Bankrate.com เป็นผู้ให้บริการเผยแพร่และเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เป็นอิสระและได้รับการสนับสนุนจากโฆษณา เราได้รับค่าตอบแทนจากการวางผลิตภัณฑ์และบริการที่ได้รับการสนับสนุน หรือเมื่อคุณคลิกลิงก์บางรายการบนเว็บไซต์ของเรา ดังนั้น ค่าตอบแทนนี้อาจส่งผลต่อการจัดลำดับผลิตภัณฑ์ในหมวดหมู่ต่างๆ ยกเว้นในกรณีที่กฎหมายห้ามสำหรับผลิตภัณฑ์สินเชื่อบ้านและสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับบ้าน ปัจจัยอื่นๆ เช่น กฎของเว็บไซต์ของเราเอง และว่าผลิตภัณฑ์มีให้บริการในพื้นที่ของคุณหรือไม่ รวมถึงคะแนนเครดิตของคุณ ก็สามารถมีผลต่อการแสดงผลของผลิตภัณฑ์บนเว็บไซต์นี้ด้วย แม้ว่าเราจะพยายามนำเสนอข้อมูลที่ครอบคลุม แต่ Bankrate ไม่ได้รวมข้อมูลเกี่ยวกับทุกผลิตภัณฑ์หรือบริการทางการเงินเสมอไป
### ตลาดคริปโตดิ่งหนัก! Bitcoin และ Ethereum ร่วงต่อเนื่อง
ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาคริปโตเคอร์เรนซีลดลงอย่างมาก หลังจากที่เคยพุ่งขึ้นมาได้สักระยะ Bitcoin ลดลงเกือบ **12%** ภายในหนึ่งสัปดาห์ ส่วน Ethereum ร่วงลงถึง **16%** ทำให้นักลงทุนหลายรายเริ่มวิตกกังวล
ในช่วงเดือนที่ผ่านมา Bitcoin ร่วงลงไป **18.5%** ในขณะที่ Ethereum ซึ่งเป็นเหรียญยอดนิยมอันดับสอง ดิ่งลงถึง **28%** อีกทั้งยังมีข่าวร้ายเกี่ยวกับการแฮ็ก Bybit ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตชื่อดัง ที่ถูกขโมย Ethereum มูลค่ากว่า **1.5 พันล้านดอลลาร์** ยิ่งทำให้ตลาดยิ่งซบเซา
### อะไรทำให้ราคาคริปโตลดลง?
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ราคาคริปโตเคอร์เรนซีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้รับแรงหนุนจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีของ **โดนัลด์ ทรัมป์** และแนวทางสนับสนุนสินทรัพย์ดิจิทัลของรัฐบาลสหรัฐฯ แถมก่อนพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง ทรัมป์ยังเปิดตัวเหรียญ **memecoin** ของตัวเอง ซึ่งทำให้บางคนร่ำรวยข้ามคืน แต่เพียงหนึ่งเดือนให้หลัง เหรียญดังกล่าวก็ร่วงลงไปกว่า **53%**
ไม่เพียงแค่เหรียญ memecoin เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ ตลาดคริปโตโดยรวมก็ตกต่ำเช่นกัน Bitcoin ซึ่งเป็นเหรียญหลักของตลาด ลดลงมากกว่า **22%** จากจุดสูงสุดที่เคยแตะ **109,000 ดอลลาร์** เมื่อต้นปี ทำให้นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับอนาคตของตลาด และว่าจะสามารถกลับมาทำกำไรได้อีกหรือไม่
> “**ความผันผวนรุนแรงของคริปโตในช่วงสัปดาห์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่านี่เป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง ไม่เหมาะสำหรับคนใจเสาะ**”
### 3 เหตุผลหลักที่ทำให้ราคาคริปโตลดลง
1. **เศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอนและนโยบายภาษีนำเข้า**
ราคาคริปโตไม่เหมือนหุ้นทั่วไปที่ได้รับอิทธิพลจากผลประกอบการของบริษัทหรือกระแสเงินสด แต่ราคาของมันขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นของนักลงทุน แนวโน้มเศรษฐกิจ และนโยบายรัฐบาล ปัจจุบัน มีการประกาศขึ้นภาษีนำเข้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินโดยรวม และคาดว่าจะเริ่มมีผลในสัปดาห์หน้า ทำให้ราคาคริปโตร่วงลง
2. **เงินเฟ้อที่ยังคงสูงต่อเนื่อง (Sticky Inflation)**
เมื่อเงินเฟ้อสูงเป็นเวลานาน ธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจต้องตรึงอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับสูง ซึ่งทำให้สินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ยอย่างคริปโตดูไม่น่าสนใจ เพราะนักลงทุนสามารถนำเงินไปฝากธนาคารหรือซื้อพันธบัตรเพื่อรับผลตอบแทนที่แน่นอนได้มากกว่า นอกจากนี้ เงินเฟ้อที่สูงยังลดมูลค่าของเงิน ทำให้คนมีเงินเหลือสำหรับลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงน้อยลง
3. **ความคาดหวังต่อนโยบายรัฐบาลเริ่มลดลง**
ตอนต้นของการบริหารประเทศ นักลงทุนคริปโตมีความหวังสูงเกี่ยวกับท่าทีสนับสนุนจากรัฐบาลชุดใหม่ โดยเฉพาะในงาน Crypto Inaugural Ball ที่ซึ่ง David Sacks ที่ปรึกษาฝ่ายคริปโตและ AI ของทรัมป์กล่าวว่า:
> “**ยุคแห่งการกดขี่คริปโตสิ้นสุดลงแล้ว และอเมริกากำลังเข้าสู่ยุคใหม่แห่งนวัตกรรม**”
อย่างไรก็ตาม ความหวังเหล่านั้นเริ่มลดลงเมื่อต้องเผชิญกับข่าวเศรษฐกิจและสถานการณ์โลกที่ไม่แน่นอน นักลงทุนต่างรอดูว่าคำสั่งพิเศษเกี่ยวกับคริปโตและมาตรการอื่นๆ จะออกมาในทิศทางใด
### ควรซื้อเพิ่มหรือไม่?
หลายคนอาจมองว่าการซื้อคริปโตในช่วงขาลงเป็นโอกาสทอง แต่ต้องจำไว้ว่า ตลาดคริปโตมีความผันผวนสูงมาก
> “**หากจะลงทุนในคริปโต อย่าคาดหวังว่าการถือระยะยาวจะทำกำไรได้เสมอไป ความเสี่ยงและความผันผวนมีอยู่ตลอดเวลา**”
คริปโตไม่มีสินทรัพย์รองรับอย่างเงินสดหรือกระแสเงินสด ราคาขึ้นอยู่กับว่าคนยอมจ่ายเท่าไหร่ ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้เร็วมาก การลงทุนในคริปโตจึงไม่เหมาะสำหรับทุกคน และอาจไม่เข้ากับเป้าหมายทางการเงินระยะยาวของคุณ
### คริปโตยังเสี่ยงมาก!
ราคาคริปโตสามารถพุ่งขึ้นสูงมากและร่วงลงได้ภายในเวลาไม่กี่วัน หรือแม้แต่ไม่กี่นาที ปัจจัยต่างๆ เช่น ภาษีนำเข้า เงินเฟ้อ และความเชื่อมั่นของนักลงทุน ล้วนส่งผลกระทบต่อราคา หากคุณจะลงทุนในคริปโต ให้ลงทุนเฉพาะเงินที่คุณสามารถยอมเสียได้เท่านั้น!








