ตลาดคริปโตยังคงคึกคักและเต็มไปด้วยความเคลื่อนไหว โดย ณ วันที่ 1 กันยายน 2025 มีทั้งข่าวดี ข่าวร้าย และโอกาสใหม่ๆ ที่นักลงทุนไม่ควรพลาด มาดูประเด็นสำคัญกันแบบเข้าใจง่ายๆ
Bitcoin หรือ BTC ยังคงเป็นดาวเด่นของตลาด โดยราคาล่าสุดอยู่ระหว่าง $108,000 ถึง $114,000 แต่ราคาก็ผันผวนหลังนักลงทุนรายใหญ่ขาย BTC กว่า 24,000 เหรียญ คิดเป็นมูลค่ากว่า $2.7 พันล้านดอลลาร์ ทำให้ตลาดสะเทือนเล็กน้อย นักวิเคราะห์บางคนเตือนว่า BTC อาจลงถึง $100,000 แต่บางคนก็เชื่อมั่น เช่น Eric Trump ที่คาดว่าอาจพุ่งถึง $175,000 ภายในปีนี้ หรือแตะ $1 ล้านในอนาคต
Ethereum หรือ ETH ราคาอยู่ในช่วง $4,300 – $4,700 โดยเพิ่มขึ้นถึง 4% ในวันเดียว ทำสถิติสูงสุดใหม่ แม้จะมีขึ้นๆ ลงๆ เล็กน้อย แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ETH มีโอกาสทะลุ $4,350 และอาจไปถึง $10,000 ได้ในระยะยาว
XRP ซึ่งเน้นการโอนเงินข้ามประเทศแบบรวดเร็ว ตอนนี้ราคาระหว่าง $2.78 – $2.86 แม้ราคาจะลดลงเล็กน้อย แต่การใช้งานบนเครือข่ายพุ่งขึ้นถึง 500% จากความสนใจของสถาบันการเงินขนาดใหญ่
BNB ซึ่งเกี่ยวข้องกับเว็บเทรด Binance อยู่ที่ราคาประมาณ $863 – $889 มีความผันผวนตามภาวะตลาด
คริปโตอื่นๆ ก็มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ เช่น Cardano (ADA) เริ่มฟื้นตัว ราคาระหว่าง $0.73 – $0.84 ส่วน Solana (SOL) อยู่ที่ประมาณ $200 แม้ลดลงบ้างแต่ยังได้รับความนิยมในบริษัทสหรัฐฯ OKB โดดเด่นสุดในสัปดาห์นี้ พุ่งขึ้นถึง 158% ภายใน 7 วัน สูงสุดที่ $250 ด้าน AAVE เหรียญสายปล่อยกู้ ก็เพิ่มขึ้น 18.7% แตะ $355 เพราะมีพันธมิตรใหม่และข่าวเศรษฐกิจดี
ตลาดคริปโตโดยรวมลดลงประมาณ 4% ในช่วงล่าสุด มูลค่าการซื้อขายหายไปราว $940 ล้าน แต่หลายคนยังมองโลกในแง่ดีจากทิศทางใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น
รัฐบาลและภาคธุรกิจทั่วโลกเริ่มให้ความสนใจคริปโตอย่างจริงจัง ในสหรัฐฯ มีกฎหมายใหม่ชื่อว่า GENIUS Act ที่ช่วยทำให้กฎเกณฑ์เกี่ยวกับคริปโตชัดเจนขึ้น อีกทั้งยังมีการแต่งตั้ง David Sacks ผู้นำด้านเทคโนโลยี เป็นผู้ดูแลด้าน AI และคริปโตของทำเนียบขาว สะท้อนว่าอเมริกาเริ่มจริงจังกับวงการนี้
ที่ญี่ปุ่น รัฐมนตรีคลังระบุว่าคริปโตเป็นทางเลือกที่ฉลาดในการกระจายการลงทุน บริษัทญี่ปุ่น JPYC กำลังพัฒนาเหรียญดิจิทัลที่อิงค่าเงินเยน ขณะที่ฮ่องกงเร่งอนุมัติการใช้งานคริปโตมากขึ้น และกำลังศึกษาแนวทางใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในรูปแบบใหม่ ปากีสถานและเอลซัลวาดอร์เองก็กำลังร่วมมือกันเพื่อส่งเสริมการใช้คริปโตในประเทศ
