Home การเข้ารหัสลับ DeFi ฟื้นตัว-โทเคนไนซ์บูม: เทรนด์คริปโตปี 2025

DeFi ฟื้นตัว-โทเคนไนซ์บูม: เทรนด์คริปโตปี 2025

67
0

ผู้บริหารจากบริษัทคริปโต 7 รายได้ออกมาเปิดเผยมุมมองของพวกเขาเกี่ยวกับแนวโน้มในปี 2025 โดยเน้นถึงการกลับมาของ DeFi (การเงินแบบกระจายศูนย์), การเติบโตของการโทเคนไนซ์ และความเป็นไปได้ของ “วิกฤตครั้งใหญ่” ที่อาจเกิดขึ้น

Michael Harvey หัวหน้าฝ่ายการซื้อขายที่ Galaxy Digital กล่าวว่าหลังจาก DeFi ได้กลายเป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงโลกการเงินในปี 2020 ช่วงสองปีที่ผ่านมา DeFi ดูเหมือนจะถูกประเมินค่าต่ำไป แต่ตอนนี้กำลังกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง โดยเขาเชื่อว่ากระแสฟื้นตัวนี้จะยังคงดำเนินต่อไป

ในระบบนิเวศของ Ethereum โปรโตคอลหลักอย่าง Uniswap, Aave และ Compound ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับเครือข่ายชั้นที่สอง เช่น Arbitrum, Optimism และ Base ที่ช่วยให้ธุรกรรมเร็วขึ้นและถูกลง

นอกจากนี้ ยังมีโปรเจกต์ DeFi รุ่นใหม่อย่าง Spark, Ethena และแพลตฟอร์มรวมการซื้อขาย (DEX aggregators) ที่ช่วยให้กระบวนการซื้อขายมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในขณะเดียวกัน Solana ก็แสดงศักยภาพในการเป็นผู้นำตลาด DeFi ด้วยปริมาณการซื้อขายบนแพลตฟอร์มแบบกระจายศูนย์ที่บางครั้งมากกว่า Ethereum

Harvey ยังกล่าวว่า Bitcoin เองก็เริ่มมีบทบาทในโลก DeFi เช่นกัน โดยมีความพยายามที่จะเพิ่มความสามารถในการโปรแกรมของ Bitcoin ผ่านเทคโนโลยี Ordinals, โปรโตคอล BRC-20 และระบบนิเวศ BTCFi ที่กำลังเติบโต

Norris Wang ผู้ร่วมก่อตั้ง Balance คาดว่าเราจะได้เห็นนวัตกรรมใหม่ๆ ในโลกของ DeFi อีกครั้ง โดยมีแรงผลักดันจากความมั่นใจของนักพัฒนาและนักลงทุน การเชื่อมโยงกับฟินเทคมากขึ้น และสหรัฐฯ ที่กลับมาเป็นผู้นำในตลาดนี้

Amar Kuchinad ซีอีโอของ Copper ระบุว่าอีกแนวโน้มสำคัญคือการโทเคนไนซ์สินทรัพย์ เช่น ตะกร้าสินทรัพย์ที่มีพันธบัตรรัฐบาลรองรับ ตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์จาก BlackRock และ Franklin Templeton

เขาเชื่อว่าโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินแบบดั้งเดิมจะเริ่มนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้มากขึ้น เพราะข้อดีด้านความโปร่งใสและประสิทธิภาพ

Morgan Krupetsky จาก Ava Labs เสริมว่า การโทเคนไนซ์จะขยายเข้าสู่สินทรัพย์หลากหลายประเภท ทั้งหุ้น พันธบัตร และสินทรัพย์ดั้งเดิมอื่นๆ โดยบริษัท Web2 ที่มีฐานลูกค้าและช่องทางจัดจำหน่ายอยู่แล้ว จะหันมาใช้บล็อกเชนเพื่อให้บริการที่เร็วขึ้นและโปร่งใสมากขึ้น

เธอกล่าวว่า สินทรัพย์ที่ถูกโทเคนไนซ์จะถูกใช้ทั้งในระบบชำระเงินและระบบซัพพลายเชน ซึ่งจะช่วยให้เงินหมุนเวียนเร็วขึ้นในระบบเศรษฐกิจ

Mohammad Raafi ซีอีโอของ Fasset เชื่อว่าการโทเคนไนซ์ช่วยผลักดันการใช้งานคริปโตในประเทศกำลังพัฒนาอย่างอินโดนีเซียและปากีสถาน ยกตัวอย่างเช่น การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่เปิดโอกาสให้คนทั่วไปสามารถลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ระดับโลกด้วยเงินเพียงไม่ถึง $100

เขายังระบุว่า ในปี 2024 กว่า 60% ของกระเป๋าเงินคริปโตถูกสร้างขึ้นในประเทศโลกที่สาม แสดงให้เห็นถึงความต้องการโซลูชัน DeFi ในพื้นที่ที่เข้าถึงธนาคารได้น้อย และแนวโน้มนี้จะยิ่งชัดเจนขึ้นในปี 2025

Chris Yin ซีอีโอของ Plume ก็เชื่อว่าสินทรัพย์จริงที่ถูกโทเคนไนซ์จะกลายเป็นจุดเด่นของวงการคริปโตในปีหน้า โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่า stablecoin เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่เติบโตเร็วที่สุดในปี 2024 ซึ่งเป็นหลักฐานถึงการใช้งานจริงของสินทรัพย์โลกจริง (Real World Assets – RWA)

เขายังกล่าวถึงแนวโน้มอื่นๆ เช่น AI, เหรียญมีม, เหรียญคลาสสิกอย่าง Ethereum, Litecoin หรือ Monero และกิจกรรมของชุมชนที่เพิ่มขึ้น

Ben Caselin ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของ VALR มองว่ามี 3 ประเด็นสำคัญที่ควรจับตามองในปีหน้า

1. แผนของ Donald Trump ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในการสร้างทุนสำรอง Bitcoin อาจกระตุ้นให้ประเทศอื่นๆ ทำตาม แม้จะต้องเผชิญกับแรงต้านอย่างมาก

2. แม้นโยบายการคลังจะเอื้อต่อภาพรวมตลาด แต่ Caselin คาดว่าอาจเกิด “วิกฤตใหญ่” ขึ้น เพราะการออกเหรียญใหม่แบบเก็งกำไรจำนวนมากไม่ต่างจากการพิมพ์เงินโดยไม่มีหลักประกัน ซึ่งอาจส่งผลเสียในระยะยาว

3. การรวมตัวของแพลตฟอร์มซื้อขายแบบมีใบอนุญาตภายในประเทศ จะเข้ามาแทนที่แพลตฟอร์มที่ไม่ได้รับการควบคุม โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา

สุดท้าย Caselin มองว่า Bitcoin ยังอยู่ในจุดแข็ง และมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อไป พร้อมกับความผันผวนที่มากขึ้น

ขณะเดียวกัน การคาดการณ์เหล่านี้ยังเชื่อมโยงกับแนวโน้มของเทคโนโลยี AI ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทร่วมกับโลกคริปโตในอนาคตอันใกล้

W88 ร่วมสนุกกับการเดิมพันและเกมคาสิโนที่ดีที่สุด เพลิดเพลินกับกีฬาสด, สล็อต, โป๊กเกอร์ และอื่นๆ สมัครวันนี้เพื่อรับรางวัลสุดพิเศษ พร้อมความบันเทิงที่ไม่หยุดยั้ง!

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here