นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง แฮร์รี่ เดนท์ เตือนว่า ดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง เงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น และตลาดหุ้นที่ร้อนแรงเกินไป อาจนำไปสู่การ “รีเซ็ตทางการเงิน” ครั้งใหญ่ที่สุดในยุคปัจจุบัน
ในการพูดคุยบนช่อง Rich Dad เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม เดนท์ชี้ให้เห็นว่ากราฟสำคัญ 3 ตัวในตลาดโลก – บิทคอยน์ ดัชนี Nasdaq 100 และหุ้น Nvidia – กำลังแสดงสัญญาณว่ารอบของตลาดใกล้ถึงจุดสูงสุดแล้ว
เขาอธิบายว่า แม้ตลาดจะมีการเติบโตอย่างรวดเร็วในเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และคริปโตเคอร์เรนซี แต่ตอนนี้การพุ่งขึ้นของราคาดูเหมือนจะเข้าสู่ช่วงสุดท้ายก่อนที่ราคาจะปรับตัวลงแรง
“ทั้ง 3 อย่างนี้กำลังเร่งขึ้น แต่ภายใต้กรอบแนวโน้มขาลง” เดนท์กล่าว พร้อมเสริมว่า ลักษณะทางเทคนิคแบบนี้มักเกิดขึ้นก่อนที่ตลาดจะปรับฐานแรง
โดยเฉพาะ Nvidia ซึ่งเป็นผู้นำในกระแส AI อาจจะยังมีพื้นที่ให้ขึ้นอีกเล็กน้อย แต่เขาเชื่อว่าการขึ้นครั้งนี้จะอยู่ได้ไม่นาน และการปรับตัวลงในกลุ่มเทคโนโลยีและคริปโตเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
แม้บิทคอยน์จะทรงตัวเหนือ $115,000 และอีเธอเรียมทะลุ $4,300 ได้ แต่เดนท์เตือนว่า คริปโตยังคงเป็นสินทรัพย์เสี่ยงสูง หากเงินทุนเริ่มไหลออกจากสินทรัพย์เก็งกำไร ความผันผวนก็จะกลับมา
เขายอมรับว่า บิทคอยน์อาจเปลี่ยนโลกได้จริงในอนาคต แต่ในระยะสั้น มันก็ไม่สามารถรอดพ้นจากวิกฤตตลาดที่กำลังจะมาถึงได้
ทางด้านโรเบิร์ต คิโยซากิ ผู้เขียนหนังสือดัง “พ่อรวยสอนลูก” ก็เห็นด้วยกับเดนท์ โดยบอกให้นักลงทุนเตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่เขาเรียกว่า “วิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์”
เขาแนะนำให้ลดการถือเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเขาเรียกว่า “เงินปลอม” และหันไปลงทุนในสินทรัพย์ที่จับต้องได้ เช่น ทองคำและเงินแท่ง
ในปี 2025 ราคาทองคำปรับขึ้นแล้วกว่า 28% ขณะที่เงินเพิ่มขึ้น 29% และใกล้แตะระดับ $40 ต่อออนซ์ คิโยซากิระบุว่าสินทรัพย์เหล่านี้จะเป็นแหล่งพักเงินที่ปลอดภัย หากตลาดหุ้นและคริปโตเกิดการพังทลายตามที่เดนท์คาดการณ์
แม้คำเตือนของเดนท์จะฟังดูน่ากังวล แต่เขาก็ยังเน้นว่า เทคโนโลยีอย่าง AI, บล็อกเชน และสินทรัพย์ดิจิทัล ยังคงเป็นนวัตกรรมที่จะเปลี่ยนโลก การปรับฐานใหญ่ครั้งนี้ จะเป็นการล้างฟองสบู่ และเปิดทางให้กับ “รอบการเติบโตที่แท้จริง” ในอนาคตข้างหน้า








