Home การเข้ารหัสลับ BitMine ขึ้นแท่นบริษัทถือครอง Ethereum มากสุดในโลก

BitMine ขึ้นแท่นบริษัทถือครอง Ethereum มากสุดในโลก

61
0

BitMine Immersion Technologies กลายเป็นบริษัทที่ถือครอง Ethereum มากที่สุดในโลก หลังจากประกาศซื้อเหรียญ ETH ครั้งใหญ่เพิ่มอีกครั้ง

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา บริษัทที่มีฐานอยู่ในรัฐเดลาแวร์เปิดเผยว่ามูลค่ารวมของสินทรัพย์ดิจิทัลและเงินสดของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 8.82 พันล้านดอลลาร์ ภายในเวลาเพียงสัปดาห์เดียวก็สามารถสะสม ETH มูลค่า 2.2 พันล้านดอลลาร์ได้แล้ว

BitMine เริ่มแผนการสะสม ETH อย่างจริงจังตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน และแผนนี้ได้ผลอย่างรวดเร็ว ทำให้บริษัทกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ในระบบนิเวศ Ethereum

ตามรายงานล่าสุด BitMine ซื้อ Ethereum เพิ่มอีกกว่า 190,500 เหรียญภายในสัปดาห์เดียว ทำให้ ณ วันที่ 24 สิงหาคม บริษัทถือครอง ETH ทั้งหมด 1,713,899 เหรียญ มูลค่าต่อเหรียญประมาณ 4,808 ดอลลาร์ รวมถึง Bitcoin อีก 192 เหรียญ และเงินสดอีก 562 ล้านดอลลาร์

ขณะนี้ BitMine ขึ้นแท่นเป็นบริษัทที่มีทรัพย์สินในรูปแบบ Ethereum มากที่สุดในโลก และเป็นอันดับสองของโลกในหมวดคริปโตทั้งหมด โดยตามหลังเพียง Strategy Inc. ของ Michael Saylor ที่ถือครอง Bitcoin จำนวน 629,376 เหรียญ มูลค่ารวมราว 71 พันล้านดอลลาร์

Thomas “Tom” Lee ประธานของ Fundstrat กล่าวว่าแผนการซื้อ ETH ของ BitMine เป็นสัญญาณว่าบริษัทต้องการถือครอง ETH ให้ได้ประมาณ 5% ของอุปทานทั้งหมด ซึ่งเท่ากับประมาณ 6 ล้านเหรียญ หรือราว 22 พันล้านดอลลาร์ตามราคาปัจจุบัน

“ในสัปดาห์ที่ผ่านมา BitMine ระดมทุนจากนักลงทุนสถาบันได้อย่างรวดเร็ว เราเชื่อว่า Ethereum จะเป็นโอกาสลงทุนใหญ่ระดับมหภาคในทศวรรษหน้า เพราะโลกการเงินและเทคโนโลยี AI กำลังเข้าสู่ระบบ Blockchain” – Lee กล่าว

การเติบโตของ BitMine ยังเกิดขึ้นพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบครั้งสำคัญ เช่น การออกกฎหมาย GENIUS Act และโครงการ “Project Crypto” ของ SEC ซึ่งถูกเปรียบว่าเป็นจุดเปลี่ยนทางการเงินคล้ายกับการที่สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรฐานทองคำในปี 1971

กลยุทธ์ลงทุนใน Ethereum อย่างหนักแน่นของ BitMine ทำให้หุ้นของบริษัทกลายเป็นหนึ่งในหุ้นที่มีการซื้อขายมากที่สุดในตลาดสหรัฐฯ โดยมีปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวันสูงถึง 2.8 พันล้านดอลลาร์ แซงหน้า JPMorgan และ Palo Alto Networks

เพื่อสนับสนุนแผนนี้ BitMine ได้ยื่นเอกสารต่อ SEC เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม เพื่อขยายวงเงินขายหุ้นเพิ่มทุนแบบ At-The-Market จาก 2 พันล้านดอลลาร์ เป็น 24.5 พันล้านดอลลาร์ แม้ว่าเงินบางส่วนอาจถูกใช้สำหรับซื้อ Bitcoin หรือขุดเหมือง แต่บริษัทก็ย้ำชัดว่า Ethereum คือเป้าหมายหลัก

การถือครอง Ethereum ของบริษัทต่างๆ เพิ่มขึ้นถึง 127% ในเดือนกรกฎาคม โดย BitMine และ SharpLink Gaming เป็นผู้นำ

SharpLink ถือ ETH จำนวน 728,804 เหรียญ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน เกือบทั้งหมดถูกนำไป Stake เพื่อสร้างรายได้ และบริษัทกำลังเปลี่ยนตัวเองเป็นโครงสร้างแบบ Treasury เต็มรูปแบบ

SharpLink ระดมทุนได้กว่า 3 พันล้านดอลลาร์ ผ่านการเสนอขายตรงและช่องทางลงทุนส่วนตัว โดยมีอดีตผู้บริหารจาก BlackRock อย่าง Joseph Chalom เป็นผู้นำ เขาเชื่อว่ายุทธศาสตร์นี้จะเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นหลายเท่าตัว

ทั้ง BitMine และ SharpLink ต่างนำ ETH ที่ถือไว้ไป Stake เพื่อสร้างรายได้ โดย SharpLink รายงานว่าได้รับรางวัลตอบแทนจากการ Stake ไปแล้วกว่า 1,300 ETH

