แมนฮัตตันบีช — เชส บัดดิงเจอร์ และ ไมล์ส อีแวนส์ ได้สัมผัสความสำเร็จครั้งสำคัญที่เคยเป็นของ ฟิล ดัลเฮาเซอร์ และ เทรเวอร์ แครบบ์ ถึง 11 ครั้งก่อนหน้านี้ นั่นคือ การคว้าแชมป์รายการแมนฮัตตันบีช โอเพ่น
ชัยชนะในปีนี้ทำให้ทั้งคู่ได้เกียรติมีแผ่นจารึกชื่อของพวกเขาบนสะพานแมนฮัตตันบีช ร่วมกับอดีตแชมป์คนอื่นๆ หลังจากที่เอาชนะ ดัลเฮาเซอร์ และ แครบบ์ ไปแบบขาดลอย 2 เซตรวดในรอบชิงชนะเลิศเมื่อวันอาทิตย์
บัดดิงเจอร์ และ อีแวนส์ เอาชนะเซตแรกไปได้ 21-19 ก่อนจะปิดเกมในเซตสองด้วยคะแนน 21-16
“ผมเคยนึกภาพว่ามันจะจบลงอย่างไร” อีแวนส์กล่าว ซึ่งนี่เป็นการเข้าชิงแมนฮัตตันบีชครั้งแรกของเขาหลังอยู่ในวงการ AVP มานานถึง 11 ปี “แม้จะไม่เหมือนที่ฝันไว้เป๊ะๆ แต่มันเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมมาก ผมดีใจที่ผมกับเชสเล่นได้ดีสุดๆ ตลอดสุดสัปดาห์นี้ หวังว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งดีๆ สำหรับเรา”
บัดดิงเจอร์ อดีตนักบาสเกตบอล NBA ที่หันมาเล่นวอลเลย์บอลชายหาด และเคยจับคู่กับอีแวนส์ในโอลิมปิก 2024 ที่ฝรั่งเศส เขาเคยเข้าชิงแมนฮัตตันบีชมาแล้วสองครั้ง แต่พ่ายแพ้ให้กับทีมที่มีแครบบ์เป็นแกนหลักทั้งสองครั้ง จนกระทั่งในที่สุดเขาก็ทำสำเร็จ
“ตอนผมหันมาเล่นวอลเลย์บอลชายหาด เป้าหมายหนึ่งของผมคือการได้มีชื่อบนสะพานแห่งนี้” บัดดิงเจอร์กล่าว “ใช้เวลาถึง 8 ปี แต่ในที่สุดผมก็ทำได้แล้ว”
สำหรับ ดัลเฮาเซอร์ วัย 45 ปี ปีนี้เป็นฤดูกาลสุดท้ายของเขาในทัวร์ AVP และเขาหวังจะคว้าแชมป์แมนฮัตตันบีชเป็นครั้งที่ 8 เพื่อปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ แต่บัดดิงเจอร์และอีแวนส์ก็ไม่ปล่อยให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น
“มันคงจะดีถ้าผมได้ปิดฉากด้วยชัยชนะ แต่ต้องยอมรับว่าคู่แข่งเล่นได้ยอดเยี่ยมมาก” ดัลเฮาเซอร์กล่าว “มันยากมากที่จะได้แต้มจากพวกเขา ถ้าเราไม่สามารถกดดันพวกเขาตั้งแต่ตอนรับลูกแรกได้”
โอกาสดีที่สุดที่ดัลเฮาเซอร์และแครบบ์จะพลิกสถานการณ์คือช่วงท้ายเซตแรก ตอนที่ตามหลังอยู่ 20-19 แต่บัดดิงเจอร์สามารถบล็อกลูกตีของแครบบ์และปิดเซตไปได้เลย
“ทุกครั้งที่เรามีโอกาส พวกเขาก็ป้องกันได้หมด” ดัลเฮาเซอร์กล่าว “มันทำให้กำลังใจเราหายไปเยอะ เปลี่ยนโมเมนตัมเกมเลย”
