บิทคอยน์ (Bitcoin หรือ BTC) เริ่มต้นสัปดาห์นี้ด้วยสัญญาณเชิงบวก หลังจากที่ราคาตกลงต่อเนื่องเกือบ 7 วัน ตอนนี้กลับมาซื้อขายอยู่เหนือระดับ 112,000 ดอลลาร์อีกครั้ง
แม้ว่าราคาจะฟื้นตัวขึ้น แต่ BTC ยังต้องเจอกับแรงกดดันจากเหรียญทางเลือก (Altcoins) หลายตัวที่กำลังมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อใกล้ถึงช่วงที่อาจมีการอนุมัติ ETF (กองทุนซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในตลาดหลักทรัพย์) ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
หนึ่งในคู่แข่งสำคัญของบิทคอยน์ในตอนนี้คือ Ethereum (ETH) เพราะนอกจากจะใช้เป็นแหล่งเก็บมูลค่าได้จากการ Staking แล้ว ยังมีการใช้งานที่หลากหลายกว่า BTC ซึ่งเป็นสิ่งที่บิทคอยน์ไม่มี
ถึงแม้ ETH จะลดลงเล็กน้อยในกราฟรายเดือน แต่ถ้าดูตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน Ethereum มีผลงานดีกว่า โดยราคาปรับขึ้นมาประมาณ 25% ขณะที่ BTC ขึ้นมาเพียง 20% เท่านั้น
แม้จะยังไม่สามารถสรุปได้ว่า ETH จะทำผลงานแซงหน้าบิทคอยน์ในระยะยาวหรือไม่ แต่นักวิเคราะห์หลายคน รวมถึง AI ก็เห็นด้วยว่า ETH มีโอกาสสูง เพราะช่วงหลังมานี้ ETH ได้รับความชัดเจนมากขึ้นด้านกฎหมายและข้อบังคับ
นักวิเคราะห์ชื่อดังอย่าง Tom Lee จาก Fundstrat ก็ได้คาดการณ์ว่า ราคาของ Ethereum อาจพุ่งไปแตะระดับ 10,000 – 12,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งถือว่าเป็นการเติบโตมากถึง 200%
ณ เวลานี้ ETH ซื้อขายอยู่ที่ราคา 4,171 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 3.76% ภายในวันเดียว
อันดับสองของกระแสเหรียญเด่นในตอนนี้คือ Solana (SOL) ที่ยังคงรักษาความนิยมไว้ได้ ด้วยจุดเด่นด้านความเร็วในการทำธุรกรรมและค่าธรรมเนียมต่ำ แม้จะเคยมีปัญหาเครือข่ายล่มหลายครั้งก็ตาม
ล่าสุด SOL กลับมาอยู่ที่ราคา 210.93 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 4.67% ภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา หลังจากที่ราคาร่วงลงถึง 20% เมื่อสัปดาห์ก่อน
สิ่งที่น่าสนใจคือ ในช่วง 72 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีการซื้อ SOL มากกว่า 1.5 ล้านเหรียญ คิดเป็นมูลค่ากว่า 315 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ราคาอยู่ต่ำกว่า 200 ดอลลาร์ แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจจากนักลงทุนรายใหญ่และสถาบันในช่วงสิ้นไตรมาส
หากมีการอนุมัติ ETF สำหรับ SOL ในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ อาจเป็นแรงผลักดันให้ราคาของเหรียญพุ่งขึ้นอย่างมาก และช่วยให้เงินทุนจากนักลงทุนทั่วไปไหลเข้าสู่ตลาดมากยิ่งขึ้น
แม้ว่า Solana จะไม่ใช่คู่แข่งโดยตรงของบิทคอยน์ในด้านการเป็น “เงิน” แต่ SOL ถูกมองว่าเป็นบล็อกเชนสำหรับการทำธุรกรรมที่สามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน และอาจกลายเป็นตัวเลือกหลักสำหรับการจ่ายเงินในโลกแห่งความจริงในอนาคต








