Home การเข้ารหัสลับ Meta กับอนาคต Stablecoin ท่ามกลางแรงกดดันรัฐฯ

Meta กับอนาคต Stablecoin ท่ามกลางแรงกดดันรัฐฯ

63
0

ตลาดการเงินและการลงทุนมักจะเคลื่อนไหวเป็นวัฏจักร และโลกของคริปโตก็ไม่ต่างกัน ขณะที่สถาบันการเงินแบบดั้งเดิม (TradFi) เริ่มใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนมากขึ้น เช่น การเปิดตัวเหรียญ Stablecoin ของ SocGen บนเครือข่าย Ethereum การยอมรับและการเติบโตของสินทรัพย์ดิจิทัลก็ยังคงเดินหน้าต่อไปอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าทัศนคติของคนต่อคริปโตจะดีขึ้น ราคาของ Bitcoin และเหรียญอื่น ๆ ก็ปรับตัวสูงขึ้น และนโยบายของรัฐก็เริ่มเอื้อต่อการเติบโต แต่ก็ยังมีอุปสรรคอยู่มากที่ขวางการใช้งานคริปโตอย่างแพร่หลาย เช่น เรื่องภาษีที่ทำให้คนไม่อยากใช้คริปโตในการจ่ายเงิน และการไม่มีประกันคุ้มครองสินทรัพย์ดิจิทัล ทำให้สถาบันการเงินยังลังเลที่จะลงทุนหนักในตลาดนี้

ในท่ามกลางภาพรวมที่มีทั้งโอกาสและข้อจำกัด บริษัทหนึ่งที่น่าจับตาคือ Meta หรือชื่อเดิมคือ Facebook ล่าสุด Meta ถูกตั้งคำถามจากวุฒิสมาชิก Warren และ Blumenthal เกี่ยวกับการสนับสนุนกฎหมาย GENIUS Act โดยเฉพาะในประเด็นว่า Meta จะปฏิเสธข้อเสนอห้ามบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ถือครองบริษัทผู้ออกเหรียญ Stablecoin หรือไม่ จดหมายจากวุฒิสมาชิกต้องการให้ Meta อธิบายแผนการเกี่ยวกับ Stablecoin อย่างชัดเจน

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? เพราะ Meta เคยพยายามเปิดตัวเหรียญ Stablecoin มาแล้วในปี 2019 ในนาม Libra ซึ่งต่อมากลายเป็น Diem แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากตอนนั้นเป็นช่วงที่ Facebook กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากกรณีเลือกตั้งสหรัฐฯ ปี 2016 ผู้กำหนดนโยบายกังวลว่าเหรียญของ Facebook จะผูกขาดตลาด ละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ และส่งผลกระทบต่อนโยบายการเงินของประเทศ

แม้ว่าในตอนนี้มุมมองต่อตลาดคริปโตจะเปิดกว้างมากขึ้น แต่ปัญหาเดิม ๆ ที่เคยเกิดขึ้นกับ Libra ก็ยังตามหลอกหลอน Meta อยู่ โดยเฉพาะเรื่องความเป็นส่วนตัว การหลอกลวง และข่าวปลอมที่ยังเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มของ Meta ซึ่งวุฒิสมาชิกชี้ว่าอาจทวีความรุนแรงขึ้นหาก Meta มีเหรียญ Stablecoin เป็นของตัวเอง

แม้ Stablecoin จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และมีมูลค่ารวมเกือบ 300 พันล้านดอลลาร์ แต่ Meta อาจต้องเจอกับปัญหาเดิม ๆ อีกครั้ง ในทางกลับกัน บริษัทที่เกิดมาจากโลกคริปโตอย่าง Circle กลับมีโอกาสมากขึ้น Circle เพิ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์ในเดือนมิถุนายน และได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง

เมื่อ Meta เข้าใกล้การเปิดตัว Stablecoin มากขึ้น ความสนใจจากหน่วยงานกำกับดูแลก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อการตั้งมาตรฐานใหม่ในการควบคุม Stablecoin ทั้งในสหรัฐฯ และทั่วโลก จุดนี้เองที่ Circle สามารถใช้เป็นจุดแข็ง เพราะ Circle เกิดจากวงการคริปโตโดยตรง และมีความโปร่งใส รวมถึงเน้นการทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแล แตกต่างจากบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ ๆ ที่ต้องต่อสู้กับปัญหาความน่าเชื่อถือ

อีกหนึ่งจุดแข็งของ Circle คือความร่วมมือกับ Coinbase ซึ่งเป็นบริษัทคริปโตขนาดใหญ่และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ด้วย ทำให้สามารถสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายได้มากขึ้น

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับโครงการ Stablecoin ของ Meta สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ วงการคริปโตต้องเร่งพัฒนามาตรฐานการตรวจสอบบัญชีและรับรองข้อมูลให้ทันยุคทันสมัย เพราะเมื่อ Stablecoin เริ่มมีบทบาทในระบบการเงิน การชำระเงิน และการปล่อยกู้ ความจำเป็นในการมีมาตรฐานตรวจสอบที่ชัดเจนและสม่ำเสมอจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้สมาคม AICPA จะออกแนวทางเกี่ยวกับการตรวจสอบสินทรัพย์ดิจิทัลมาแล้ว แต่หน่วยงานกำหนดมาตรฐานหลักยังตามหลังความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของตลาดนี้อยู่มาก

W88 ร่วมสนุกกับการเดิมพันและเกมคาสิโนที่ดีที่สุด เพลิดเพลินกับกีฬาสด, สล็อต, โป๊กเกอร์ และอื่นๆ สมัครวันนี้เพื่อรับรางวัลสุดพิเศษ พร้อมความบันเทิงที่ไม่หยุดยั้ง!

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here