Home การเข้ารหัสลับ อินเดียเร่งพัฒนา AI-แฟชั่น-คริปโต ดึงนักลงทุนทั่วโลก

อินเดียเร่งพัฒนา AI-แฟชั่น-คริปโต ดึงนักลงทุนทั่วโลก

51
0

ดีลใหญ่กำลังเกิดขึ้นในโลกแฟชั่นส่งเร็ว เพราะนักลงทุนเริ่มหันมาให้ความสนใจกับโมเดลธุรกิจที่เน้นส่งเสื้อผ้าทันเทรนด์แบบรวดเร็วทันใจ คล้ายกับบริการส่งของชำที่เคยเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคมาแล้ว

บริษัทหน้าใหม่ในวงการอย่าง Knot จากมุมไบ เพิ่งระดมทุนได้ถึง 3 ล้านดอลลาร์ นำโดย Kae Capital และนักลงทุนจาก Sparrow Capital รวมถึงผู้ก่อตั้งแบรนด์แฟชั่นชื่อดังอย่าง Snitch, Souled Store และ Bonkers Corner โดย Knot เตรียมขยายไปยังเมืองใหญ่ เช่น เดลี เบงกาลูรู และปูเน่

Archit Nanda ผู้ร่วมก่อตั้ง Knot บอกว่า “ตอนนี้คนไม่ได้ช้อปแบบเดินดูเฉยๆ อีกต่อไป แต่ซื้อของเพราะอารมณ์ เหตุการณ์ หรือเทรนด์จาก Instagram” ซึ่งแนวคิดนี้ทำให้โมเดลธุรกิจแฟชั่นส่งเร็วได้รับความสนใจจากนักลงทุน เพราะตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความเร็วและเทรนด์มาเป็นอันดับแรก

Coursera มองว่าอินเดียมีศักยภาพจะกลายเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของแพลตฟอร์มภายในปี 2026 โดย CEO Greg Hart เผยว่า แม้จะมีผู้ใช้งานถึง 30 ล้านคน และเติบโตปีละ 20% แต่กลับยังติดอันดับ 46 ด้านความพร้อมด้าน AI

ปัญหาไม่ใช่จำนวนคน แต่คือทักษะเฉพาะทาง โดยเฉพาะในด้าน Generative AI ที่ยังขาดความเชี่ยวชาญ ทั้งที่อินเดียมีบุคลากรด้านไอทีจำนวนมาก ซึ่งหากเติมเต็มช่องว่างนี้ได้ อาจเพิ่ม GDP ได้ถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030

Hart กล่าวเสริมว่า “อินเดียมีพื้นฐานที่แข็งแรง แค่ต้องต่อยอดด้วย AI เพื่อสร้างแรงงานแห่งอนาคต”

ในขณะที่การแข่งขันด้าน AI ทั่วโลกกำลังดุเดือด Mark Zuckerberg ซีอีโอของ Meta ก็ออกมาปฏิเสธเสียงวิจารณ์ว่าบริษัทใช้เงินมหาศาลเพื่อดึงดูดนักวิจัย AI โดยชี้ว่าที่จริงแล้ว นักวิจัยเลือก Meta เพราะมีเครื่องมือและทรัพยากรคอมพิวเตอร์ระดับสูงให้ใช้งานมากกว่า

Meta ลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในบริษัท AI อย่าง Scale AI และยังดึงตัวบุคลากรระดับแถวหน้าจาก OpenAI, DeepMind และ Apple มาร่วมทีม พร้อมเปิดตัว Meta Superintelligence Lab เพื่อเดินหน้าวิจัย AI ระดับสูง

Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI ที่ร่วมงานกับ Masayoshi Son แห่ง SoftBank ก็เสริมว่าทั่วโลกกำลังต้องการเทคโนโลยี AI อย่างมาก และเมื่อเทคโนโลยีถูกลง ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น

ในฝั่งของนักลงทุนระดับสูงและครอบครัวเศรษฐีในอินเดีย กระแสคริปโตกำลังมาแรง เนื่องจากสินทรัพย์แบบดั้งเดิมอย่างหุ้น ทองคำ และพันธบัตรให้ผลตอบแทนต่ำในระยะสั้น

แรงผลักดันหลักคือท่าทีหนุนคริปโตของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐ Donald Trump ที่ช่วยให้ Bitcoin พุ่งเกิน $120,000 ภายในปีเดียว และทำให้นักลงทุนอินเดียเริ่มเปลี่ยนคำถามจาก “ทำไมต้องคริปโต?” เป็น “จะลงทุนเท่าไหร่ดี?”

ข้อมูลจาก CoinDCX ชี้ว่า นักลงทุนที่ถือคริปโตมูลค่า 50 แสนถึง 1 ล้านรูปีขึ้นไป คิดเป็นเกือบครึ่งของปริมาณการซื้อขายบนแพลตฟอร์ม ขณะที่ Mudrex เผยว่า Bitcoin, Ethereum และ Solana เป็นสินทรัพย์หลักของพอร์ตนักลงทุนรายใหญ่ คิดเป็น 70% ของพอร์ตโดยรวม

อินเดียยังเป็นผู้นำด้านการใช้งานคริปโตในปี 2024 ด้วยจำนวนผู้ถือคริปโตถึง 119 ล้านคน หรือเกือบ 20% ของผู้ใช้งานทั่วโลก แม้กลุ่มรายย่อยจะมีจำนวนมาก แต่เม็ดเงินหลักยังมาจากกลุ่มทุนใหญ่

HCLTech กำลังเร่งปรับตัวตามกระแสเทคโนโลยี โดยเตรียมกันสัดส่วนประมาณ 15% ของการจ้างงานเด็กจบใหม่ สำหรับตำแหน่งเฉพาะทางและเกี่ยวกับ AI

Ram Sundararajan ประธานฝ่ายบุคคลของบริษัทเผยว่า “เราเห็นว่าประมาณ 15-20% ของแรงงานใหม่มีความพร้อมด้าน AI และเรากำลังอยู่ในระดับนั้น”

บริษัทได้เริ่มสร้างกลุ่มวิศวกรระดับ “เอไลท์” โดยเสนอเงินเดือนเริ่มต้นสูงกว่าปกติถึง 3-4 เท่า และสัดส่วนนี้อาจเพิ่มขึ้นเป็น 20% หากมีบุคลากรที่เหมาะสมเพียงพอ

ในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2026 HCLTech รับเด็กจบใหม่เข้าทำงาน 1,984 คน ทำให้พนักงานรวมทั้งหมดอยู่ที่ 223,151 คน ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน ขณะที่อัตราการลาออกลดลงเหลือเพียง 12.8% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบหลายปี

W88 ร่วมสนุกกับการเดิมพันและเกมคาสิโนที่ดีที่สุด เพลิดเพลินกับกีฬาสด, สล็อต, โป๊กเกอร์ และอื่นๆ สมัครวันนี้เพื่อรับรางวัลสุดพิเศษ พร้อมความบันเทิงที่ไม่หยุดยั้ง!

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here