ไมค์ ไทสันเสี่ยงทำลายชื่อเสียงของตัวเองเมื่อเขากลับมาขึ้นสังเวียนอีกครั้งในแมตช์ 8 ยกกับเจค พอล อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งนักมวยแถวหน้าในยุคปัจจุบันอย่างเกอร์วอนตา ‘แทงค์’ เดวิส เชื่อว่าการตัดสินใจนี้ส่งผลกระทบต่อมรดกของไทสันอย่างมาก
ในแมตช์นี้ เจค พอล วัย 27 ปี ชนะไทสันด้วยการตัดสินคะแนน แม้ว่าไทสัน วัย 58 ปี จะเริ่มต้นได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็ลดแรงลงไปอย่างเห็นได้ชัดในช่วงหลังของการชก ตามข้อมูลจาก Compubox พบว่า มีถึงสองยกที่ไทสันไม่สามารถปล่อยหมัดโดนเป้าหมายได้เลย และตลอดการชก 16 นาที ไทสันปล่อยหมัดเข้าเป้าเพียง 18 ครั้งเท่านั้น ซึ่งเฉลี่ยแล้วคือหมัดเดียวต่อนาที
เนื่องจากการชกครั้งนี้ถูกจัดให้เป็นการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่การชกโชว์ การพ่ายแพ้ต่อพอลจึงถูกบันทึกในสถิติการชกอาชีพของไทสัน ทำให้ตอนนี้เขามีสถิติชนะ 50 ครั้ง (น็อกเอาต์ 44 ครั้ง) แพ้ 7 ครั้ง และไม่มีผลตัดสิน 2 ครั้ง เดวิสมองว่าการพ่ายแพ้ครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและมรดกของตำนานมวยคนนี้อย่างมหาศาล
ในงานแถลงข่าวเพื่อเปิดตัวการชกของเดวิสกับลาเมนต์ โรช แชมป์โลกซูเปอร์เฟเธอร์เวทของ WBA ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 1 มีนาคม ที่ Barclays Center ในนิวยอร์ก นักข่าวถามเดวิสเกี่ยวกับความเห็นต่อแมตช์ระหว่างไทสันกับพอล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน Netflix และว่าเรื่องนี้ส่งผลดีหรือร้ายต่อชื่อเสียงของไทสัน
เดวิสตอบว่า “ใครบอกให้ไมค์ ไทสันขึ้นชกอีกล่ะ? ใช่ มันทำลายชื่อเสียงของเขาแน่นอน ทั้งหมดก็เพราะเรื่องเงินเท่านั้นแหละ”
สำหรับเดวิสเอง เขาเป็นนักมวยที่สร้างชื่อเสียงด้วยการน็อกเอาต์คู่ต่อสู้อย่างโหดเหี้ยม และเคยเอาชนะนักมวยชื่อดังอย่างไรอัน การ์เซีย, แฟรงค์ มาร์ติน และไอแซค ครูซ แม้ว่าการชกครั้งหน้ากับโรชในเดือนมีนาคมจะดูเป็นงานที่ง่ายกว่า เนื่องจากโรชต้องเพิ่มน้ำหนักขึ้นมาเพื่อท้าชิง แต่เดวิสก็ยังตั้งเป้าหมายไว้สูงสำหรับปี 2025
เดวิสบอกว่าเขาอยากชกสามไฟต์ในปี 2025 ซึ่งรวมถึงไฟต์กับโรช หลังจากนั้นเขาอยากเจอกับไรอัน การ์เซียอีกครั้ง และเทโอฟิโม โลเปซ ก่อนจะวางมือจากวงการมวย
“หลังจากปีหน้า ผมจะออกจากวงการนี้” เดวิสบอกด้วยความไม่พอใจ “วงการนี้มันแย่จริง ๆ ผมเบื่อแล้ว ผมแค่อยากหาเงินและใช้ชีวิตแบบไม่ต้องอยู่ในสายตาคนอื่น”








