บิทไมน์ (BitMine) บริษัทที่มุ่งเน้นการลงทุนในบิตคอยน์ (Bitcoin) และอีเธอเรียม (Ethereum) เพื่อระยะยาว ได้ประกาศความสำเร็จครั้งใหญ่ หลังจากเพิ่มการถือครองอีเธอเรียมจนทะลุ 2 ล้านเหรียญ ETH ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทำให้บริษัทกลายเป็นผู้ถือครอง ETH รายใหญ่ที่สุดในโลก
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา บิทไมน์เปิดเผยว่า ตอนนี้บริษัทถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลรวมมูลค่ากว่า 9.21 พันล้านดอลลาร์ โดยประกอบด้วย อีเธอเรียมจำนวน 2,069,443 ETH (ที่ราคาเหรียญละ 4,312 ดอลลาร์), บิตคอยน์ 192 BTC และเงินสดอีก 266 ล้านดอลลาร์ เป้าหมายของบริษัทคือการถือครอง 5% ของจำนวนเหรียญ ETH ทั้งหมดในระบบ ซึ่งตอนนี้ถืออยู่ที่ประมาณ 1.71% คิดเป็นมูลค่าราว 8.5 พันล้านดอลลาร์
โธมัส ลี หรือ “ทอม ลี” ประธานบริษัทบิทไมน์กล่าวว่า “เราสามารถถือครอง ETH ได้มากกว่า 2 ล้านเหรียญแล้วในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตามเป้าหมายที่เคยพูดไว้เมื่อต้นเดือนสิงหาคม ซึ่งตอนนี้ตลาดกำลังเข้าสู่รอบใหญ่ของ Ethereum เนื่องจากวอลล์สตรีทและเทคโนโลยี AI กำลังย้ายเข้าสู่โลกของบล็อกเชน การเป็นเจ้าของ ETH จำนวนมากจะได้เปรียบในระบบนี้”
เขายังกล่าวเสริมว่า บิทไมน์เติบโตเร็วที่สุดในด้านการเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินต่อหุ้น และยังมีสภาพคล่องในการซื้อขายหุ้นสูงที่สุดในกลุ่มบริษัทคริปโตด้วย ปัจจุบัน บิทไมน์กลายเป็นบริษัทที่ถือครองคริปโตมากเป็นอันดับสองของโลก รองจาก MicroStrategy ของไมเคิล เซย์เลอร์ ที่ถือครองบิตคอยน์อยู่ 636,505 BTC มูลค่ากว่า 71 พันล้านดอลลาร์
บิทไมน์ยังเชื่อมั่นว่า Ethereum จะเป็นการลงทุนระดับมหภาคที่สำคัญที่สุดในช่วง 10-15 ปีข้างหน้า เนื่องจากเทคโนโลยีการเงินแบบใหม่และ AI กำลังจะเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มของ Ethereum เป็นหลัก
นอกจากนี้ บิทไมน์ยังประกาศลงทุนเชิงกลยุทธ์มูลค่า 20 ล้านดอลลาร์ในบริษัท Eightco Holdings Inc. (NASDAQ: OCTO) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนแบบ PIPE (Private Investment in Public Equity) มูลค่า 270 ล้านดอลลาร์ของ OCTO โดย OCTO ได้เปิดเผยแผนการนำ Worldcoin (WLD) ซึ่งเป็นเหรียญบน Ethereum มาใช้เป็นสินทรัพย์สำรองหลักของบริษัท
การลงทุนนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของกลยุทธ์ “Moonshot” ของบิทไมน์ ที่จะนำประมาณ 1% ของงบดุลไปลงทุนในโปรเจกต์ต่างๆ ที่จะช่วยเสริมสร้างระบบนิเวศของ Ethereum และสร้างมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัท
บิทไมน์ยังกลายเป็นหนึ่งในหุ้นที่มีการซื้อขายสูงสุดในสหรัฐฯ โดยมีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยรายวันอยู่ที่ 1.7 พันล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลเฉลี่ย 5 วันจาก Fundstrat
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หุ้นของบิทไมน์ได้รับความนิยมอย่างมากจากนักลงทุนรายย่อยต่างชาติ โดยเฉพาะนักลงทุนเกาหลีใต้ ที่ซื้อหุ้นบิทไมน์รวมมูลค่า 259 ล้านดอลลาร์ในเดือนกรกฎาคม ท่ามกลางแนวโน้มเปลี่ยนจากหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐไปสู่หุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโต และในเดือนสิงหาคม นักลงทุนเกาหลีใต้ขายหุ้น Tesla ไปประมาณ 657 ล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกันก็นำเงินกว่า 426 ล้านดอลลาร์มาลงทุนในหุ้นของบิทไมน์แทน








