Home การเข้ารหัสลับ ปี 2024: การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการคริปโต

ปี 2024: การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการคริปโต

86
0
Golden Bitcoin cryptocurrency coin soars, reflected in the shiny surface, amid a backdrop of rising financial charts. Success in digital currency trading.

ปี 2024 เป็นปีที่วงการคริปโตเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในวันที่ 10 มกราคม เมื่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) อนุมัติ Spot Bitcoin ETFs ซึ่งเป็นข่าวที่สะเทือนวงการและถูกพูดถึงตลอดทั้งปี

นอกจากนี้ การกลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของโดนัลด์ ทรัมป์ ยังสร้างกระแสการพุ่งสูงของราคา Bitcoin จนไปแตะจุดสูงสุดใหม่ที่ 108,268 ดอลลาร์สหรัฐ (174,154 ดอลลาร์ออสเตรเลีย) เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม

การอนุมัติ 11 Spot ETFs ในสหรัฐฯ ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ โดยเฉพาะ BlackRock iShares Bitcoin Trust (IBIT) ที่สามารถทำลายสถิติเดิมทั้งหมดได้ ภายในเวลาเพียง 11 เดือน กองทุนนี้สะสม Bitcoin ได้ถึง 51.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (82.3 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย) หรือประมาณ 552,554 BTC คิดเป็น 2.63% ของจำนวน Bitcoin ทั้งหมด และเมื่อรวม Spot ETFs ทั้งหมด มูลค่าการถือครอง Bitcoin อยู่ที่ 104.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (168.2 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย) หรือประมาณ 5.37% ของจำนวน Bitcoin ทั้งหมดที่มีอยู่

ช่วงต้นปี ทรัมป์เริ่มเปลี่ยนท่าทีต่อวงการคริปโต โดยกล่าวว่า “หลายคนกำลังยอมรับมัน” และในเดือนมีนาคม Bitcoin ทำราคาสูงสุดที่ 73,079 ดอลลาร์สหรัฐ (118,549 ดอลลาร์ออสเตรเลีย) ก่อนจะลดลงในช่วงเดือนถัดมา

เดือนเมษายนมีข่าวสำคัญจากฮ่องกง เมื่อหน่วยงานกำกับดูแลอนุมัติ Spot ETFs สำหรับ Bitcoin และ Ethereum และยังเป็นเดือนที่เกิด Bitcoin Halving รวมถึง Consensys ฟ้องร้อง SEC เพื่อเรียกร้องความชัดเจนเกี่ยวกับสถานะของ Ethereum

ในเดือนพฤษภาคม ทรัมป์ประกาศรับบริจาคเงินสำหรับแคมเปญผ่านคริปโต พร้อมให้คำมั่นว่าจะปล่อยตัว Ross Ulbricht และหยุดการพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDCs) ในวันที่ 23 พฤษภาคม SEC อนุมัติ ETFs สำหรับ Ethereum จำนวน 8 กองทุนเพื่อเริ่มซื้อขายในตลาดสหรัฐฯ

ในเดือนมิถุนายน รัฐบาลเยอรมันกลายเป็นข่าวใหญ่เมื่อเริ่มขาย Bitcoin ที่ถือครองไว้กว่า 50,000 BTC มูลค่ากว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (4 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย) การเคลื่อนไหวนี้จุดประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับบทบาทของประเทศในวงการคริปโต

เดือนกรกฎาคม Mt.Gox เริ่มเคลื่อนย้าย Bitcoin มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อแจกจ่ายคืนหลังการล้มละลายที่กินเวลานานกว่า 10 ปี ขณะเดียวกัน ทรัมป์ปรากฏตัวที่งาน Bitcoin Conference 2024 ในแนชวิลล์ พร้อมกล่าวสุนทรพจน์ว่าจะทำให้สหรัฐฯ เป็น “ศูนย์กลางคริปโตของโลก” และปลด Gary Gensler ประธาน SEC ในวันแรกของการดำรงตำแหน่ง

เดือนสิงหาคม Morgan Stanley เปิดโอกาสให้ที่ปรึกษาการเงินกว่า 15,000 คนเสนอ Spot Bitcoin ETFs ให้กับลูกค้าที่มีทรัพย์สินมากกว่า 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2.4 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย) ขณะเดียวกัน ตลาดคริปโตและตลาดอื่น ๆ เกิดการปรับฐานครั้งใหญ่ สาเหตุหลักมาจากการซื้อขาย Yen carry trade และฟองสบู่ในเทคโนโลยีและ AI

ในเดือนกันยายน Swift เริ่มทดลองใช้การโทเคไนซ์สินทรัพย์ ซึ่งเป็นเทรนด์สำคัญของปี 2024 ขณะที่เดือนตุลาคม SEC อนุมัติให้เริ่มซื้อขายตัวเลือกสำหรับ Spot Bitcoin ETFs หลายกองทุน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญอีกขั้นของตลาด

ช่วงปลายปี MicroStrategy และบริษัทญี่ปุ่น Metaplanet เดินหน้าซื้อ Bitcoin อย่างต่อเนื่อง โดย Metaplanet ได้รับฉายาว่าเป็น “MicroStrategy แห่งตะวันออก”

เดือนพฤศจิกายน UBS ธนาคารยักษ์ใหญ่ของสวิตเซอร์แลนด์ เข้าสู่ธุรกิจโทเคไนซ์ เปิดตัวกองทุนตลาดเงินบน Ethereum และในวันที่ 6 พฤศจิกายน ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สร้างกระแสราคาคริปโตพุ่งสูง โดย Bitcoin เพิ่มจาก 68,000 ดอลลาร์สหรัฐ (109,200 ดอลลาร์ออสเตรเลีย) ไปถึง 108,000 ดอลลาร์สหรัฐ (173,400 ดอลลาร์ออสเตรเลีย) ภายในเวลาเพียง 41 วัน

โดยรวมแล้ว ปี 2024 เป็นปีแห่งความผันผวนและการเติบโตของวงการคริปโต โดยเฉพาะจากผู้เล่นระดับสถาบัน แม้ว่า Bitcoin จะเพิ่มขึ้นจาก 42,000 ดอลลาร์สหรัฐ (67,400 ดอลลาร์ออสเตรเลีย) ไปถึง 92,000 ดอลลาร์สหรัฐ (147,700 ดอลลาร์ออสเตรเลีย) เพิ่มขึ้นถึง 118% เมื่อเทียบปีต่อปี แต่เหรียญ Altcoin กลับไม่ได้รับความนิยมมากนัก

อย่างไรก็ตาม ปี 2024 ยังถูกขนานนามว่าเป็นปีแห่งเหรียญ Meme ส่วนปี 2025 จะเป็นปีของ Altcoin หรือไม่ คงต้องติดตามกันต่อไป…สุขสันต์ปีใหม่!

W88 ร่วมสนุกกับการเดิมพันและเกมคาสิโนที่ดีที่สุด เพลิดเพลินกับกีฬาสด, สล็อต, โป๊กเกอร์ และอื่นๆ สมัครวันนี้เพื่อรับรางวัลสุดพิเศษ พร้อมความบันเทิงที่ไม่หยุดยั้ง!

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here