รายงานนี้อาจมีชื่อฟังดูแปลก ๆ อย่าง “Refried Beans” แม้จริง ๆ แล้วถั่วไม่ได้ทอดสองรอบ แต่ก็เป็นชื่อที่ใช้ได้สำหรับสรุปสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเน้นเรื่อง ภาษีศุลกากร ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแนวคิด ProSec (การผลิตเพื่อความมั่นคงของประเทศ)
การประชุมสุดยอดที่อลาสก้าออกมาตามที่กลุ่มข่าวกรองภูมิรัฐศาสตร์ของ Academy คาดไว้ คือไม่มีการประกาศมาตรการคว่ำบาตรใหม่ หรือข้อตกลงหยุดยิงใด ๆ แต่น่าจะเป็นเวทีสำหรับให้ประธานาธิบดีเซเลนสกีได้พบกับอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ อาจจะมีการประชุมสามฝ่ายในอนาคต แต่ไม่น่าจะส่งผลต่อทิศทางตลาด เว้นแต่จะมีข้อมูลลับหลุดออกมาว่ามีข้อตกลงที่ซ่อนอยู่
เมื่อวันศุกร์ Academy ได้ไปปรากฏตัวใน Bloomberg TV, Bloomberg Radio และพอดแคสต์ของ Tom Keene พูดถึงหลายเรื่อง ตั้งแต่สงครามยูเครน การผลิตเพื่อความมั่นคง เฟด งาน และเงินเฟ้อ ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก เพราะข่าวในสัปดาห์นั้นตรงกับแนววิเคราะห์ของเราเป๊ะ
สัปดาห์นี้เราได้เรียนรู้หลายอย่างที่ส่งผลต่อมุมมองของเราในสามหัวข้อหลัก
เรื่องเงินเฟ้อยังคงสร้างความสับสน แม้จะมีข้อมูลใหม่ออกมา เช่น ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ดูไม่ค่อยมีน้ำหนักมากในการบอกทิศทางของเงินเฟ้อ การเปลี่ยนพฤติกรรมของบริษัทและผู้บริโภคจากการรับมือกับภาษีนำเข้า ทำให้ข้อมูลใช้วิเคราะห์เศรษฐกิจได้ยากขึ้น เราได้สัมภาษณ์ใน Financial Times ด้วยคำพูดที่ดูเบาสมองแต่สะท้อนภาพรวมได้ดี
แต่สุดท้าย ข้อมูลที่ได้ก็ไม่ได้เปลี่ยนความคิดของคนมากนัก ใครเชื่อว่าเงินเฟ้อจะลดก็ยังเชื่อแบบเดิม ใครคิดว่ามันยังอยู่ก็ยังไม่เปลี่ยนใจ
เรายังได้เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับ “เงินเฟ้อค่าไฟฟ้า” ซึ่งได้รับความสนใจมากกว่าที่คาดไว้ มีลูกค้าส่งข้อมูลเพิ่มเติมมามากมาย โดยเฉพาะมุมที่เกี่ยวกับ AI ศูนย์ข้อมูล การผลิต และพฤติกรรมผู้บริโภค
แม้เราจะพูดถึงเรื่องนี้มาสักพักแล้ว แต่รู้สึกว่าเราอาจประเมินความสำคัญของมันต่ำไป ตอนนี้ ETF กลุ่มสาธารณูปโภค (เช่น XLU) ให้ผลตอบแทนดีกว่า QQQ ทั้งปีนี้และปีที่ผ่านมา ซึ่งน่าสนใจมากเพราะหมายความว่ายังมีโอกาสอีกมาก เราจะลงลึกในประเด็นนี้ต่อ ทั้งในแง่โอกาสและความเสี่ยง
แนวคิด ProSec หรือ “การผลิตเพื่อความมั่นคงของประเทศ” เรากำลังพยายามให้ติดตลาด แม้จะไม่ใช่คำที่ติดหูง่าย ๆ แต่ยังไม่ยอมแพ้
ข่าวใหญ่สุดในสายนี้คือ Intel เมื่ออาทิตย์ก่อน CEO ของ Intel ดูเหมือนจะไม่ถูกใจรัฐบาล แต่สัปดาห์นี้กลายเป็นข่าวดี เพราะรัฐบาลอาจจะลงทุนใน Intel ถือเป็นสัญญาณเชิงบวก และอาจโยงไปถึงการลดกฎระเบียบ (Deregulation)
ประเด็นนี้มีมุมมองดี ๆ เช่น งานในภาคการผลิตเพื่อความมั่นคงอาจให้ความรู้สึกมั่นคงแก่พนักงาน ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาพึงพอใจในการทำงานมากขึ้น อาจถึงขั้นรู้สึกภาคภูมิใจ
แม้จะฟังดูโรแมนติกเกินไป แต่ก็อาจมีประโยชน์ในเชิงจิตวิทยาและความรู้สึกมั่นคงส่วนบุคคลจากอุตสาหกรรมนี้
อีกเรื่องที่ต้องพูดถึงคือรัฐบาลปัจจุบันเริ่มเข้ามามีบทบาทโดยตรงกับภาคธุรกิจมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องที่กระทบต่อกำไรหรืออนาคตของบริษัท เราไม่ได้วิตกจนนอนไม่หลับ แต่ก็รับรู้ว่ามันกำลังเกิดขึ้น และควรจับตาไว้
