SoFi Technologies (NASDAQ: SOFI) เคยโดนตั้งคำถามอย่างหนักตั้งแต่เริ่มเข้าตลาดหุ้นในปี 2021 หลายคนมองว่าเป็นแค่บริษัทรีไฟแนนซ์สินเชื่อนักเรียนที่ไม่มีทางทำกำไรได้จริง แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว
วันนี้ SoFi ไม่เพียงแค่ทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง แต่ยังขยายธุรกิจไปยังหลายด้านจนกลายเป็นที่จับตามองในวงการฟินเทค หุ้นพุ่งแตะระดับสูงสุดใหม่เมื่อไม่นานมานี้ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของตลาดที่มีต่อบริษัท
ทำไม SoFi ถึงกลายเป็นหุ้นที่หลายคนพูดถึงในตอนนี้? มาดู 3 เหตุผลหลักที่นักลงทุนควรรู้ก่อนจะตัดสินใจตามกระแสเข้าซื้อหุ้นตัวนี้
SoFi ไม่ใช่ธนาคารทั่วไปที่มีสาขา พนักงานหน้าบริการ และแผนกเฉพาะทางต่าง ๆ แต่เป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลแบบครบวงจร ที่ให้คุณจัดการการเงินทุกด้านผ่านแอปเดียว ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบัญชีออมทรัพย์ รีไฟแนนซ์เงินกู้ ซื้อขายหุ้นหรือคริปโต รวมถึงลงทุนในกองทุน ETF
กลยุทธ์หลักของ SoFi คือ การขายผลิตภัณฑ์หลายแบบให้กับลูกค้าคนเดียวกัน เพิ่มการใช้งานและลดโอกาสที่ลูกค้าจะเปลี่ยนไปใช้เจ้าอื่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ธนาคารแบบดั้งเดิมทำไม่ได้
ก่อนหน้านี้ หลายคนมองว่า SoFi ดึงดูดผู้ใช้งานได้ก็จริง แต่ไม่มีทางทำกำไรได้ แต่ตอนนี้บริษัทกลับรายงานกำไรสุทธิปรับปรุงเป็นบวกต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2023 และยังคงดีต่อเนื่องในปี 2025 ในไตรมาส 2 ปี 2025 รายได้สุทธิปรับปรุงเพิ่มขึ้น 44% จากปีก่อน มาอยู่ที่ 858 ล้านดอลลาร์ กำไรสุทธิปรับปรุงพุ่งขึ้นถึง 459% อยู่ที่ 97 ล้านดอลลาร์
จำนวนสมาชิกก็เติบโตอย่างรวดเร็ว SoFi เพิ่มสมาชิกใหม่อีก 846,000 คนในไตรมาส 2 ทำให้มีสมาชิกทั้งหมด 11.7 ล้านคน เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าในเวลาเพียงสามปี รายได้จากค่าธรรมเนียมคิดเป็น 44% ของรายได้รวม แสดงให้เห็นว่าบริษัทไม่ได้พึ่งพาแค่ธุรกิจรีไฟแนนซ์สินเชื่อนักเรียนอีกต่อไป
พอร์ตสินเชื่อของ SoFi ก็ยังแข็งแรง บริษัทปล่อยสินเชื่อสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 8.8 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสนี้ และอัตราหนี้เสียก็ลดลงต่อเนื่อง คาดว่าหากดอกเบี้ยลดลงในอนาคต ก็จะช่วยเพิ่มปริมาณการปล่อยกู้และผลกำไรอีก
SoFi ไม่หยุดแค่การเป็นธนาคารดิจิทัลที่ทำกำไรได้ แต่ยังเดินหน้าเข้าสู่ธุรกิจใหม่ ๆ อย่างบริการซื้อขายคริปโตที่จะกลับมาในปีนี้ ทำให้สมาชิกสามารถซื้อขาย Bitcoin และ Ethereum ได้โดยตรง ซึ่งเหมาะกับผู้ใช้งานรุ่นใหม่ที่ชอบเทคโนโลยี
บริษัทยังเปิดตัวกองทุน ETF ใหม่ เช่น SoFi Agentic AI ETF ซึ่งเน้นลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และยังรุกเข้าสู่ตลาดกองทุนเอกชน ให้โอกาสนักลงทุนรายย่อยเข้าถึงการลงทุนที่เคยมีแค่สถาบัน
เป้าหมายของ SoFi คือการเป็นแพลตฟอร์มการเงินครบวงจร แม้จะต้องเผชิญกับคู่แข่งรายใหญ่ในแต่ละตลาด เช่น Robinhood ในด้านเทรดหุ้น, BlackRock ในการจัดการสินทรัพย์ และ Coinbase ในด้านคริปโต สิ่งสำคัญคือการบริหารจัดการและปฏิบัติตามกฎระเบียบต่าง ๆ ซึ่งนักลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิด
วันนี้ SoFi ไม่ใช่แค่บริษัทฟินเทคเล็ก ๆ ที่เน้นสินเชื่อนักเรียนอีกต่อไป แต่กลายเป็นแพลตฟอร์มการเงินหลากหลายที่มีศักยภาพเติบโตพร้อมกำไรจริง นี่คือเหตุผลว่าทำไมหุ้นถึงได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต้องเข้าใจความเสี่ยง หุ้นของ SoFi มีมูลค่าที่สะท้อนความคาดหวังไว้แล้ว โดยมี P/E ที่สูงถึง 62 เท่า ซึ่งหมายความว่าบริษัทต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าสามารถบริหารธุรกิจทั้งด้านธนาคาร การลงทุน และคริปโตได้โดยไม่หลุดเป้า
สำหรับนักลงทุนสายเติบโต นี่คือโอกาส ถ้า SoFi สามารถขยายระบบนิเวศของตัวเองและดำเนินกลยุทธ์ใหม่ ๆ ได้สำเร็จ ก็มีโอกาสกลายเป็นบริษัทการเงินชั้นนำแห่งยุคนี้
ไม่ว่าจะลงทุนหรือยังลังเล หุ้นตัวนี้ก็ควรอยู่ในลิสต์ที่ต้องจับตาไว้เสมอ








