Home การเข้ารหัสลับ Franklin Templeton รุกลงทุนคริปโตอย่างมีแผน

Franklin Templeton รุกลงทุนคริปโตอย่างมีแผน

3
0

แม็กซ์ กอคแมน (Max Gokhman) รองประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของ Franklin Templeton Investment Solutions อธิบายว่าบริษัทกำลังทำอะไรเพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าในการลงทุนในคริปโต

ความสนใจในสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากนักลงทุนรายย่อยและกลุ่มนักลงทุนที่มีความเข้าใจในคริปโตอยู่แล้ว เช่น กลุ่มคริปโตเนทีฟ สำนักงานครอบครัว (Family Offices) และกองทุนบริจาคขนาดเล็ก (Endowments) ที่กำลังมองหาวิธีเพิ่มคริปโตเข้าไปในพอร์ตการลงทุนแบบผสมผสาน

Franklin Templeton ได้ออกแบบโมเดลการจัดพอร์ตที่มีการรวมสินทรัพย์ดิจิทัลไว้แล้ว โดยมีสัดส่วนตั้งแต่ 1% สำหรับนักลงทุนที่ระมัดระวัง ไปจนถึง 6% สำหรับนักลงทุนที่ต้องการความเสี่ยงสูง จุดประสงค์คือเพื่อไม่ให้ความเสี่ยงรวมในพอร์ตเกินกว่าระดับที่เหมาะสม

สำหรับลูกค้าบางรายที่ต้องการลงทุนในคริปโตมากถึง 60% บริษัทก็สามารถออกแบบพอร์ตให้เหมาะสมกับเป้าหมายของลูกค้าได้ โดยยังคงเน้นให้เข้าใจความเสี่ยงอย่างชัดเจน

แม้ว่าสถาบันการเงินขนาดใหญ่หลายแห่งยังลังเลที่จะเข้าสู่ตลาดคริปโต แต่ Franklin Templeton กำลังใช้กระบวนการวิเคราะห์ที่ละเอียด แบ่งสินทรัพย์ดิจิทัลออกเป็นประเภทต่างๆ เช่น:

– คริปโตเคอเรนซี (Cryptocurrencies)
– แพลตฟอร์มสมาร์ทคอนแทรกต์ เช่น Ethereum, Solana
– โทเคนของ DeFi
– โทเคนสำหรับผู้บริโภคและโทเคนเพื่อการใช้งาน

แต่ละประเภทจะถูกวิเคราะห์ตามตัวชี้วัด เช่น ขนาดตลาด, การเติบโตของผู้ใช้งาน, ความเคลื่อนไหวของราคา, และกิจกรรมของนักพัฒนา ซึ่งช่วยประเมินมูลค่าและศักยภาพของแต่ละโปรเจกต์อย่างรอบด้าน

แม้ว่า Bitcoin จะยังเป็นสินทรัพย์ยอดนิยม แต่กอคแมนมองว่ามันมีความสัมพันธ์สูงกับตลาดที่มีความเสี่ยงสูง และอาจไม่ใช่สินทรัพย์ที่เหมาะสำหรับการกระจายความเสี่ยงในระยะยาว เขาให้ความสนใจมากกว่าสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีประโยชน์ใช้งานจริง เช่น Ethereum ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี หรือ Solana ที่เน้นระบบชำระเงินข้ามประเทศ

ด้านการประเมินมูลค่า โครงการคริปโตส่วนใหญ่มีลักษณะใกล้เคียงกับบริษัทเทคโนโลยีระยะเริ่มต้น (Startup) มากกว่าบริษัทมหาชนแบบดั้งเดิม แต่นี่ถือเป็นข้อดี เพราะนักลงทุนทั่วไปสามารถเข้าถึงโอกาสในการลงทุนรูปแบบนี้ได้อย่างเปิดกว้าง ต่างจากบริษัท VC หรือสตาร์ทอัพทั่วไปที่มักจำกัดเฉพาะนักลงทุนรายใหญ่

สิ่งหนึ่งที่กำลังเปลี่ยนแปลงคือ การเชื่อมโยงระหว่างปัจจัยพื้นฐาน เช่น การใช้งานเครือข่าย รายได้ และกิจกรรมบน GitHub กับราคาของโทเคน ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดเริ่มเติบโตและมีการใช้ข้อมูลจริงประกอบการตัดสินใจมากขึ้น

อีกแนวโน้มสำคัญคือ “Tokenization” หรือการแปลงสินทรัพย์ให้เป็นโทเคน โดยเฉพาะในสินทรัพย์ที่ไม่สามารถซื้อขายได้ง่าย เช่น อสังหาริมทรัพย์ หุ้นเอกชน และศิลปะ ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องและเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยสามารถเข้าถึงการลงทุนประเภทนี้ได้ง่ายขึ้น

Franklin Templeton ได้เริ่มสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านนี้แล้ว เช่น กองทุนตลาดเงินแบบ on-chain ชื่อ Benji ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดสู่การจัดการสินทรัพย์จริงในรูปแบบดิจิทัลได้ในอนาคต

สุดท้าย กอคแมนกล่าวถึงผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจโลกต่อสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะเมื่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเริ่มอ่อนค่าลงจากภาวะชะลอตัวทางเศรษฐกิจและแรงกดดันจากเงินเฟ้อ การทำธุรกรรมข้ามประเทศที่เร็วขึ้นและมีต้นทุนต่ำจากแพลตฟอร์มอย่าง Solana และ Ripple จะมีบทบาทมากขึ้นในระบบเศรษฐกิจโลก

โดยรวมแล้ว สินทรัพย์ดิจิทัลกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ ที่ไม่ใช่แค่เรื่องของความเสี่ยงหรือเก็งกำไร แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจในอนาคต ทั้งในมุมของการลงทุน การชำระเงิน และการเข้าถึงสินทรัพย์ทั่วโลก

W88 ร่วมสนุกกับการเดิมพันและเกมคาสิโนที่ดีที่สุด เพลิดเพลินกับกีฬาสด, สล็อต, โป๊กเกอร์ และอื่นๆ สมัครวันนี้เพื่อรับรางวัลสุดพิเศษ พร้อมความบันเทิงที่ไม่หยุดยั้ง!

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here