บริษัท SharpLink Gaming ซึ่งบริหารจัดการทรัพย์สินในรูปแบบ Ethereum มูลค่าสูงถึง 3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ กำลังเตรียมนำบางส่วนของเหรียญ ETH ที่ถือไว้ไปทำการ Staking บนเครือข่าย Linea หลังจากเครือข่ายนี้เปิดใช้งานในระดับ mainnet
ก่อนหน้านี้ SharpLink ได้ทำการ Staking เหรียญ ETH เกือบทั้งหมดผ่านผู้ดูแลทรัพย์สินอย่าง Anchorage และ Coinbase แต่ตอนนี้บริษัทกำลังมองหาโอกาสที่ให้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น
โจเซฟ ชาลอม ผู้ร่วมเป็นซีอีโอของ SharpLink กล่าวว่า “เมื่อคุณถือครอง ETH หลายพันล้านดอลลาร์ แน่นอนว่าคุณต้องมองหาพอร์ตการลงทุนที่มีการ Staking ซึ่ง Linea เป็นหนึ่งในโอกาสนั้นที่สามารถให้ผลตอบแทนที่ปรับตามความเสี่ยงได้ดีกว่า และเราก็พร้อมที่จะใช้โอกาสนั้น”
ตอนนี้กระแสการ Staking และการเป็น Validator บนเครือข่าย Ethereum กำลังได้รับความนิยมมาก ถึงขนาดว่าคิวในการเข้าเป็น Validator ต้องรอนานกว่า 16 วันแล้ว ตามข้อมูลจาก Validator Queue
นอกจากนี้ ยังมีข่าวเกี่ยวกับ “ปลาวาฬ” จากช่วง ICO ของ Ethereum ที่กลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง โดยล่าสุดได้ย้าย ETH มูลค่า 645 ล้านดอลลาร์ไปยังกระเป๋า Staking แต่เจ้าของยังถือครอง ETH มูลค่าอีก 1.1 พันล้านดอลลาร์อยู่
อย่างไรก็ตาม ข่าวเกี่ยวกับการ Staking ETH กลับส่งผลลบต่อราคาหุ้นของ SharpLink โดยหุ้นที่ใช้ชื่อย่อว่า SBET ลดลงไป 4% และตอนนี้ซื้อขายกันอยู่ที่ราคา 14.81 ดอลลาร์ ซึ่งถือว่าลดลงเกือบ 20% ตั้งแต่ต้นสัปดาห์
ในอีกด้านหนึ่ง ผู้นำของ SEC และ CFTC กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่าพวกเขากำลังพิจารณาแนวคิดเรื่อง “ตลาดซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมง” เพื่อให้ทันกับความเร็วและความต่อเนื่องของตลาดคริปโตทั่วโลก
พอล แอตกินส์ ประธาน SEC และแคโรไลน์ ฟาม รักษาการประธาน CFTC กล่าวร่วมกันว่า “การขยายเวลาเปิดทำการอาจทำให้ตลาดสหรัฐสามารถปรับตัวเข้ากับเศรษฐกิจโลกที่ไม่เคยหยุดนิ่งได้ดีขึ้น” อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่ก็เตือนว่าการซื้อขายแบบ 24/7 อาจไม่เหมาะกับสินทรัพย์บางประเภท
หากแนวคิดนี้เกิดขึ้นจริง ก็จะกลายเป็นอีกหนึ่งร่องรอยที่รัฐบาลทรัมป์ทิ้งไว้ในระบบตลาดการเงิน เพราะข้อเสนอเหล่านี้สอดคล้องกับรายงานจากรัฐบาลทรัมป์เมื่อเดือนกรกฎาคม ที่เรียกร้องให้หน่วยงานต่างๆ ผ่อนคลายข้อจำกัดเกี่ยวกับการซื้อขายคริปโตในสหรัฐ
เรื่องนี้น่าสนใจยิ่งขึ้นเมื่อย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน ที่บริษัทในวอลล์สตรีทเคยต้องสั่งห้ามเด็กฝึกงานทำงานดึกเกินไป
ในขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์จาก JP Morgan เผยว่าบริษัทเหมือง Bitcoin ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ได้ประโยชน์จากความต้องการด้าน AI ทำให้มูลค่าตลาดรวมของพวกเขาพุ่งทะลุ 39 พันล้านดอลลาร์ในเดือนที่ผ่านมา
บริษัทเหล่านี้หันมาใช้คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงเพื่อรองรับความต้องการจากอุตสาหกรรม AI ซึ่งช่วยชดเชยรายได้ที่ลดลงจากเหตุการณ์ Halving ของ Bitcoin และค่า Hashrate ที่เพิ่มสูงขึ้นซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไร
JP Morgan เฝ้าติดตามบริษัทเหมือง Bitcoin ที่จดทะเบียนในสหรัฐทั้งหมด 13 แห่ง เช่น Iris Energy, Hut 8, Core Scientific, Marathon, Riot รวมถึง TeraWulf ซึ่งหุ้นของบริษัทเพิ่มขึ้นถึง 83% หลังจากประกาศขยายสัญญาร่วมกับ Fluidstack ในด้านบริการโฮสติ้ง AI
นี่ไม่ใช่เพียงแค่การดิ้นรนเพื่อเอากำไรเท่านั้น แต่สะท้อนให้เห็นถึงแผนระยะยาวที่วางไว้อย่างรอบคอบ บริษัทเหมืองหลายแห่งเริ่มปรับตัวเข้าสู่โลกของ AI มาหลายปีแล้ว