ช่วงต้นเซตสอง ดัลเฮาเซอร์ต้องขอเวลาพักเนื่องจากไหล่ขวาเริ่มตึง ทีมของเขาตามหลังอยู่ 9-5 และไม่สามารถไล่ทันได้อีกเลย
“ผมแทบไม่มีแรงหวดลูกเลย” เขากล่าว “มันล้าเกินไปแล้ว ไม่มีอะไรจะช่วยได้จริงๆ”
บัดดิงเจอร์และอีแวนส์เห็นความเหนื่อยล้าของคู่แข่ง พวกเขารู้ว่าดัลเฮาเซอร์กับแครบบ์ต้องเล่นเพิ่มอีกหนึ่งแมตช์ในสายล่างเมื่อวันเสาร์ แถมยังมีเวลาพักน้อยก่อนลงเล่นรอบรองและรอบชิงในวันอาทิตย์
ทั้งคู่จึงใช้กลยุทธ์เสิร์ฟลูกสั้น เพื่อให้คู่แข่งต้องวิ่งเพิ่มและเหนื่อยมากขึ้น
“เรารู้ว่าพวกเขาพักน้อย เราเลยพยายามทำให้พวกเขาเหนื่อยมากกว่าเดิม” บัดดิงเจอร์กล่าว “และดูเหมือนจะได้ผลดีทีเดียว”
ในประเภทหญิง คู่มือวางอันดับ 1 คริสเตน นุส และ ทาริน บราเชอร์ กลายเป็นทีมแรกนับตั้งแต่ปี 2017 ที่สามารถป้องกันแชมป์แมนฮัตตันบีชได้ หลังจากเอาชนะคู่มือวางอันดับ 2 เทเรซ แคนนอน และ เมแกน คราฟต์ ไปแบบสุดมันส์ในสามเซต
แคนนอนและคราฟต์ซึ่งทั้งคู่เคยเล่นให้มหาวิทยาลัย USC ชนะเซตแรกไป 21-15 และขึ้นนำในเซตสองที่ 17-14 และ 18-16 แต่กลับเสียห้าคะแนนรวดให้กับนุสและบราเชอร์
จากนั้นในเซตสาม แคนนอนและคราฟต์ยังนำอยู่ 13-12 แต่ก็พ่ายไปอีกครั้งเมื่อฝ่ายตรงข้ามทำแต้มรวดสามคะแนน
“เวลาที่เราเล่นดีที่สุดคือช่วงที่หลังชนฝา” นุสกล่าว “เรามองหน้ากันและเชื่อมั่นว่าเราจะเล่นในแบบของเราออกมาให้ดีที่สุด”
ก่อนหน้านี้ นุสและบราเชอร์ก็เคยเอาชนะคู่นี้ในการแข่งขันรอบชิงที่ฮันติงตันบีช โอเพ่น เมื่อเดือนพฤษภาคม ในสามเซตเช่นกัน
“พวกเขาทั้งคู่แขนยาวมาก ทำให้ตีแต้มใส่ยาก” บราเชอร์กล่าว “พวกเขาเสิร์ฟเก่ง ทำให้เราอยู่ในสถานการณ์กดดันเสมอ และพวกเขาไม่มีทางยอมแพ้ง่ายๆ แน่นอน”
แคนนอนและคราฟต์เข้ารอบชิงด้วยการเอาชนะ โครินน์ ควิกเกิล และ ทีแกน แวน กันสต์ มือวางอันดับ 5 ไปอย่างขาดลอย 21-12, 21-13 ในเช้าวันอาทิตย์
ส่วนบราซเชอร์และนุสผ่านเข้ารอบชิงด้วยชัยชนะเหนือทีมม้ามืดอย่าง เคนเนดี โคคลีย์ และ แอชลีย์ พาเตอร์ มือวางอันดับ 19 ในรอบรองฯ ด้วยคะแนน 23-21, 21-11
โคคลีย์ เป็นนักศึกษาปีหนึ่งของทีมวอลเลย์บอลชายหาด USC เมื่อฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา ขณะที่พาเตอร์เป็นนักศึกษาปีสองของทีมเดียวกัน








