ลอสแอนเจลิส เลเกอร์ส ตัดสินใจเลื่อนสถานะของ จอร์แดน กูดวิน จากสัญญาแบบทูเวย์ให้มาอยู่ในทีมชุดหลักแบบเต็มเวลา ก่อนที่รอบเพลย์ออฟจะเริ่มต้น นี่เป็นสัญญาณชัดเจนว่าทีมเชื่อมั่นในผลงานและบทบาทของเขาในช่วงท้ายฤดูกาล
เพื่อเปิดที่ว่างในทีม เลเกอร์สจึงปล่อย แคม เรดดิช ออกจากทีม หลังจากที่เขาไม่สามารถสร้างผลงานที่ดีได้ในฤดูกาลนี้ โดยมีปัญหาทั้งเรื่องฟอร์มการเล่นไม่สม่ำเสมอและอาการบาดเจ็บต่อเนื่อง ซึ่งทำให้เขาได้ลงสนามเพียง 2 เกมในช่วง 27 นัดหลังสุดภายใต้การคุมทีมของ เจเจ เรดดิก
ในทางกลับกัน กูดวิน สร้างความประทับใจให้กับทีมตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมเมื่อเดือนมกราคม เขากลายเป็นตัวจริงร่วมกับเรดดิก และลงเล่นไปแล้ว 19 เกม มีค่าเฉลี่ย 6.4 คะแนน, 3.9 รีบาวด์ และ 1.2 สตีลต่อเกม ในเวลาลงสนามเฉลี่ย 20.1 นาที พร้อมกับความแม่นยำในการยิงสามแต้มที่ 41.3 เปอร์เซ็นต์
ช่วงพักเบรกออลสตาร์ ทำให้มีพื้นที่ในทีมมากพอสำหรับกูดวิน และเขาก็ไม่ทำให้ผิดหวัง โดยได้เริ่มต้นเป็นตัวจริงถึง 5 เกม และทำผลงานเฉลี่ย 8.6 คะแนน, 4.8 รีบาวด์ และ 2.8 แอสซิสต์ต่อเกม แฟนๆ เลเกอร์สต่างชื่นชมในความขยันของเขา ทั้งการวิ่งไล่เก็บบอลหลุดและการรีบาวด์เกมรุกและรับอย่างไม่ย่อท้อ ซึ่งกลายเป็นจุดแข็งของเขา
การเล่นเกมรับของกูดวินทำให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะการ์ดตัวหลัก ต้องเจอกับงานหนักทุกครั้ง และนั่นคือเหตุผลที่เลเกอร์สต้องการให้เขาอยู่ช่วยทีมในช่วงเพลย์ออฟ
กูดวินเพิ่งเซ็นสัญญาใหม่กับเลเกอร์ส เป็นระยะเวลา 2 ปี โดยมีออปชั่นของทีมในปีที่สอง เริ่มใช้ตั้งแต่ฤดูกาล 2025-26 ซึ่งถือว่าเป็นดีลที่ยืดหยุ่นและเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนทีมในระยะยาว เขาเดินรอยตามผู้เล่นอย่าง ออสติน รีฟส์ และ อเล็กซ์ คารูโซ ที่เริ่มต้นจากผู้เล่นโนเนมก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของทีม
ตอนนี้เมื่อเขามีสัญญาเต็มเวลาแล้ว กูดวินสามารถลงเล่นในรอบเพลย์ออฟได้อย่างไม่มีข้อจำกัด เขาจะเป็นตัวสำรองที่มีคุณภาพในตำแหน่งการ์ด ด้วยเกมรับที่เหนียวแน่น และความแม่นในการยิงระยะไกล ซึ่งจะช่วยเพิ่มมิติให้กับทีมเลเกอร์สในการไล่ล่าความสำเร็จช่วงปลายฤดูกาลนี้








