Home การเข้ารหัสลับ AI บูม! Nvidia-OpenAI ดันคริปโตพุ่งแรง

AI บูม! Nvidia-OpenAI ดันคริปโตพุ่งแรง

3
0

การปฏิวัติด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และตอนนี้บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Nvidia, OpenAI และ Oracle กำลังลงทุนมหาศาลเพื่อเร่งพัฒนาเทคโนโลยีนี้ให้ไปไกลยิ่งขึ้น โดย Nvidia เตรียมลงทุนสูงสุดถึง 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐใน OpenAI เพื่อเสริมสร้างกำลังประมวลผลขั้นสูง ซึ่งจะใช้ระบบของ Nvidia ถึง 10 กิกะวัตต์ในการรันโมเดล AI รุ่นใหม่

ก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่วัน OpenAI ได้ลงนามข้อตกลงมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์กับ Oracle เพื่อขยายศักยภาพของระบบคอมพิวเตอร์เช่นกัน ทั้งหมดนี้ต่อเนื่องจากการที่ Nvidia เพิ่งลงทุน 5,000 ล้านดอลลาร์ใน Intel แสดงให้เห็นว่าทุกบริษัทกำลังแข่งขันกันเพื่อแย่งชิงความได้เปรียบในยุค AI

หนึ่งในประเด็นสำคัญคือความต้องการพลังงานมหาศาลที่ระบบ AI ต้องใช้ ทำให้ไฟฟ้ากลายเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อย ๆ นักลงทุนและนักเทรดเริ่มจับตาไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ความสามารถของกริดไฟฟ้า และศูนย์ข้อมูล (Data Center) เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดว่า AI จะเติบโตได้มากแค่ไหน

สำหรับตลาดคริปโต ข่าวใหญ่แบบนี้มีผลกระทบโดยตรง โดยเฉพาะเหรียญที่เกี่ยวข้องกับ AI หรือพลังงาน เช่น Render (RNDR) และ Bittensor (TAO) ที่เน้นการประมวลผลแบบกระจายศูนย์ ข่าวการลงทุนจากบริษัทยักษ์ใหญ่มักทำให้เกิดความเคลื่อนไหวในตลาดคริปโต ทั้งในแง่ปริมาณการซื้อขายและราคาที่ผันผวน นักลงทุนควรจับตา RNDR/USD ที่อาจขึ้นไปแตะระดับต้านที่ $5.50 หากแนวโน้มยังเป็นบวก

นอกจากนี้ โครงการบล็อกเชนที่ให้บริการ GPU แบบกระจายศูนย์ อาจได้รับความสนใจมากขึ้น นักลงทุนอาจพิจารณาซื้อ TAO หากพบว่ามีผู้ใช้งานและธุรกรรมบนเชนเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งติดตามดัชนีตลาดคริปโตอย่าง BTC Dominance ซึ่งอาจลดลงหากเงินทุนไหลเข้าสู่เหรียญกลุ่ม AI มากขึ้น

อีกด้านหนึ่ง ความต้องการพลังงานจำนวนมากจาก AI ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับการขุดคริปโตและเหรียญที่เน้นด้านพลังงาน เช่น Bitcoin ที่ใช้กลไก proof-of-work ซึ่งกินไฟสูง แต่ก็อาจได้อานิสงส์จากโครงสร้างพื้นฐานพลังงานที่เติบโตขึ้น

หุ้นของ Nvidia (NVDA) ก็มีแนวโน้มจะพุ่งขึ้นหลังข่าวนี้ ซึ่งอาจส่งผลดีทางอ้อมต่อ Ethereum (ETH) ที่แม้จะเปลี่ยนมาใช้ proof-of-stake แล้ว แต่ยังสามารถผสาน AI เข้ากับระบบ DeFi ได้ดี นักลงทุนควรตั้งจุดหยุดขาดทุน (stop-loss) ให้ปลอดภัย เช่น ไม่ให้ต่ำกว่าระดับ $2,500 ในช่วงที่ตลาดมีความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงานที่ผันผวน

เมื่อมองไปข้างหน้า การลงทุนต่อเนื่องเหล่านี้จะกระตุ้นให้มีเงินไหลเข้าสู่ระบบนิเวศ AI ตั้งแต่ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ไปจนถึงโปรเจกต์คริปโตสาย AI นักลงทุนที่จับจังหวะได้ดีอาจมองหาเหรียญอย่าง Fetch.ai (FET) หรือ SingularityNET (AGIX) ซึ่งเคยพุ่งถึง 20-30% ในช่วงกระแส AI ก่อนหน้านี้

แต่ก็ต้องระวังความผันผวน โดยเฉพาะเมื่อมีปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ความขัดแย้งด้านทรัพยากรพลังงาน นักลงทุนควรใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค เช่น RSI เพื่อตรวจสอบสัญญาณซื้อมากเกินไป และดูข้อมูลบนเชนควบคู่กัน เพื่อสร้างกลยุทธ์ที่มั่นคงตามทิศทางการเติบโตของ AI

นอกจากนี้ ข้อตกลง 300,000 ล้านดอลลาร์ระหว่าง OpenAI กับ Oracle ยังช่วยเร่งการแข่งขันด้านกำลังประมวลผลอีกด้วย นักลงทุนสายเทรดเร็วอาจหาจังหวะเก็งกำไรในคู่ RNDR/BTC ระหว่างช่วงเวลาที่มีข่าวออก โดยดูจากข้อมูลในอดีตที่แสดงว่าเคยมีความเปลี่ยนแปลงมากกว่า 10% ภายใน 24 ชั่วโมงหลังประกาศข่าวสำคัญ

อีกทั้ง การที่ Nvidia เข้าถือหุ้นใน Intel อาจส่งผลให้สถาบันการเงินเพิ่มสัดส่วนในกองทุนคริปโต ซึ่งอาจดันราคา Bitcoin ไปแตะระดับต้านที่ $70,000 หากมีแรงซื้อร่วมกัน นักลงทุนควรจับตาราคาพลังงาน เพราะหากต้นทุนสูงขึ้นอาจกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของเหรียญขุด เช่น Kaspa (KAS)

สุดท้าย นักลงทุนสามารถวางกลยุทธ์แบบผสม เช่น ถือ stablecoin เพื่อกันความเสี่ยงระยะสั้น และเปิด long position กับเหรียญสาย AI เมื่อตลาดได้รับข่าวบวก ทั้งหมดนี้ตอกย้ำว่า เมื่อหุ้นเทคโนโลยีเคลื่อนไหว ก็สามารถส่งผลให้ตลาดคริปโตเกิดกระแส bull run ได้เช่นกัน ผู้เล่นในตลาดควรติดตามข้อมูลแบบเรียลไทม์ และปรับกลยุทธ์ตามสถานการณ์เพื่อคว้าโอกาสจากการเติบโตครั้งใหญ่ของ AI ในยุคนี้

W88 ร่วมสนุกกับการเดิมพันและเกมคาสิโนที่ดีที่สุด เพลิดเพลินกับกีฬาสด, สล็อต, โป๊กเกอร์ และอื่นๆ สมัครวันนี้เพื่อรับรางวัลสุดพิเศษ พร้อมความบันเทิงที่ไม่หยุดยั้ง!

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here