ศึกฟุตบอลวีลีก 1 ฤดูกาล 2025-26 เตรียมเปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยแชมป์เก่าอย่าง “เหล็กเขียว นามดิ่ญ” (Thép Xanh Nam Định) จะเริ่มต้นภารกิจป้องกันแชมป์ด้วยการเปิดบ้านที่สนาม Thiên Trường ต้อนรับการมาเยือนของทีมแกร่งจากภาคเหนืออย่าง “ไฮฟอง” (Hải Phòng)
ผลจับสลากการแข่งขันถูกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ที่กรุงฮานอย โดยฤดูกาลนี้จะเริ่มต้นในวันที่ 9 สิงหาคม ด้วยศึกซูเปอร์คัพแห่งชาติ ระหว่างแชมป์ลีก “นามดิ่ญ” กับแชมป์บอลถ้วย “ตำรวจฮานอย” (Hà Nội Police) และจะปิดฉากในวันที่ 28 มิถุนายน 2026 ด้วยรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วยแห่งชาติ
วีลีก 1 ซึ่งปีนี้ได้รับการสนับสนุนจาก LPBank จะเปิดฉากแข่งขันอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 สิงหาคม โดยมีทีมเข้าร่วมทั้งหมด 14 สโมสร แข่งขันรวมทั้งสิ้น 182 แมตช์ ตลอด 26 สัปดาห์
เกมเปิดสนามนอกจากคู่ของนามดิ่ญกับไฮฟองแล้ว ยังมีคู่ที่น่าสนใจอีกหลายคู่ เช่น
– กว๋างนาม พบ สงลาม งเญะอาน
– ฮว่างอันห์ ยาลาย พบ บีคาเม็กซ์ โฮจิมินห์ ซิตี้
– ฮ่องลิงห์ ฮาติ๋ง พบ นิงบิ่ญ
– ทัญฮว้า พบ SHB ดานัง
– ตำรวจโฮจิมินห์ เปิดบ้านรับ ฮานอย
– ตำรวจฮานอย พบ เทโคง – เวียตเทล
ทุกแมตช์จะถ่ายทอดสดผ่านช่อง FPT Play ครอบคลุมทุกแพลตฟอร์ม ทั้งเคเบิล ทีวีดาวเทียม IPTV อินเทอร์เน็ต มือถือ และโซเชียลมีเดีย
ทีมแชมป์จะได้รับถ้วยรางวัลพร้อมเงินรางวัล 5 พันล้านด่ง ทีมอันดับสองและสามจะได้รับเงินรางวัล 3 พันล้านด่ง และ 1.5 พันล้านด่งตามลำดับ
หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงสำคัญของฤดูกาลนี้ คือ การตกชั้นของสองทีมสุดท้ายในตารางคะแนน จากเดิมที่มีเพียงทีมอันดับสุดท้ายตกชั้นโดยอัตโนมัติ ส่วนทีมรองบ๊วยจะได้แข่งเพลย์ออฟกับทีมอันดับสองจากลีก V.League 2 เพื่อชิงสิทธิ์ขึ้นชั้น แต่รูปแบบใหม่จะทำให้การแข่งขันเข้มข้นยิ่งขึ้นจนถึงนัดสุดท้าย
ในส่วนของนักเตะต่างชาติ มีการปรับใหม่เช่นกัน สโมสรที่ได้สิทธิ์ไปแข่งรายการของสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (AFC) สามารถลงทะเบียนผู้เล่นต่างชาติได้สูงสุดถึง 7 คน ส่วนทีมอื่นๆ ได้สูงสุด 4 คน แต่ในการแข่งขันแต่ละแมตช์จะสามารถส่งนักเตะต่างชาติลงสนามได้ไม่เกิน 3 คนในเวลาเดียวกัน
นอกจากนี้ ยังมีการรวมพื้นที่ของหลายจังหวัดเพื่อให้เกิด “ดาร์บี้แมตช์” หรือเกมการแข่งขันระหว่างสองทีมจากพื้นที่เดียวกันมากขึ้น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นบรรยากาศการแข่งขัน เพิ่มฐานแฟนบอล และพัฒนาการจัดการสโมสรในระดับท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ทางสมาคมฟุตบอลเวียดนาม (VFF) ยังเตรียมเพิ่มหน่วย VAR (Video Assistant Referee) อีกหนึ่งชุด ซึ่งจะประจำอยู่ในพื้นที่ภาคกลาง เพื่อสนับสนุนการตัดสินในแมตช์ของ SHB ดานัง, กว๋างนาม, สงลาม งเญะอาน และ ฮ่องลิงห์ ฮาติ๋ง ช่วยลดต้นทุนการเดินทาง และเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเทคโนโลยี VAR ในภูมิภาคนี้
VFF ยังเผยว่า มีแผนพัฒนาคุณภาพของผู้ตัดสิน โดยจัดการฝึกอบรมเพิ่มเติม และเชิญผู้ฝึกสอนจาก FIFA มาเป็นผู้ดูแลหลัก เพื่อยกระดับมาตรฐาน และลดความผิดพลาดในการตัดสินให้ได้มากที่สุด
เป้าหมายคือให้ผู้ตัดสินสามารถทำหน้าที่อย่างมืออาชีพ โดยไม่ต้องพึ่ง VAR มากเกินไป ทั้งนี้ เพื่อยกระดับลีกให้มีคุณภาพ และสร้างความมั่นใจให้กับแฟนบอลทั่วประเทศ








