ตลาดคริปโตเผชิญแรงกดดันหนัก นักลงทุนส่วนใหญ่ยังมีมุมมองเป็นลบ
ตลาดคริปโตเคลื่อนไหวในแดนลบอย่างชัดเจน หลังจากมีการยืนยันเรื่องภาษีศุลกากรใหม่ของสหรัฐฯ ต่อสินค้านำเข้าจากจีน ส่งผลให้ตลาดหุ้นเอเชียร่วงลงในวันศุกร์ ซึ่งยิ่งเพิ่มความผันผวนให้กับสินทรัพย์ดิจิทัลที่เผชิญสัปดาห์ที่ยากลำบากอยู่แล้ว
**XRP และ Dogecoin (DOGE) ร่วงหนัก**
เหรียญ XRP และ Dogecoin (DOGE) ดิ่งลงมากกว่า 10% นำขบวนขาดทุนในกลุ่มคริปโตหลัก ขณะที่ Bitcoin (BTC) ก็ปรับตัวลงถึง 7% แตะระดับประมาณ 79,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน และลดลงเกือบ 30% จากจุดสูงสุดในเดือนมกราคมที่มากกว่า 108,000 ดอลลาร์
**เหรียญอื่น ๆ ก็ไม่รอด**
Ethereum (ETH), Cardano (ADA) และ BNB Chain (BNB) ต่างเผชิญแรงเทขายอย่างหนัก โดยปรับตัวลดลงอย่างน้อย 9% ทำให้มูลค่าตลาดรวมของคริปโตหดตัวลง 8% เหลือ 2.7 ล้านล้านดอลลาร์ ย้อนกลับไปสู่ระดับก่อนการเลือกตั้งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน
ดัชนี CoinDesk 20 (CD20) ซึ่งสะท้อนภาพรวมของตลาดคริปโตร่วงลงเกือบ 9% เช่นกัน
**แม้ Nvidia รายงานกำไรดี แต่ตลาดยังซึม**
แม้ว่าบริษัท Nvidia จะประกาศผลประกอบการที่แข็งแกร่งในวันพุธ แต่นั่นยังไม่เพียงพอที่จะฟื้นความเชื่อมั่นของตลาด เนื่องจากนักลงทุนยังกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของมาตรการภาษีใหม่ การชะลอตัวของเศรษฐกิจ และตำแหน่งการลงทุนที่ตึงตัว ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อคริปโตโดยตรง เนื่องจาก Bitcoin มีความเชื่อมโยงสูงกับดัชนี S&P 500
**แรงกดดันจาก ETF และกระแสเก็งกำไร Memecoin**
นักวิเคราะห์จาก SignalPlus ชี้ว่า การเทขายของกองทุน ETF Bitcoin ทำสถิติสูงสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งส่งผลให้ Bitcoin ร่วงลง ขณะที่เหรียญอื่น ๆ ก็ได้รับผลกระทบจากภาวะสภาพคล่องที่ลดลงหลังจากเกิดกระแสเก็งกำไรในเหรียญกลุ่ม Memecoin
**สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน กระทบตลาด**
ราคาคริปโตร่วงตามตลาดหุ้นจีน ซึ่งปรับตัวลงทันทีหลังจากที่ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีศุลกากรใหม่ 10% กับสินค้านำเข้าจากจีน มาตรการใหม่นี้เป็นการเพิ่มภาระต่ออัตราภาษีเดิมที่เริ่มใช้เมื่อต้นเดือน ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ
นักวิเคราะห์เตือนว่าการขึ้นภาษีอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีนที่กำลังเผชิญวิกฤติภาคอสังหาริมทรัพย์และภาวะเงินฝืด นอกจากนี้ ยังอาจสกัดกั้นแนวโน้มขาขึ้นของตลาดหุ้นจีนที่ได้รับแรงหนุนจากเทคโนโลยี AI นำโดย DeepSeek คู่แข่งของ ChatGPT
**จับตาการประชุมใหญ่ของจีน สัปดาห์หน้าอาจเป็นจุดเปลี่ยน**
จีนเตรียมจัดการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติในสัปดาห์หน้า ซึ่งอาจมีการเปิดเผยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม หากรัฐบาลจีนตัดสินใจอัดฉีดเม็ดเงินหรือออกนโยบายกระตุ้นการบริโภค อาจทำให้ราคาคริปโตฟื้นตัวได้ ดังนั้น นักลงทุนควรจับตาความเคลื่อนไหวนี้อย่างใกล้ชิด
**นักลงทุนยังคงระแวง ตลาดยังมีแนวโน้มเป็นขาลง**
แม้ว่าจะมีโอกาสเกิดปัจจัยบวก แต่เทรดเดอร์ Bitcoin ส่วนใหญ่ยังคงมีมุมมองเป็นลบ โดยเฉพาะในตลาดออปชัน นักลงทุนที่เคยเดิมพันขาขึ้นเริ่มลดสถานะลง ขณะที่ความผันผวนในตลาดปรับตัวลดลง
นอกจากนี้ หุ้นของ MicroStrategy (MSTR) ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่ถือ Bitcoin มากที่สุด ร่วงลงถึง 10% ทำให้เกิดความเสี่ยงเพิ่มเติมต่อราคาของ BTC เนื่องจากบริษัทใช้เงินกู้แปลงสภาพในการซื้อ Bitcoin ซึ่งหากหุ้น MSTR ยังคงอ่อนแอ อาจยิ่งเพิ่มแรงขายในตลาดคริปโตมากขึ้น








