**ทรัมป์ลงนามคำสั่งพิเศษ สร้าง “กองทุนสำรองบิทคอยน์” และ “คลังสินทรัพย์ดิจิทัล”**
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในคำสั่งพิเศษเพื่อจัดตั้ง **”กองทุนสำรองบิทคอยน์” (Strategic Bitcoin Reserve)** และ **”คลังสินทรัพย์ดิจิทัล” (Digital Asset Stockpile)** โดยในช่วงแรกจะใช้คริปโตเคอร์เรนซีที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยึดมาได้จากคดีอาชญากรรม
**กองทุนสำรองบิทคอยน์** จะได้รับเงินทุนจากบิทคอยน์ที่รัฐบาลกลางครอบครอง ซึ่งได้มาจากการยึดทรัพย์ในคดีอาญาและแพ่ง ส่วน **คลังสินทรัพย์ดิจิทัล** จะรวบรวมคริปโตอื่น ๆ ที่ไม่ใช่บิทคอยน์
—
**อดีตซีอีโอ FTX ถูกขังเดี่ยวหลังให้สัมภาษณ์โดยไม่ได้รับอนุญาต**
แซม แบงก์แมน-ฟรายด์ อดีตซีอีโอของ FTX ถูกส่งไปขังเดี่ยวหลังจากให้สัมภาษณ์กับนักวิจารณ์การเมืองฝ่ายขวา ทักเกอร์ คาร์ลสัน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่เรือนจำ
หลังจากบทสัมภาษณ์เผยแพร่ออกไป แบงก์แมน-ฟรายด์ถูกย้ายไปขังเดี่ยวในศูนย์กักกันเมโทรโพลิแทน บรู๊กลิน ซึ่งเขาถูกควบคุมตัวมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2023 เจ้าหน้าที่เรือนจำของสหรัฐฯ มีกฎเข้มงวดเกี่ยวกับการสื่อสารของผู้ต้องขังกับบุคคลภายนอก
—
**รัฐบาลสหรัฐฯ ผ่อนปรนกฎเกณฑ์ ให้ธนาคารทำธุรกิจกับคริปโตได้ง่ายขึ้น**
สำนักงานควบคุมเงินตราของสหรัฐฯ (OCC) ได้ผ่อนปรนข้อจำกัดเกี่ยวกับการดำเนินงานของธนาคารที่เกี่ยวข้องกับคริปโต โดยระบุว่า **ธนาคารสามารถให้บริการดูแลสินทรัพย์คริปโต ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับสเตเบิลคอยน์ และเข้าร่วมเครือข่ายบล็อกเชนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย**
ก่อนหน้านี้ ธนาคารต้องได้รับ “การอนุมัติเป็นพิเศษ” จากหน่วยงานกำกับดูแลก่อนจะสามารถดำเนินกิจกรรมเหล่านี้ได้ แต่ขณะนี้ไม่จำเป็นอีกต่อไป ซึ่งจะช่วยลดภาระและทำให้ธนาคารดำเนินธุรกิจด้านคริปโตได้ง่ายขึ้น
—
**ข้อกล่าวหาเรื่องรัฐบาลปิดกั้นธุรกิจคริปโต ยังคงไร้ความโปร่งใส**
แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบเพื่อสนับสนุนคริปโตมากขึ้น แต่หน่วยงานบางแห่ง เช่น FDIC ยังคงปฏิเสธที่จะเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับบทบาทของพวกเขาใน **Operation Chokepoint 2.0** ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผู้ประกอบการคริปโตถูกปิดกั้นจากบริการธนาคารในยุครัฐบาลไบเดน
นักวิจารณ์เชื่อว่า **รัฐบาลพยายามกดดันให้ธนาคารเลิกทำธุรกิจกับบริษัทคริปโต** ซึ่งนำไปสู่การล่มสลายของธนาคารที่เป็นมิตรกับคริปโตในปี 2023