ในฝั่งคริปโต เราคิดว่า Ethereum จะได้ประโยชน์มากที่สุดจากกฎใหม่เกี่ยวกับ stablecoins และกฎหมาย GENIUS ACT เพราะ Ethereum มีความยืดหยุ่นสูง และเป็นที่นิยมในหมู่สถาบันมากกว่า Solana ใช้งานจริงได้หลากหลาย ต่างจาก Bitcoin ที่ถูกมองว่าแค่ “หายาก” เท่านั้น
ตอนนี้มีผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ในโลกคริปโตออกมาเรื่อย ๆ โดยเฉพาะสิ่งที่ช่วยให้เข้าถึงง่ายขึ้น เช่น stablecoins ที่ออกแบบเฉพาะกลุ่มผู้ใช้งาน หรือโซลูชันใหม่ ๆ ที่ช่วยแบ่งปันรายได้หรือดอกเบี้ยจากการ staking
ETF ของ Ethereum เองก็ได้รับเงินไหลเข้ามากกว่า ETF ของ Bitcoin ตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน ซึ่งบ่งบอกว่าตลาดกำลังให้ความสนใจใน ETH มากขึ้น
พื้นที่นี้กำลังกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง ไม่ใช่แค่กลุ่มคนเล่นคริปโตเดิม ๆ แต่รวมถึงบริษัทใหม่ ๆ และแบรนด์ดังด้วย แนวคิด “Crypto Privateers” ที่เราเสนอไว้ก็เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะจากคนที่ต้องการหาทางรับมือกับอาชญากรรมคริปโตที่เกี่ยวข้องกับรัฐ
ตลาดพันธบัตรตอนนี้เริ่มตั้งรับกับโอกาสที่เฟดจะลดดอกเบี้ย 3-4 ครั้ง หนึ่งในวิธีที่ตลาดใช้วิเคราะห์คือดูการสัมภาษณ์ผู้มีอิทธิพลหลายคนที่พูดตรงกันว่าเฟดควรลดดอกเบี้ย แม้อัตราเงินเฟ้อจะยังสูง แต่งานและการจ้างงานอาจเป็นตัวเร่งให้เฟดขยับเร็วขึ้นกว่าที่ตลาดคิด
พันธบัตรระยะยาวยังเผชิญแรงกดดัน เพราะต้องสะท้อนความไม่แน่นอนของคุณภาพข้อมูล และแนวทางใหม่ของเฟดในการตีความข้อมูล ซึ่งอาจทำให้ผลตอบแทนระยะยาวสูงกว่าระยะสั้นต่อไปอีกพักใหญ่
คำถามต่อไปคือ ถ้าผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีหรือ 30 ปียังสูงกว่าที่รัฐบาลอยากเห็น พวกเขาจะทำอย่างไร? อาจเห็นการใช้ยุทธศาสตร์แบบ Operation Twist เพื่อกดอัตราดอกเบี้ยระยะยาวลงมา เพราะการลดดอกเบี้ยอย่างเดียวอาจไม่พอ โดยเฉพาะถ้าอยากลดดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน
ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นแนะนำอย่างแรงว่าควรลงทุนในกลยุทธ์ flatteners (เล่นส่วนต่างระหว่างพันธบัตรระยะสั้นและยาว) แต่เรากำลังเข้าใกล้จุดนั้นมากขึ้นเรื่อย ๆ
ด้านหุ้น ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนักจากสัปดาห์ก่อน หุ้นกลุ่มที่ราคาขึ้นแรงอาจเริ่มโดนแรงขายเพราะข่าวดีสะท้อนในราคาไปแล้ว ควรมองหาหุ้นที่ได้ประโยชน์จาก ProSec และข่าว Intel อาจเป็นจุดเริ่มต้นให้ตลาดมองหาหุ้นประเภทเดียวกันเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจช่วย “ปลดล็อกมูลค่า” ที่ซ่อนอยู่
สุดท้าย เรายังห่วงบริษัทเล็กและทุนไม่หนา โดยเฉพาะบริษัทเอกชน ที่อาจรับมือกับภาษีศุลกากรได้ลำบาก แม้อยากเห็นพวกเขาเติบโตและกลายเป็นผู้นำตลาดก็ตาม
สรุป
ธนาคารกลางอาจพยายามส่งสัญญาณไม่ลดดอกเบี้ยใน Jackson Hole แต่ตลาดไม่น่าจะเชื่อจริงจัง เพราะทุกอย่างยังขึ้นอยู่กับ “การเติบโต” ว่าราคาในตลาดสะท้อนสิ่งเหล่านี้ไปแล้วหรือยัง
ตลาดตราสารหนี้องค์กรน่าจะชะลอลงเล็กน้อยช่วงปลายเดือนสิงหาคม แต่อัตราผลตอบแทนยังดี ความต้องการยังสูง สเปรดยังแคบ ดังนั้นนักลงทุนสายพันธบัตรอาจไม่ได้พักผ่อนช่วงหน้าร้อนอย่างที่คิดไว้
และใช่ วันแรงงาน (Labor Day) กำลังใกล้เข้ามาเร็วเกินไป ทั้งที่ฤดูร้อนนี้ยังไม่เคยเงียบเลย!








