บริษัท Stripe และบริษัทลงทุนด้านคริปโต Paradigm ได้ร่วมกันเปิดตัวโปรเจกต์ใหม่ชื่อว่า Tempo ซึ่งเป็นบล็อกเชนที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับการใช้งานกับสเตเบิลคอยน์ (Stablecoins) และการชำระเงินในโลกจริง โดยมี Matt Huang ผู้ร่วมก่อตั้งและพาร์ตเนอร์บริหารของ Paradigm เป็นผู้นำโครงการนี้
Tempo เป็นบล็อกเชนระดับ Layer 1 ซึ่งหมายความว่าเป็นระบบพื้นฐานที่ไม่ได้สร้างต่อบนแพลตฟอร์มอื่น เช่นเดียวกับ Ethereum, Bitcoin หรือ Solana จุดเด่นของ Tempo คือถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับการชำระเงินที่ใช้สเตเบิลคอยน์โดยเฉพาะ และได้รับแรงบันดาลใจจากประสบการณ์ของ Stripe ด้านระบบชำระเงินระดับโลก รวมถึงความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีคริปโตของ Paradigm
โปรเจกต์นี้ยังได้รับความร่วมมือจากผู้นำระดับโลกในด้าน AI, อีคอมเมิร์ซ และบริการทางการเงิน เช่น Anthropic, OpenAI, Revolut, Visa และ Standard Chartered เพื่อช่วยในการออกแบบและพัฒนาให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงมากที่สุด
Matt Huang กล่าวว่า Tempo จะไม่มาแทนที่โครงสร้างพื้นฐานของคริปโตที่มีอยู่ แต่จะช่วยเสริมให้ระบบเหล่านั้นแข็งแกร่งขึ้น และเปิดทางให้บริษัทขนาดใหญ่สามารถเข้ามาใช้งานเทคโนโลยีบล็อกเชนได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มการยอมรับและการใช้งานคริปโตอย่างแพร่หลาย
Tempo จะมีทีมงานประจำของตัวเองที่ทุ่มเทเต็มเวลาในการพัฒนา และเป็นบริษัทใหม่ที่เกิดจากการร่วมมือของ Stripe และ Paradigm โดยก่อนหน้านี้มีข่าวลือเกี่ยวกับโปรเจกต์นี้เมื่อมีการพบโพสต์เปิดรับสมัครงานจากบริษัทใหม่โดยสื่อ Fortune
แม้จะรับบทบาทใหม่ใน Tempo แต่ Matt Huang จะยังคงดำรงตำแหน่งผู้นำใน Paradigm ร่วมกับ Alana Palmedo ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพาร์ตเนอร์บริหารของ VC แห่งนี้ ทั้งนี้ Huang ยังดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทที่ Stripe มาตั้งแต่ปี 2021
Paradigm เป็นบริษัทร่วมลงทุนด้านคริปโตที่ก่อตั้งโดย Huang อดีตพาร์ตเนอร์ของ Sequoia ร่วมกับ Fred Ehrsam ผู้ร่วมก่อตั้ง Coinbase ในปี 2018 โดยข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) ระบุว่า Paradigm มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารราว 12.7 พันล้านดอลลาร์
สำหรับ Stripe ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทฟินเทคที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีมูลค่ากิจการมากกว่า 90 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024 และทำยอดธุรกรรมการชำระเงินรวมสูงถึง 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นเกือบ 40% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
Stripe กลับมาให้บริการชำระเงินด้วยคริปโตอีกครั้งหลังจากหยุดให้บริการไปตั้งแต่ปี 2018 และเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บริษัทได้เข้าซื้อกิจการ Privy ผู้ให้บริการกระเป๋าคริปโตในสหรัฐฯ โดยไม่เปิดเผยมูลค่า นอกจากนี้ ยังได้ซื้อกิจการแพลตฟอร์มสเตเบิลคอยน์ชื่อ Bridge ด้วยมูลค่า 1.1 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นดีลใหญ่ที่สุดของบริษัทจนถึงตอนนี้
Tempo จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการผสานโลกฟินเทคกับเทคโนโลยีคริปโต ที่อาจเปลี่ยนวิธีการชำระเงินระดับโลกในอนาคต