—
**รัฐบาลสหรัฐฯ เตรียมใช้ Stablecoins รักษาความเป็นมหาอำนาจของดอลลาร์**
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ สก็อตต์ เบสเซนท์ กล่าวว่ารัฐบาลจะใช้ **Stablecoins เพื่อรักษาสถานะของดอลลาร์ให้เป็นสกุลเงินสำรองหลักของโลก**
เขายืนยันว่ารัฐบาลจะยุตินโยบายต่อต้านคริปโตและยกเลิกมาตรการเก็บภาษีที่เป็นอุปสรรค พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการออกกฎหมายควบคุม Stablecoins ให้ชัดเจนโดยเร็วที่สุด
—
**ตลาดคาดการณ์ บิทคอยน์อาจแตะจุดสูงสุดใหม่ก่อนสิ้นเดือนมิถุนายน**
ซีอีโอของ Swan Bitcoin คาดการณ์ว่า **มีโอกาสมากกว่า 50% ที่ราคาบิทคอยน์จะทำจุดสูงสุดใหม่ก่อนสิ้นเดือนมิถุนายน** แต่ตลาดยังต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนจากภาวะเศรษฐกิจโลกและสงครามการค้า
เขาชี้ว่าตอนนี้ราคาบิทคอยน์ต่ำกว่า $100,000 เป็นเพียง “ช่วงพักตัว” ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของขาขึ้น
—
**กระแส Memecoins ซบเซา หลังจากเกิด Rug Pull หลายครั้ง**
ความสนใจใน Memecoins ลดลงหลังจากเกิด Rug Pull และโปรเจกต์ล้มเหลวจำนวนมาก นักวิเคราะห์ระบุว่า **โครงการ TRUMP และ MELANIA อาจเป็นจุดสูงสุดของกระแส Memecoins เพราะดูดสภาพคล่องจากตลาดไปหมด**
หลังจากเกิด Rug Pull ครั้งใหญ่ของเหรียญ Libra (LIBRA) แพลตฟอร์มเปิดตัวเหรียญใหม่อย่าง Pump.fun ก็ได้รับผลกระทบหนัก ยอดเหรียญที่ถูกสร้างใหม่ลดลงกว่า 90% นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์
—
**รัฐบาลสหรัฐฯ คว่ำบาตรผู้ดำเนินกิจการตลาดมืดออนไลน์ ใช้ Bitcoin ฟอกเงิน**
ทางการสหรัฐฯ ได้ประกาศคว่ำบาตร Behrouz Parsarad ผู้ดำเนินการตลาดมืดออนไลน์ Nemesis ซึ่งเกี่ยวข้องกับการซื้อขายยาเสพติด เอกสารปลอม และเครื่องมือแฮ็ก โดยเขาถูกกล่าวหาว่าใช้ Bitcoin เพื่อฟอกเงินจากธุรกรรมผิดกฎหมาย
ภายใต้มาตรการคว่ำบาตร **พลเมืองสหรัฐฯ ถูกห้ามทำธุรกรรมใด ๆ กับ Parsarad และบริษัทที่เขาถือหุ้นเกิน 50%**
—
**นักลงทุนแห่ถอนเงินออกจาก Solana ท่ามกลางความไม่แน่นอนในตลาดคริปโต**
Solana เผชิญแรงขายหนักในช่วงเดือนที่ผ่านมา มูลค่าทรัพย์สินที่ถูกถอนออกไปสูงถึง **485 ล้านดอลลาร์** ขณะที่นักลงทุนโยกย้ายเงินทุนไปยัง Ethereum, Arbitrum และ BNB Chain ซึ่งถูกมองว่ามีเสถียรภาพมากกว่า
รายงานจาก Binance Research ระบุว่า ตลาดคริปโตโดยรวมกำลังเปลี่ยนไปสู่ **”สินทรัพย์ปลอดภัย”** โดยเห็นได้จากอัตราส่วน Bitcoin Dominance ที่เพิ่มขึ้นเป็น 59.6% ในเดือนที่ผ่านมา