กลุ่ม Stablecoin (เหรียญที่ผูกกับสินทรัพย์คงที่ เช่น ดอลลาร์สหรัฐ) กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดย USDC ซึ่งเป็น Stablecoin ยอดนิยม มีการใช้งานบน Ethereum เพิ่มขึ้นถึง 300% ตั้งแต่ต้นปี 2024 มีการโอนเงินเฉลี่ยต่อเดือนถึง $748 พันล้านดอลลาร์ บริษัทอย่าง Circle และ Paxos กำลังทดลองระบบการชำระเงินแบบใหม่ด้วย Stablecoin
Gemini ซึ่งเป็นเว็บแลกเปลี่ยนคริปโตรายใหญ่ เปิดตัวบัตรเครดิต XRP และเตรียมเข้าตลาดหุ้น ซึ่งอาจทำให้คนทั่วไปเข้าถึงคริปโตมากขึ้น ด้าน Grayscale บริษัทลงทุนชื่อดัง ยื่นขออนุมัติผลิตภัณฑ์ลงทุนใหม่สำหรับ Cardano และ Polkadot แต่ก็มีประเด็นน่ากังวล เมื่อ BlackRock ขาย Bitcoin จำนวนมาก ทำให้เกิดข้อสงสัยเรื่องความยุติธรรมในตลาด
ด้านความปลอดภัยยังคงเป็นปัญหา CoinDCX แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโต ถูกแฮก สูญเงินกว่า $44 ล้าน ขณะที่ Apple ต้องออกอัปเดต iOS เพื่ออุดช่องโหว่ที่อาจใช้เจาะกระเป๋าเงินคริปโต
แต่ก็มีข่าวดีเช่นกัน เครื่องมือใหม่ๆ กำลังช่วยให้ผู้ใช้งานได้รับผลตอบแทนจากคริปโตมากขึ้น เช่น Siton Mining ที่ให้ผู้ถือ XRP รับผลตอบแทนอัตโนมัติ หรือ LBTC จาก Lombard ที่ทำให้ Bitcoin ใช้งานในระบบ DeFi ได้ดีขึ้น แนวคิดอย่าง Bitcoin DeFi และการ Staking แบบถอนเหรียญได้ (Liquid Staking) ก็ได้รับความนิยมมากขึ้น
แม้แต่เหรียญมีมอย่าง DOGE ก็ยังมาแรง โดยมีโอกาสถึง 80% ที่จะมีผลิตภัณฑ์ลงทุนเป็นของตัวเองก่อนสิ้นปีนี้
สำหรับใครที่มองหาเหรียญที่น่าลงทุนในตอนนี้ EarthMeta (EMT) ถือเป็นตัวเลือกที่น่าจับตา เพราะเป็นโปรเจกต์ที่สร้างโลกเสมือนจริงโดยใช้แผนที่โลกจริง ผู้ใช้งานสามารถซื้อเมืองต่างๆ ในรูปแบบ NFT เช่น ปารีส นิวยอร์ก แล้วรับรายได้ 1% จากทุกธุรกรรมในเมืองนั้นๆ ซึ่งบางเมืองก็ขายได้แล้วในราคาเกิน $20,000
โครงการนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากโปรแกรม Inception ของ NVIDIA และใช้ AI ช่วยเลือกเมืองที่มีศักยภาพ ไม่เหมือนเมตาเวิร์สทั่วไปที่ดูเหมือนเกมเก็งกำไร EarthMeta เน้นพื้นที่จริง ระบบปกครอง และรายได้แบบ Passive ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับนักลงทุนที่อยากเข้าตลาดตั้งแต่เนิ่นๆ
โดยรวมแล้ว ตลาดคริปโตมีทั้งขึ้นและลง แต่ก็เต็มไปด้วยโอกาส ทั้งจาก Bitcoin ที่ผันผวน ไปจนถึงโปรเจกต์ใหม่อย่าง EarthMeta ที่เปิดแนวคิดการลงทุนแบบใหม่ อย่างไรก็ตาม คริปโตยังเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง อย่าลืมศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง








