ปีเตอร์ ธีล (Peter Thiel) นักลงทุนพันล้านชื่อดัง ได้เข้าซื้อหุ้น 9.1% ของบริษัท BitMine Immersion Technologies ซึ่งเป็นบริษัทโครงสร้างพื้นฐานด้านคริปโตที่มี ทอม ลี (Tom Lee) ผู้ก่อตั้ง Fundstrat เป็นผู้นำ ตามรายงานจากเอกสารของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC)
ในการซื้อหุ้นครั้งนี้ ธีลมีอำนาจร่วมในการลงคะแนนเสียงและตัดสินใจเกี่ยวกับหุ้นจำนวนกว่า 5,094,000 หุ้น ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของนักลงทุนรายใหญ่ที่เริ่มหันมาให้ความสนใจกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับคริปโต ไม่ใช่แค่เพราะศักยภาพในการขุดเหรียญเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบทบาทของบริษัทเหล่านี้ในการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลในปริมาณมาก
BitMine ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการบริหารคลังสินทรัพย์ Ethereum โดยเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา บริษัทเปิดเผยว่ามีการถือครอง ETH มากกว่า 163,000 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากเงินระดมทุนแบบ private placement มูลค่า 250 ล้านดอลลาร์ ที่เพิ่งเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นเพียง 5 วัน
กลยุทธ์ของ BitMine สะท้อนแนวทางเดียวกับที่บริษัท MicroStrategy เคยใช้ ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น Strategy โดยบริษัทนั้นได้สะสม Bitcoin กว่า 600,000 เหรียญ และได้เปลี่ยนวิธีคิดของบริษัทมหาชนทั่วโลกในการถือครองคริปโตเป็นสินทรัพย์ในงบดุล
ดีลนี้เกิดขึ้นหลังจากที่มีรายงานว่า ธีลและนักลงทุนเทคโนโลยีรายอื่นๆ ได้ร่วมกันก่อตั้งธนาคาร Erebor เพื่อเข้ามาแทนที่บทบาทของ Silicon Valley Bank ที่เคยให้บริการกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยี เช่น ปัญญาประดิษฐ์ คริปโต การผลิต และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
การเข้าลงทุนของธีลใน BitMine ไม่ได้เป็นเพียงแค่ดีลการเงินธรรมดา แต่ยังเป็นสัญญาณสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าบริษัทโครงสร้างพื้นฐานคริปโตเริ่มได้รับความสนใจในฐานะเครื่องมือการบริหารสินทรัพย์ยุคใหม่ ทั้งในแง่ของการลงทุนและยุทธศาสตร์องค์กรในระยะยาว








