Home การเข้ารหัสลับ อนาคต NFT ในศิลปะดิจิทัลและบทบาทการเมือง

อนาคต NFT ในศิลปะดิจิทัลและบทบาทการเมือง

84
0

ตลาด NFT ซึ่งเคยโด่งดังสุดขีดในปี 2021 อาจไม่สามารถกลับมาเติบโตได้เหมือนเดิม แต่ในโลกศิลปะ สินทรัพย์ดิจิทัลยังมีโอกาสเข้ามาเปลี่ยนแปลงวงการในรูปแบบใหม่ๆ

เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ศิลปิน Beeple ได้จัดงานปาร์ตี้คืนเลือกตั้งสหรัฐฯ ที่เต็มไปด้วยกิจกรรมแปลกๆ เช่น การแข่งขันกินฮ็อตด็อก ภาพการ์ตูนการเมืองที่แสดงบนจอ และนักแสดงที่ใส่หน้ากากผู้นำโลกและเทคโนโลยี เช่น คิมจองอึน อีลอน มัสก์ รวมถึงผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอย่าง กมลา แฮร์ริส และ โดนัลด์ ทรัมป์ ในปี 2021 Beeple กลายเป็นศิลปินที่มีผลงานขายในราคาสูงสุดเป็นอันดับสามของโลก เมื่อผลงาน NFT ของเขา “Everyday: The First 5,000 Days” ถูกขายโดย Christie’s ในราคาสูงถึง 69.3 ล้านดอลลาร์ นั่นทำให้ Beeple กลายเป็นสัญลักษณ์ของความพยายามของชุมชนคริปโตในการสร้างความเปลี่ยนแปลงในตลาดศิลปะ

แต่จากวันนั้นถึงวันนี้ ทุกอย่างเปลี่ยนไปมาก ดร.เอมี่ วิตเทเกอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารศิลปะจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก กล่าวว่า ตลาด NFT ในตอนนี้คล้ายกราฟที่ลดลงจากซ้ายไปขวา โดยมีปริมาณการซื้อขายหายไปถึง 97%

### ความหวังของชุมชนคริปโต

แม้ว่าผลงานของ Beeple จะเต็มไปด้วยภาพเสียดสีการเมืองและเทคโนโลยี แต่ในคืนประกาศผลเลือกตั้ง กลุ่มผู้ร่วมงานต่างส่งเสียงเฮเมื่อทรัมป์ชนะเลือกตั้ง ความดีใจนี้สะท้อนความหวังของชุมชนคริปโตที่เชื่อว่าจะได้รับการสนับสนุนทางกฎหมายมากขึ้นในสมัยที่สองของทรัมป์

ในช่วงหาเสียง กลุ่ม PACs (Political Action Committees) ชั้นนำในวงการคริปโตได้ทุ่มเงินกว่า 130 ล้านดอลลาร์สนับสนุนทรัมป์ ในขณะที่ แกรี เกนส์เลอร์ ประธาน ก.ล.ต. (SEC) คนปัจจุบัน กลายเป็นผู้ที่ชุมชนคริปโตไม่ชอบใจ เนื่องจากการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด ส่งผลให้แพลตฟอร์มอย่าง Binance และ Coinbase ประสบปัญหา ทรัมป์ยังได้เสนอชื่อ พอล แอตกินส์ ผู้สนับสนุนคริปโต ให้ดำรงตำแหน่งประธาน ก.ล.ต. และ เดวิด แซคส์ อดีตผู้บริหาร PayPal ให้ดูแลด้านคริปโตและ AI

หลังชัยชนะของทรัมป์ ราคาของ Ethereum และ Bitcoin ก็พุ่งสูงขึ้นทันที หลายคนคาดว่าความสนใจใน NFT อาจกลับมาอีกครั้ง แต่ก็มีผู้เชี่ยวชาญบางคนมองว่าการขาดการกำกับดูแลที่เข้มงวดอาจทำให้ NFT สูญเสียความนิยมไปโดยสิ้นเชิง

### ความท้าทายด้านกฎหมายและอนาคตของ NFT

Rohan Grey ศาสตราจารย์จาก Willamette University ชี้ว่าตลาด NFT เติบโตขึ้นมาในอดีตเพราะมันช่วยหลีกเลี่ยงกฎระเบียบที่เข้มงวดในสินทรัพย์คริปโตอื่นๆ อย่าง ICO (Initial Coin Offerings) ซึ่งเคยได้รับความนิยมอย่างมากในปี 2017 แต่ก็ถูกควบคุมอย่างหนักเนื่องจากความเสี่ยงต่อการโกงและปัญหาทางกฎหมาย ในทางตรงกันข้าม NFT มีลักษณะ “ไม่เหมือนกัน” (non-fungible) ซึ่งหมายความว่าแต่ละ NFT มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่เหมือนเหรียญคริปโตทั่วไปที่เหมือนกันทั้งหมด

แม้ว่าคุณสมบัติของ NFT จะทำให้ยากต่อการกำกับดูแล แต่ตลาดนี้ก็อาจสูญเสียข้อได้เปรียบนี้ในยุคที่รัฐบาลของทรัมป์ไม่บังคับใช้กฎระเบียบอย่างเคร่งครัด

ทรัมป์เองยังใช้ NFT เป็นเครื่องมือหาเสียง โดยออก NFT หลายชุดเพื่อระดมทุน หนึ่งในนั้นมีภาพทรัมป์แต่งตัวเป็นซูเปอร์ฮีโร่พร้อมคำโปรย “Crypto President” การส่งเสริมการขายนี้นำไปสู่คำถามทางกฎหมายเกี่ยวกับความถูกต้อง โดยเฉพาะเมื่อผู้ซื้อมีโอกาสลุ้นรางวัล เช่น ดินเนอร์กับทรัมป์ หรือรองเท้าทองคำรุ่นพิเศษ ซึ่งอาจถือเป็น “ลอตเตอรี่ผิดกฎหมาย” หากไม่มีวิธีเข้าร่วมฟรี

### บทบาทใหม่ของศิลปะดิจิทัล

แม้ว่า NFT อาจต้องเผชิญกับความท้าทาย แต่วงการศิลปะยังคงเปิดรับคริปโตอย่างต่อเนื่อง โรงประมูลชื่อดัง เช่น Christie’s และ Sotheby’s ยังคงขายผลงานศิลปะดิจิทัลและรับชำระเงินด้วยคริปโต ในขณะเดียวกัน พิพิธภัณฑ์ต่างๆ ก็เริ่มเก็บสะสมผลงาน NFT จากศิลปินหลากหลาย เช่น Anne Spalter และกลุ่มศิลปินเอธิโอเปีย Yatreda

Ryan Zurrer นักลงทุนคริปโตและผู้ก่อตั้ง 1of1 Collection เชื่อว่าผลงาน NFT ชั้นนำเพียง 5% จะสามารถอยู่รอดและเติบโตได้ในอนาคต ขณะที่ผลงานส่วนใหญ่จากยุคเฟื่องฟูจะสูญเสียมูลค่าไปแทบทั้งหมด อย่างไรก็ตาม การเชื่อมโยงระหว่างศิลปินดิจิทัลและสถาบันศิลปะยังคงเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างคุณค่าให้กับผลงานเหล่านี้ต่อไป

W88 ร่วมสนุกกับการเดิมพันและเกมคาสิโนที่ดีที่สุด เพลิดเพลินกับกีฬาสด, สล็อต, โป๊กเกอร์ และอื่นๆ สมัครวันนี้เพื่อรับรางวัลสุดพิเศษ พร้อมความบันเทิงที่ไม่หยุดยั้ง!

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here