ในปี 2024 กลุ่มเหมืองขุดคริปโต ViaBTC ได้ก้าวขึ้นมาติดอันดับสามของโลกในด้านกำลังขุด (hashrate) บนเครือข่าย Bitcoin และยังเป็นผู้ที่ขุดบล็อกคริปโตสำคัญอย่าง #840,000 ซึ่งเป็นบล็อกที่เกิดขึ้นในช่วงเหตุการณ์ Halving พร้อมกับฉลองครบรอบ 8 ปีของบริษัท
เรามาพูดคุยกับ Haipo Yang ผู้ก่อตั้ง ViaBTC และ CoinEx เพื่อเข้าใจทิศทางของตลาดคริปโตหลังการ Halving การเติบโตของเหรียญมีม (memecoins) การผสานเทคโนโลยี AI กับคริปโต และการเปลี่ยนแปลงในวงการเหมืองขุดตลอดช่วงที่ผ่านมา
Halving ยังมีผลต่อตลาดหรือไม่?
Bitcoin ผ่านเหตุการณ์ Halving มาแล้ว 4 ครั้ง ซึ่งทุกครั้งจะลดรางวัลจากการขุดลง แต่ในทางกลับกัน กำลังขุดรวมของเครือข่ายกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะตลาดพัฒนามากขึ้น นักลงทุนมอง Bitcoin เป็นสินทรัพย์ที่เชื่อถือได้
เมื่อก่อนนักขุดมักหยุดทำงานหลัง Halving แล้วกลับมาขุดใหม่เมื่อราคาเพิ่มขึ้น แต่ตอนนี้พวกเขามีกลยุทธ์ระยะยาวมากขึ้น ทำให้ความผันผวนจาก Halving มีผลน้อยลงต่อราคาและกำลังขุด
ตอนนี้ตลาดอยู่ช่วงไหนของวัฏจักร?
จากข้อมูลในอดีต คาดว่า Bitcoin อาจทำสถิติราคาสูงสุดใหม่อีกครั้งในอีกประมาณ 500 วัน และมีโอกาสเห็นราคาทะลุ $100,000 ถึง $150,000 ได้ ตลาดตอนนี้อยู่ในช่วงสะสมและเริ่มเติบโต โดยมีการลงทุนจากนักลงทุนสถาบันผ่าน ETF อย่างชัดเจน
ผลกระทบของ ETF ต่อ Bitcoin และ Ethereum คืออะไร?
ETF ทำให้มีเงินทุนไหลเข้าสู่ Bitcoin มากขึ้น โดยเฉพาะตั้งแต่ต้นปี 2024 ที่มีเงินไหลเข้ากว่า $17 พันล้านเหรียญ ทำให้สภาพคล่องดีขึ้น หาก Ethereum ได้รับการอนุมัติ ETF แบบ spot บ้าง ก็จะช่วยดึงดูดนักลงทุนใหม่เข้ามาและผลักดันให้เกิดแอปพลิเคชันจริงในระบบนิเวศ
การอนุมัติ ETF ยังเป็นจุดเริ่มต้นของกฎระเบียบที่ชัดเจน ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้งานและส่งเสริมให้วงการเติบโตอย่างมั่นคง
แนวโน้มกฎระเบียบคริปโตในยุโรปและสหรัฐฯ เป็นอย่างไร?
การออกกฎหมาย MiCA ในยุโรปถือเป็นก้าวสำคัญ ช่วยให้มีความชัดเจนในกฎเกณฑ์และป้องกันนักลงทุน CoinEx เองก็ปรับบริการให้สอดคล้องกับกฎหมาย พร้อมให้บริการที่ปลอดภัยและใช้งานง่ายแก่ผู้ใช้
แนวโน้มเด่นในปี 2024 มีอะไรบ้าง?
เหรียญมีม (memecoins) ยังเป็นกระแสหลัก รวมถึงโครงการที่เชื่อมโยงกับ AI และ DePIN (Decentralized Physical Infrastructure Networks) และระบบนิเวศของ The Open Network (TON)
แม้จะมีการพูดถึง Web3 มาก แต่แอปพลิเคชันที่คนใช้งานจริงยังมีน้อย เรายังรอ “killer app” ที่จะมาเปลี่ยนเกมจาก Web2 ไปสู่ Web3 อย่างแท้จริง โดยเฉพาะแอปที่เกี่ยวข้องกับ AI และ DePIN ซึ่งมีศักยภาพสูงในอนาคต
มุมมองต่อระบบนิเวศของ Solana เป็นอย่างไร?
