โปรโมเตอร์มวย เบน ชาลอม เปรียบการเจรจาจัดไฟต์ระหว่าง คริส ยูแบงค์ จูเนียร์ กับ คอเนอร์ เบนน์ ว่าเป็นเหมือนอุบัติเหตุทางรถยนต์ เพราะมันเต็มไปด้วยความยุ่งยากและอุปสรรคมากมาย
ไฟต์นี้ถือเป็นการสะสางปัญหาที่ค้างคามาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2022 ซึ่งตอนนั้นถูกยกเลิกหลังจากที่ เบนน์ ตรวจพบสารต้องห้ามจากการทดสอบของ Voluntary Anti-Doping Association ถึงสองครั้ง
หลังจากนั้น เบนน์ ต้องต่อสู้เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์และพยายามกู้คืนเส้นทางอาชีพของตัวเอง แต่เขาก็ยังถูกตั้งข้อหาโดย UK Anti-Doping (UKAD) และมีปัญหาขัดแย้งกับ British Boxing Board of Control จนถูกถอดใบอนุญาตชกมวยในอังกฤษ
ทำให้เขาต้องย้ายไปชกที่อเมริกา และสามารถเก็บชัยชนะได้สองไฟต์ที่รุ่นซูเปอร์เวลเตอร์เวตกับ โรดอลโฟ โอรอซโก และ ปีเตอร์ ด็อบสัน
ด้าน ยูแบงค์ วัย 35 ปี ต้องเผชิญกับศึกสองไฟต์กับ เลียม สมิธ โดยแพ้ในไฟต์แรกด้วยการน็อกเอาต์ ก่อนจะกลับมาล้างแค้นได้ในไฟต์รีแมตช์ จากนั้น เขายังสามารถเอาชนะ คามิล เซเรเมตา ในไฟต์ล่าสุดเมื่อเดือนตุลาคม โดยมี เบนน์ นั่งชมอยู่ข้างเวทีในซาอุดีอาระเบีย
หลังจากที่ ยูแบงค์ เอาชนะ เซเรเมตา ด้วยการน็อกเอาต์ในยกที่ 7 เขาก็ขึ้นไปเผชิญหน้ากับ เบนน์ บนเวที ทำให้เกิดกระแสข่าวลือว่า ไฟต์ระหว่างทั้งคู่จะกลับมาอีกครั้ง
เพียงหนึ่งเดือนต่อมา UKAD ก็ประกาศยกเลิกโทษแบนของ เบนน์ ทำให้เขาสามารถกลับมาชกในอังกฤษได้อีกครั้ง
เบน ชาลอม ผู้ก่อตั้ง Boxxer และโปรโมเตอร์ของไฟต์นี้ เปิดเผยว่าการจัดไฟต์ระหว่าง ยูแบงค์ กับ เบนน์ เป็นเรื่องที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยอุปสรรคมากมาย
เขากล่าวว่า “ไฟต์ระหว่าง คริส ยูแบงค์ จูเนียร์ กับ คอเนอร์ เบนน์ มันใหญ่กว่ามวยธรรมดา เพราะมีประวัติศาสตร์และความขัดแย้งมากมายเบื้องหลัง ซึ่งทำให้การเจรจาเป็นเรื่องยากมาก”
“พวกเราไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับไฟต์ที่ถูกยกเลิกในปี 2022 ที่มีปัญหาเรื่องการตรวจสารต้องห้าม ดังนั้นเมื่อเรามาเกี่ยวข้องกับมัน ทุกอย่างก็เหมือนอุบัติเหตุครั้งใหญ่ มีนักมวยสองคนที่เกลียดกันสุดๆ ไม่อยากพูดคุยหรือเจรจากันเลย แต่เรารู้ว่านี่คือไฟต์ที่ต้องเกิดขึ้น”
“ตลอดการเจรจามันเต็มไปด้วยความขัดแย้ง ทุกอย่างเป็นเรื่องที่ต้องโต้แย้ง ยูแบงค์ คือฝ่ายที่มีชื่อเสียงมากกว่าและเป็นนักมวยที่มีประสบการณ์มากกว่า ซึ่งแน่นอนว่าผมต้องสนับสนุนเขา แต่การเจรจากับอีกฝั่งก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเราต้องรับมือกับโปรโมเตอร์ของ Matchroom ด้วย”
“โชคดีที่ ฯพณฯ ตุรกี อัล-ชีค เข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย ทำให้เราสามารถก้าวข้ามปัญหาเรื่องอีโก้และการเงินไปได้ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญของการเจรจานี้”
“ไฟต์นี้ได้รับความสนใจอย่างมหาศาล มันเป็นไฟต์แห่งประวัติศาสตร์ และผมมั่นใจว่ามันจะเป็นหนึ่งในศึกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการมวยอังกฤษ และอาจจะของทั้งโลกในปีนี้”








