เจอร์วอนตา เดวิส อาจเดินขึ้นสังเวียนเป็นหนึ่งในครั้งสุดท้ายในชีวิตของเขาในคืนวันเสาร์นี้ที่บรู๊คลิน หากเขายังคงยึดมั่นในสิ่งที่เคยพูดไว้เมื่อสามเดือนก่อน
ตั้งแต่ยังเป็นเด็กที่ฝึกฝนอยู่ในยิม Upton Boxing Center ที่บัลติมอร์ เดวิสมีเพียงเป้าหมายเดียวในใจ นั่นคือการเป็นซูเปอร์สตาร์แห่งวงการมวย เขาเชื่อเสมอว่าตัวเองจะสามารถน็อกคู่ต่อสู้ทีละคนจนขึ้นมาเป็นแชมป์ และกลายเป็นนักชกที่มีชื่อเสียงและร่ำรวย
ปัจจุบัน เดวิสอายุ 30 ปี และได้ทำให้ความฝันนั้นกลายเป็นจริง เขาเป็นแชมป์โลกรุ่นไลท์เวทของ WBA และยังไม่เคยแพ้ใครใน 30 ไฟต์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ สไตล์การชกที่รุนแรงและพลังหมัดที่สามารถปิดบัญชีคู่ต่อสู้ได้อย่างเด็ดขาด ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในนักมวยอเมริกันที่สามารถขายตั๋วและถ่ายทอดสดแบบจ่ายต่อการรับชม (Pay-Per-View) ได้อย่างต่อเนื่อง
คืนวันเสาร์นี้ เขาจะขึ้นชกเพื่อป้องกันแชมป์กับ ลามอนต์ โรช จูเนียร์ นักมวยจากรัฐแมริแลนด์เช่นเดียวกัน ทั้งคู่เคยพบกันมาก่อนในสมัยยังแข่งขันระดับเยาวชน
แม้ว่าเขาจะอยู่บนจุดสูงสุดของวงการ แต่ดูเหมือนว่าเดวิสเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้ากับแรงกดดันและความวุ่นวายที่มาพร้อมกับมัน เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เขาเคยบอกว่าอยากมีชีวิตที่เงียบสงบกับครอบครัว และอาจเลิกชกมวยภายในปี 2025 โดยตั้งเป้าชกอีกสองไฟต์หลังจากเจอกับโรช แล้วจะแขวนนวม
อย่างไรก็ตาม ในการให้สัมภาษณ์ล่าสุดที่นิวยอร์ก เดวิสดูเหมือนจะลังเลกับแผนเกษียณของตัวเอง เขาบอกว่าอาจต้องการหยุดพักยาวหลังจากไฟต์นี้
“การอยู่ในวงการมันก็ดีนะ แต่บางครั้งเราต้องเรียนรู้เกี่ยวกับตัวเองบ้าง ผมทุ่มเทให้กับมวยมาตลอดจนไม่มีเวลาทบทวนชีวิตตัวเองเลย ผมอยากใช้เวลาสักพักเพื่อเติบโต และบางทีอาจจะกลับมาอีกครั้งในหกเดือนหรือหนึ่งปี”
แม้ว่าเขาจะมีไฟต์ใหญ่รออยู่ ไม่ว่าจะเป็นการเจอกับ ชาเคอร์ สตีเวนสัน แชมป์โลกรุ่นไลท์เวทอีกคน หรือ วาซิลี โลมาเชนโก อดีตนักมวยอันดับหนึ่งของโลก แต่ดูเหมือนว่าเดวิสยังไม่รีบร้อน
“ทุกคนเอาแต่ถามว่าผมจะทำอะไรต่อไป แต่ไม่มีใครถามเลยว่าผมโอเคไหม หรือรู้สึกอย่างไร” เขากล่าว พร้อมย้ำว่ามวยไม่ใช่สิ่งที่จะช่วยเยียวยาสภาพจิตใจของเขาได้
แฟนมวยและนักวิเคราะห์ต่างตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องการรีไทร์ของเดวิส เพราะที่ผ่านมา มีนักมวยระดับตำนานหลายคนที่ประกาศเลิกชกแล้วก็กลับมาอีก เช่น ชูการ์ เรย์ เลียวนาร์ด ที่เคยรีไทร์ตอนอายุ 26 ปี แต่กลับมาชกจนถึงอายุ 40
ถ้าเดวิสเลิกชกจริง ๆ ในปีนี้ เขาจะเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่สามารถเดินออกจากวงการในช่วงที่ยังอยู่บนจุดสูงสุดได้
แต่ก่อนจะคิดถึงเรื่องอนาคต เขามีภารกิจตรงหน้าที่ต้องทำ นั่นคือไฟต์ป้องกันแชมป์กับโรชที่ Barclays Center ซึ่งสามารถรับชมผ่าน Amazon Prime Video และช่องทาง Pay-Per-View อื่น ๆ
แม้ว่าทั้งคู่จะมีการพูดจาท้าทายกันตามสไตล์โปรโมตมวย แต่เมื่อขึ้นเวทีแถลงข่าว พวกเขากลับแสดงความเคารพซึ่งกันและกัน
“เขามีฝีมือดี นั่นคือเหตุผลที่เขาได้มายืนตรงนี้” เดวิสกล่าวถึงคู่ต่อสู้ของเขา “ผมคิดว่าเขาเป็นนักมวยระดับ A+”
โรชตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “ผมรับคำชมนี้ไว้อย่างดี และมันทำให้ผมมั่นใจว่าเขาจริงจังกับไฟต์นี้เต็มที่”
โรช วัย 29 ปี เติบโตในเมือง Upper Marlboro และเริ่มต้นอาชีพนักมวยตั้งแต่ยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยแมริแลนด์ เขาคว้าแชมป์ WBA รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวทเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2023 หลังจากเอาชนะ เฮคเตอร์ หลุยส์ การ์เซีย อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าความสำเร็จของเขายังห่างไกลจากชื่อเสียงของเดวิส นี่คือโอกาสสำคัญที่เขาจะสร้างชื่อและก้าวขึ้นไปอยู่บนเวทีใหญ่
“เดวิสคือซูเปอร์สตาร์ของวงการ และเขาให้โอกาสผมได้ขึ้นชกกับเขา งั้นมาเต้นกันเถอะ!” โรชกล่าว
โรชที่ขยับขึ้นมาจากรุ่น 130 ปอนด์ พยายามสร้างความตื่นเต้นให้กับไฟต์นี้ แม้ว่าหลายคนจะมองว่าเดวิสน่าจะเอาชนะได้ง่าย ๆ เขาถึงกับประกาศว่าจะทำให้เดวิสรีไทร์เร็วขึ้นด้วยการน็อกเอาต์ ซึ่งถือเป็นเรื่องเหลือเชื่อ เพราะเดวิสเป็นนักมวยที่ทนหมัดได้ดีมาก ในขณะที่โรชมีอัตราน็อกเอาต์เพียง 10 ครั้งจาก 27 ไฟต์
เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับไฟต์นี้ เดวิสได้เพิ่ม แบร์รี ฮันเตอร์ เทรนเนอร์มากประสบการณ์จากวอชิงตัน เข้ามาช่วยเสริมทีมโค้ชของเขา
“สองหัวดีกว่าหัวเดียวแน่นอน” เดวิสกล่าว “แต่สุดท้ายแล้ว เมื่อขึ้นเวที ทุกอย่างจะเหมือนเดิม ผมจะกลายเป็นอสูร ผมนึกถึงสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต นึกถึงสิ่งที่ผมสูญเสียไป แล้วลงมือจัดการคู่ต่อสู้ของผม”








