ฟีฟ่าใช้เงินไปแล้วมากกว่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐในการทำการตลาดเพื่อโปรโมตการแข่งขันฟุตบอลสโมสรโลก (Club World Cup) ที่จัดขึ้นในสหรัฐอเมริกาช่วงฤดูร้อนนี้ โดยมีการเพิ่มงบประมาณหลายล้านดอลลาร์ในช่วงเดือนที่ผ่านมาเพื่อกระตุ้นให้คนเข้าชมการแข่งขันให้มากขึ้น
การแข่งขันรายการนี้เป็นโปรเจกต์สำคัญของ จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า โดยเป็นครั้งแรกที่มีการปรับรูปแบบใหม่ให้มี 32 ทีม และจัดแข่งใน 12 สนามจาก 11 เมืองทั่วสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม การจัดงานครั้งนี้ก็เจอกับปัญหาหลายด้าน เช่น การเลือกสนาม การขายบัตร และการโปรโมต
ฟีฟ่าลงทุนหนักกับโซเชียลมีเดีย โดยจ้างอินฟลูเอนเซอร์บน Instagram หลายคนเพื่อสร้างกระแส รวมถึงให้ผู้รายงานข่าวเบสบอลอธิบายกติกาฟุตบอลให้คนอเมริกันเข้าใจ และมีการร่วมงานกับอินฟลูเอนเซอร์ด้านสิ่งประดิษฐ์และอาหารเพื่อดึงดูดแฟนกีฬาแบบทั่วไป นอกจากนี้ยังลงทุนโฆษณาตามป้ายทางหลวงในหลายเมืองอีกด้วย
ฟีฟ่าพยายามอย่างมากในการขายตั๋วให้หมดในแต่ละแมตช์ เช่น เกมเปิดสนามที่มี ลิโอเนล เมสซี นำทีมอินเตอร์ ไมอามีลงแข่ง เดิมราคาตั๋วต่ำสุดอยู่ที่ 349 ดอลลาร์ แต่ภายหลังปรับลดลงเหลือเพียง 55 ดอลลาร์ และยังแจกตั๋วราคาพิเศษให้กับนักศึกษาและทหารผ่านศึก เช่น มหาวิทยาลัยไมอามี-เดด ได้รับสิทธิ์ซื้อตั๋วราคา 20 ดอลลาร์พร้อมแจกฟรีอีก 4 ใบ
ผลจากกลยุทธ์นี้ทำให้เกมเปิดสนามมีผู้ชมถึง 60,927 คน จากความจุสนาม 65,326 ที่นั่ง อย่างไรก็ตาม แมตช์ต่อๆ มากลับมีจำนวนผู้ชมหลากหลาย เช่น บาเยิร์น มิวนิค ชนะโอ๊คแลนด์ ซิตี้ 10-0 มีคนดู 21,152 คน ในสนามจุ 26,000 คน ส่วนเกมระหว่างเปแอสเชกับแอตเลติโก มาดริดที่จัดที่ Rose Bowl ในพาซาดีนามีผู้ชมถึง 80,619 คน แต่บางเกม เช่น พัลไมรัส พบ เอฟซี ปอร์โต มีแค่ 46,275 คน จากความจุ 82,500 ที่ MetLife Stadium
การเลือกสนามแข่งขันก็เป็นประเด็นถกเถียงภายในฟีฟ่า บางฝ่ายต้องการใช้สนามเล็กของทีม MLS เพื่อให้ขายตั๋วหมดได้ง่าย ในขณะที่ฝ่ายยุโรปสนับสนุนโดยอินฟานติโน ต้องการจัดแข่งในสนามใหญ่ๆ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ว่าเป็นการแข่งขันระดับสูงสุดของสโมสรโลก
แมตช์ที่มีปัญหาผู้ชมน้อยที่สุดคือเกมระหว่างเชลซี กับ LAFC ที่จัดในสนามเมอร์เซเดส-เบนซ์ สเตเดียม เมืองแอตแลนตา มีที่นั่งว่างเป็นจำนวนมาก แม้ว่าราคาตั๋วถูกที่สุดจะอยู่ที่ 52 ดอลลาร์สำหรับเกมวันธรรมดา
ฟีฟ่ายังเผชิญความท้าทายเพิ่มเติมจากข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐฯ อาจเข้าร่วมดูแลความปลอดภัยในสนาม ส่งผลให้เกิดความกังวลจากแฟนบอลบางกลุ่ม ฟีฟ่าจึงต้องรีบติดต่อกับหน่วยงานเพื่อจัดการภาพลักษณ์
ก่อนการแข่งขัน ฟีฟ่าเจอปัญหาในการสร้างกระแสในยุโรปและสหรัฐฯ โดยการโปรโมตส่วนใหญ่เกิดจากกิจกรรมของอินฟานติโนผ่าน Instagram และมีการร่วมงานกับอินฟลูเอนเซอร์อย่าง iShowSpeed ซึ่งไม่ได้รับค่าจ้างใดๆ ตามที่ตัวแทนระบุ
ก่อนหน้านี้ยังมีรายงานว่าหลายทีมยุโรปพิจารณาจะถอนตัวจากทัวร์นาเมนต์เพราะยังไม่มีความชัดเจนเรื่องสปอนเซอร์ สื่อถ่ายทอดสด และเงินรางวัล อีกทั้งยังโดนวิจารณ์จากพรีเมียร์ลีก ลาลีกา และองค์กรผู้เล่นว่าเป็นการเพิ่มภาระให้กับนักเตะ
ข้อมูลของฟีฟ่าเผยว่าตลาดขายตั๋วที่ใหญ่ที่สุดไม่รวมถึงอังกฤษ สเปน หรืออิตาลี แต่กลับได้รับความสนใจอย่างมากจากแฟนบอลบราซิล อาร์เจนตินา อียิปต์ และตูนิเซีย ทั้งจากนักท่องเที่ยวและชุมชนผู้อพยพ โดยเฉพาะในนิวยอร์กมีบรรยากาศคึกคัก
ทีมจากอเมริกาใต้ได้รับการส่งตัวออกเดินทางอย่างยิ่งใหญ่ เช่น โบคา จูเนียร์ส ที่ลงแข่งในไมอามี มีกระแสตอบรับดี และคืนนี้จะพบกับเบนฟิก้าที่สนาม Hard Rock ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ชมหนาแน่น
สำหรับเกมระหว่างพัลไมรัสกับปอร์โตที่ MetLife Stadium ฟีฟ่าเสนอส่วนลด 20% ให้กับแฟนบอลที่ซื้อตั๋วเพิ่มในรอบแบ่งกลุ่ม เพียงแค่สแกน QR code ที่แสดงบนจอยักษ์ในสนาม
ความกังวลเรื่องผู้ถ่ายทอดสดและเงินรางวัลคลี่คลายลงหลังฟีฟ่าเซ็นสัญญามูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์กับ DAZN ที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุฯ เพื่อถ่ายทอดสดทั่วโลก ขณะที่ทีมยุโรปได้รับส่วนแบ่งเงินรางวัลมากที่สุด โดยผู้ชนะจะได้รับสูงสุดถึง 125 ล้านดอลลาร์ ฟีฟ่าหวังว่าความนิยมจะเพิ่มขึ้นเมื่อเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ ซึ่งทีมดังยุโรปจะลงแข่งและดึงดูดความสนใจจากแฟนบอลในสหรัฐฯ มากขึ้น








