบรรณาธิการมากประสบการณ์
การถกเถียงกันมานานว่า Ethereum (ETH) จะสามารถแทนที่ Bitcoin (BTC) ได้หรือไม่ กำลังเข้าสู่มุมมองใหม่ เมื่อ Hunter Horsley ซีอีโอของ Bitwise ออกมาแสดงความเห็นว่า Ethereum ไม่ควรถูกมองว่าเป็นคู่แข่งโดยตรงของ Bitcoin แต่ควรพิจารณาว่า ETH มีบทบาทสำคัญในการแข่งขันกับระบบการเงินและเทคโนโลยีแบบดั้งเดิมมากกว่า
Horsley อธิบายว่า การมองว่าเหรียญดิจิทัลทุกเหรียญเป็นแค่ของเหมือนกันที่ต่างกันแค่ขนาดหรือมูลค่าในตลาด กำลังกลายเป็นแนวคิดที่ล้าสมัย เขาคาดว่าในอีก 6-12 เดือนข้างหน้า อุตสาหกรรมคริปโตจะเปลี่ยนโฟกัสจาก “แนวคิดจัดอันดับเหรียญ” มาเป็นการมองหาคุณสมบัติเฉพาะและประโยชน์ใช้งานของแต่ละบล็อกเชน
เขาเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดขึ้นว่า เหมือนกับแอปพลิเคชันบนมือถือ แม้จะอยู่บนระบบปฏิบัติการเดียวกัน แต่แต่ละแอปก็มีหน้าที่ต่างกัน บล็อกเชนก็เช่นเดียวกัน แม้จะใช้เทคโนโลยีพื้นฐานคล้ายกัน แต่ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาต่างกัน
Bitcoin ยังคงเป็นผู้นำด้าน “เงินดิจิทัลแบบกระจายศูนย์” และ “สินทรัพย์เก็บมูลค่า” แต่ Ethereum กำลังสร้างตัวเองให้เป็นแพลตฟอร์มเปิดสำหรับการเงินแบบโปรแกรมได้ (programmable finance), แอปพลิเคชันกระจายศูนย์ (dApps) และบริการที่ใช้โทเค็น ซึ่งเป็นการขยายขอบเขตการใช้งานไปไกลกว่าการเป็นแค่เงินดิจิทัล
แนวคิดนี้ทำให้เห็นว่า Ethereum ไม่ได้พยายามจะแข่งกับ Bitcoin โดยตรง แต่กำลังสู้กับระบบเก่า เช่นซอฟต์แวร์ทางการเงินแบบดั้งเดิม และเทคโนโลยี Web2 ที่เริ่มล้าสมัย
นักวิเคราะห์ตลาดคริปโตที่ใช้ชื่อว่า ‘Crypto Xlarge’ บนแพลตฟอร์ม X ก็สนับสนุนแนวคิดนี้ โดยกล่าวว่า Bitcoin เป็นผู้จุดกระแสคริปโต แต่ Ethereum คือพลังที่จะพาโลกเข้าสู่ยุคใหม่ของเทคโนโลยี
เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า Ethereum เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักสำหรับเทคโนโลยีกระจายศูนย์ยุคถัดไป เช่น Web3, NFT, DAO และ AI โดยเปรียบเทียบว่าตอนนี้ Ethereum อาจอยู่ในจุดเปลี่ยนที่คล้ายกับ Bitcoin ในปี 2013 ซึ่งหมายความว่าผู้ที่เข้ามาใช้ ETH ตั้งแต่ตอนนี้ อาจได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าในอนาคต
สรุปได้ว่า แนวโน้มของวงการคริปโตเริ่มเปลี่ยนจากการให้ความสำคัญกับราคาหรืออันดับ มาเป็นการเข้าใจหน้าที่จริงและศักยภาพระยะยาวของแต่ละโปรเจกต์บล็อกเชนอย่างแท้จริง







