ปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อความรู้สึกของนักลงทุนในตลาดคริปโต โดยเฉพาะการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้
ในวันนี้ ราคาของ Bitcoin และ Ethereum ปรับตัวลดลง หลังจากขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ในช่วงก่อนหน้า นักลงทุนเริ่มขายทำกำไร ขณะเดียวกันตลาดทั่วโลกก็มีความระมัดระวังมากขึ้น ส่งผลให้ Bitcoin ร่วงลงใกล้ระดับ $115,000 หลังจากแตะ $124,000 ไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่วน Ethereum ก็หลุดระดับ $4,300 แม้ว่าจะมีการไหลเข้าของเงินทุนในกองทุน ETF ตัวใหม่อย่างต่อเนื่อง
การเคลื่อนไหวของราคาครั้งนี้สะท้อนถึงความผันผวนที่เพิ่มขึ้นในตลาด นักวิเคราะห์บางคนคาดว่าอาจมีการย่อตัวต่อ ขณะที่อีกกลุ่มเชื่อว่า หากสามารถทะลุแนวต้านหลักได้ ก็อาจกลับมามีแรงซื้ออีกครั้ง
Ryan Lee หัวหน้านักวิเคราะห์จาก Bitget ให้ความเห็นว่า Bitcoin มีแนวโน้มจะเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง $112,000 ถึง $118,000 ส่วน Ethereum อาจอยู่ในช่วง $4,100 ถึง $4,600 โดยรอบนี้ Ethereum ได้รับแรงขายจากนักลงทุนที่ต้องการทำกำไรหลังจากราคาปรับขึ้นแรง จึงอาจทำให้ราคายังคงทรงตัวและรอจังหวะใหม่
เขายังชี้ว่า ปริมาณสัญญาเปิดในตลาดฟิวเจอร์สอยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งสะท้อนว่าตลาดมีการใช้ Leverage หรือการกู้ยืมเงินเพื่อเทรดจำนวนมาก สิ่งนี้สามารถเร่งให้ราคาพุ่งขึ้นหากมีแรงซื้อเข้ามา แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงเช่นกัน เพราะหากความรู้สึกของตลาดเปลี่ยนเพียงเล็กน้อย ก็อาจทำให้ราคาผันผวนรุนแรงทั้ง Bitcoin และ Ethereum
นักลงทุนยังจับตานโยบายการเงินของ Fed อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการประชุมและการเปิดเผยรายงานการประชุมในเดือนกันยายน หาก Fed มีท่าทีเข้มงวดหรือล่าช้าในการลดดอกเบี้ย ก็อาจเป็นแรงกดดันสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงคริปโต แต่หาก Fed ส่งสัญญาณผ่อนคลาย ก็อาจช่วยให้ตลาดคริปโตกลับมามีแรงบวกอีกครั้ง
สำหรับแนวโน้มในระยะยาว บริษัทวิเคราะห์ DeepSeek AI ได้คาดการณ์ 3 สถานการณ์ของราคา Bitcoin ในปี 2025 ได้แก่:
– กรณีฐาน: Bitcoin อยู่ในช่วง $100,000 ถึง $150,000
– กรณีบวก: Bitcoin อาจพุ่งไปแตะ $350,000
– กรณีสุดโต่ง (Black Swan): ราคาอาจพุ่งสูงถึง $500,000
โดยทั้ง 3 กรณีนี้ ตั้งอยู่บนสมมุติฐานว่า จะมีการยอมรับคริปโตและเทคโนโลยีบล็อกเชนจากสถาบันการเงินมากขึ้นทั่วโลก และถูกนำมาใช้ในระบบเศรษฐกิจหลักอย่างแพร่หลาย








