TACEO จับมือกับ Aztec Foundation สร้างระบบข้อมูลส่วนตัวแบบแชร์ได้บน Ethereum ซึ่งให้ความปลอดภัยสูงด้วยการเข้ารหัส และรองรับการคำนวณร่วม การอัปเดต และการตรวจสอบ โดยไม่ต้องพึ่งศูนย์กลาง
TACEO บริษัทที่อยู่เบื้องหลังระบบสแกนม่านตาแบบเข้ารหัสของ Worldcoin และฐานข้อมูลการคำนวณร่วมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ประกาศความร่วมมือกับ Aztec Foundation องค์กรไม่แสวงหากำไรที่พัฒนาเครือข่าย Aztec ซึ่งเป็น Layer 2 ที่เน้นความเป็นส่วนตัวบน Ethereum ทั้งสององค์กรกำลังพัฒนาระบบใหม่ชื่อว่า Private Shared State (PSS) ซึ่งจะเปลี่ยนวิธีที่หลายฝ่ายสามารถทำงานร่วมกันบนข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสได้
ระบบ PSS นี้ช่วยให้หลายฝ่ายสามารถตรวจสอบธุรกรรมและสัญญาบนบล็อกเชนได้โดยไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลภายใน หรือพึ่งพาบุคคลที่สาม ระบบนี้รวมความสามารถด้านการคำนวณร่วมของ TACEO กับเทคโนโลยีความเป็นส่วนตัวของ Aztec เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและกระจายศูนย์อย่างแท้จริง
Lukas Helminger ซีอีโอของ TACEO อธิบายว่า PSS เป็นการต่อยอดเทคโนโลยี multiparty computation (MPC) โดยให้ผู้ใช้งานหลายคนสามารถคำนวณร่วมกันบนข้อมูลที่ถูกเข้ารหัส และสามารถอัปเดตสถานะของข้อมูลนั้นได้โดยไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลจริง อีกทั้งยังสามารถสร้างหลักฐานที่ตรวจสอบได้ว่า การคำนวณเหล่านั้นถูกต้องจริง
นักพัฒนาที่ใช้ Aztec จะสามารถเข้าถึงเครื่องมือใหม่ๆ ที่ทำให้การคำนวณร่วมบนข้อมูลจากหลายแหล่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งยังรักษาความเป็นส่วนตัวได้ดีกว่าเทคโนโลยีในยุคเว็บ 2 ใช้ได้กับหลายกรณี เช่น ตลาดการเงินแบบไม่ต้องเชื่อใจกัน การฝึกโมเดล AI ร่วมกัน เกมที่ป้องกันการโกงได้ และระบบควบคุมสิทธิ์ข้อมูลแบบกระจายศูนย์
Helminger ยังชี้ให้เห็นว่า PSS แตกต่างจากเทคโนโลยี MPC ทั่วไป เพราะสามารถทำงานกับข้อมูลเข้ารหัสได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น และยังสร้างสถานะที่อัปเดตต่อเนื่องได้ ซึ่งต่างจากระบบอย่าง ZKMPC ที่มักใช้ในงานคำนวณครั้งเดียวและไม่มีสถานะให้ติดตามบนเชน
PSS ยังแตกต่างจากเทคโนโลยี threshold cryptography ของ NuCypher ซึ่งเน้นการลงชื่อ การถอดรหัส และการเข้าถึงข้อมูลตามจำนวนผู้ใช้ ระบบของ TACEO ไปไกลกว่านั้นด้วยการสร้างสถานะร่วมแบบเข้ารหัสที่อัปเดตได้ พร้อมหลักฐานบนเชนที่ตรวจสอบได้
อีกหนึ่งจุดเด่นของ PSS คือ การออกแบบมาเพื่อให้นักพัฒนาทั่วไปใช้งานได้ง่าย โดยผ่านเครื่องมือชื่อ coNoir ซึ่งช่วยให้ผู้ที่ใช้ภาษาโปรแกรม Noir ของ Aztec สามารถต่อยอดไปสู่แอปพลิเคชันที่ใช้ MPC และ PSS ได้ทันที โดยไม่ต้องเริ่มต้นใหม่
ด้านความปลอดภัย Helminger ระบุว่า โปรโตคอลต่างๆ ในระบบนี้ได้รับการวิจัยและตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญมาหลายปี ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการประเมินความปลอดภัย และจะมีการตรวจสอบจากภายนอกอย่างสม่ำเสมอเมื่อระบบมีความเสถียร
“ด้วยธรรมชาติของ MPC ไม่มีโหนดใดรู้ข้อมูลจริง และตราบใดที่ไม่มีโหนดสมรู้ร่วมคิดเกินค่ากำหนด ความลับก็จะยังปลอดภัย” เขากล่าว
ในขณะที่หลายคนกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของควอนตัมคอมพิวเตอร์ต่อคริปโต เช่น Bitcoin ที่อาจถูกถอดรหัสในอนาคต Helminger ยืนยันว่าบางส่วนของระบบ เช่น secret sharing ของ MPC มีความปลอดภัยระดับทฤษฎีอยู่แล้ว และยังเตรียมปรับเปลี่ยนไปใช้เทคนิคใหม่ๆ ที่ทนต่อควอนตัม เช่น ระบบพิสูจน์ความรู้ศูนย์แบบใช้ hash
ทีมวิจัยของ TACEO เคยมีประสบการณ์ในการพัฒนามาตรฐาน post-quantum มาก่อน จึงออกแบบระบบให้สามารถเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีใหม่ได้ทันทีเมื่อพร้อมใช้งาน เช่น การทดลองใช้ระบบพิสูจน์ด้วย hash แทน SNARKs แบบเดิมที่ใช้ elliptic curve
“เราสร้างระบบให้ยืดหยุ่นด้านคริปโต (crypto-agile) เพื่อให้สามารถอัปเกรดไปใช้เทคโนโลยี post-quantum ได้อย่างไร้รอยต่อ” Helminger กล่าวสรุป