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บริษัท Treasury รายใหญ่ต่างๆ ได้รวมตัวกันที่แมนฮัตตัน เพื่อเสนอแนวคิดว่า Ethereum ควรเป็นพื้นฐานของระบบการเงินใหม่ทั่วโลก

กลยุทธ์นี้มีเป้าหมายเพื่อ “ล็อก” อุปทานของ Ethereum ส่วนใหญ่ไว้ในระบบองค์กร ซึ่งจะสร้างความขาดแคลนและเพิ่มบทบาทของบริษัทเหล่านี้ในโลกการเงินแบบไร้ศูนย์กลาง (DeFi)

ผลลัพธ์เริ่มชัดเจนแล้ว เดือนกรกฎาคมเป็นเดือนที่มีการถือ ETH โดยองค์กรเพิ่มขึ้นมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ถึง 127% รวมเป็น 2.7 ล้านเหรียญ มูลค่ารวมกว่า 11.6 พันล้านดอลลาร์

ข้อมูลจาก SER แสดงว่า ปัจจุบันมีองค์กรประมาณ 70 แห่ง ถือครอง ETH รวมกันกว่า 4.3 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 3.6% ของอุปทานทั้งหมด ขณะที่ ETF ต่างๆ ถืออีก 6.5 ล้านเหรียญ รวมกันคิดเป็นเกือบ 9% ของเหรียญ ETH ทั้งหมดที่หมุนเวียนอยู่ในตลาด

BitMine ถือครอง ETH มากที่สุดที่ 1.7 ล้านเหรียญ คิดเป็นประมาณ 40% ของสินทรัพย์คริปโตฝั่งองค์กร ส่วน SharpLink ตามมาเป็นอันดับสองที่ 741,000 เหรียญ หรือประมาณ 17%

ETF ได้กลายเป็นผู้เล่นสำคัญ โดยถือ ETH รวมกว่า 6.5 ล้านเหรียญ และมีเงินไหลเข้าประมาณ 80,000 เหรียญต่อวัน

การแข่งขันระดับโลกนี้สะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นกับ Bitcoin เช่นกัน โดย Strategy Inc. ของ Michael Saylor ก็เพิ่งซื้อ BTC เพิ่มอีก 3,081 เหรียญ ทำให้ยอดรวมอยู่ที่ 632,457 BTC มูลค่ากว่า 71 พันล้านดอลลาร์ Bitcoin และ Ethereum กำลังแข่งขันกันเพื่อแย่งความสนใจจากสถาบันการเงิน

ความต้องการ ETH จากนักลงทุนรายใหญ่ (Whale) เพิ่มสูงขึ้นมากในเดือนที่ผ่านมา ดันราคา ETH ขึ้นเกือบ 25% ขณะที่ Bitcoin กลับลดลงถึง 5.3% ในช่วงเดียวกัน ปัจจุบัน ETH ซื้อขายอยู่ที่ราคา $4,644.54 ลดลงเล็กน้อยในวันเดียว แต่ยังเพิ่มขึ้นกว่า 7.1% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา

รายงานจาก CryptoQuant ระบุว่า สถาบันการเงินหันมาเน้นลงทุนใน Ethereum มากกว่า Bitcoin โดยข้อมูลจาก CME (Chicago Mercantile Exchange) แสดงให้เห็นว่าความสนใจในฟิวเจอร์สของ ETH เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พร้อมกับราคาที่พุ่งสูง แสดงถึงกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าอย่างแข็งแรง

ในทางกลับกัน ฟิวเจอร์สของ Bitcoin กลับไม่ฟื้นตัวเท่าที่ควร แม้ราคาจะพุ่งสูงก่อนหน้านี้ สะท้อนถึงแรงซื้อจากสถาบันที่อ่อนแรงลง

นักวิเคราะห์มองว่าแนวโน้มนี้ทำให้ Ethereum มีโอกาสแข็งแกร่งกว่าทั้งระยะสั้นและระยะกลาง ที่สำคัญ นักลงทุนรายย่อยยังไม่ได้เข้าตลาดอย่างจริงจัง ซึ่งมักจะเกิดขึ้นช่วงปลายของตลาดขาขึ้น แปลว่า ETH อาจยังไปต่อได้อีกไกล

นอกจากนี้ ความเป็นเจ้าตลาดของ Bitcoin กำลังลดลงเหลือเพียง 57.4% ซึ่งต่ำที่สุดตั้งแต่เดือนมิถุนายน สะท้อนว่า Ethereum กำลังแย่งส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น ข้อมูลจาก Binance ยังระบุว่ากลุ่ม Whale สะสม ETH อย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกรกฎาคมผ่านทั้งตลาด Spot และ Futures

เมื่อรวมกับแรงซื้อของสถาบัน การสะสม ETH ของ Whale มีแนวโน้มจะผลักราคาขึ้นไปแตะระดับ $5,000 ได้ในเร็ว ๆ นี้

W88 ร่วมสนุกกับการเดิมพันและเกมคาสิโนที่ดีที่สุด เพลิดเพลินกับกีฬาสด, สล็อต, โป๊กเกอร์ และอื่นๆ สมัครวันนี้เพื่อรับรางวัลสุดพิเศษ พร้อมความบันเทิงที่ไม่หยุดยั้ง!

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here