Solana เติบโตอย่างรวดเร็วจนมียอดซื้อขายบน DEX มากกว่า Ethereum แต่กิจกรรมจำนวนมากยังคงเกี่ยวข้องกับเหรียญมีมบนแพลตฟอร์ม Pump.fun แม้จะรองรับธุรกรรมจำนวนมากได้ดี แต่ยังไม่มีแอปที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานจริง
อย่างไรก็ตาม Solana มีโซลูชันใหม่ๆ ที่เชื่อมโยง Web2 และ Web3 เช่น Solana Actions ซึ่งช่วยขยายฐานผู้ใช้และเพิ่มกรณีการใช้งานได้ดี Ethereum ยังครองตลาดเพราะมี smart contract ที่ยืดหยุ่นและชุมชนนักพัฒนาขนาดใหญ่ แต่ Solana ก็ถือเป็นคู่แข่งสำคัญเพราะพัฒนาเร็วและรองรับปริมาณธุรกรรมสูง
ความคิดเห็นต่อเหรียญมีมคืออะไร?
เหรียญมีมไม่สามารถใช้กลยุทธ์แบบทั่วไปได้ ต้องอาศัยการดูข้อมูลบนบล็อกเชนเป็นหลัก แม้ว่าจะเห็นข่าวว่าบางคนทำเงินได้เป็นล้าน แต่โอกาสในการเลือกเหรียญที่ถูกต้องมีน้อยมาก ตลาดนี้แข่งขันสูง มีการปั่นราคาและข้อมูลภายใน ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปเสียเปรียบ
ควรจัดพอร์ตลงทุนกับเหรียญมีมอย่างไร?
ควรจัดสรรไว้เพียง 5-10% ของพอร์ตเพื่อกระจายความเสี่ยง หากโชคดีก็ได้ผลตอบแทนสูงโดยไม่กระทบเงินทุนหลัก อย่างไรก็ตาม ในรอบนี้เหรียญหลักอย่าง Bitcoin, Solana และ TON ยังให้ผลตอบแทนดีกว่า altcoins ส่วนใหญ่ถึง 80-90%
AI จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของวงการคริปโตหรือไม่?
AI แบ่งได้ 3 กลุ่ม: ทรัพยากรคำนวณ, เอเจนต์ และข้อมูล ทั้งหมดมีศักยภาพสูงหากนำมาใช้ร่วมกับบล็อกเชน แต่ตอนนี้ยังไม่มีโครงการที่ทำได้ดีจริง
หนึ่งในปัญหาคือ นักพัฒนาใช้ Web3 เพื่อระดมทุนเร็วเกินไป แทนที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ที่เน้นประโยชน์จากการใช้โทเค็นและระบบกระจายศูนย์ อีกปัญหาคือโมเดลธุรกิจยังไม่ชัดเจน เช่น ใน DePIN การขายโหนดได้รับความนิยม แต่การใช้งานยังจำกัดมาก จำเป็นต้องหาวิธีที่สร้างรายได้จริงและใช้งานได้จริง
แม้จะมีความท้าทาย แต่ผมเชื่อว่า AI และคริปโตจะรวมกันในอนาคต และจะกลายเป็นแรงผลักดันให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ
CoinEx และ ViaBTC ใช้ AI แล้วหรือยัง?
ใช่ เราเริ่มนำ AI มาใช้เพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ใช้งานง่ายขึ้น เช่น วิเคราะห์ความเสี่ยง ตรวจจับธุรกรรมผิดปกติ และปรับปรุงบริการลูกค้า ทั้งหมดนี้เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความสามารถในการแข่งขันของแพลตฟอร์ม
อะไรคือจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการตั้งแต่ ViaBTC ก่อตั้งมา?
หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงใหญ่คือการอัปเกรดฮาร์ดแวร์ กำลังขุด Bitcoin เติบโตมากจากยุคที่ใช้ CPU และ GPU ปัจจุบันใช้ ASIC ที่ทันสมัยถึงระดับ 3 นาโนเมตร ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นและคนทั่วไปเข้าถึงได้ยากขึ้น
ด้านกฎระเบียบก็มีพัฒนาการ ประเทศต่างๆ เริ่มออกกฎหมายควบคุมเหมืองขุด ทำให้กิจกรรมกระจายตัวไปทั่วโลก ก่อนปี 2021 กำลังขุดส่วนใหญ่อยู่ในจีน แต่ตอนนี้ย้ายไปยังสหรัฐฯ รัสเซีย ตะวันออกกลาง และละตินอเมริกา
อีกเรื่องคือการเติบโตของเหมืองขุดที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม หลายบริษัทเริ่มใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น ไฟฟ้าพลังน้ำหรือพลังงานความร้อนใต้พิภพในไอซ์แลนด์และนอร์เวย์ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม








