ฟุตบอลอังกฤษเป็นเวทีที่เต็มไปด้วยนักเตะพรสวรรค์มากมาย แต่มีหลายคนที่ไม่ได้รับการยกย่องเท่าที่ควร แม้พวกเขาจะทำผลงานได้ดีและสร้างสถิติที่น่าประทับใจ นักเตะอย่าง ปีเตอร์ เคร้าช์ และ แกเร็ธ แบร์รี่ ต่างมีสถิติที่โดดเด่นในพรีเมียร์ลีก แต่กลับไม่ค่อยได้รับการพูดถึงเมื่อกล่าวถึงสุดยอดนักเตะของลีก นอกจากนี้ยังมี ไมเคิล คาร์ริค และ สตีฟ แม็คมานามาน ที่แม้จะคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ก็ยังถูกมองข้ามอยู่บ่อยครั้ง
ทีมชาติอังกฤษมีนักเตะระดับตำนานมากมาย เช่น เวย์น รูนี่ย์, เซอร์ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน และ แฮร์รี่ เคน ที่จะถูกจดจำตลอดไป อย่างไรก็ตาม ยังมีเหล่าผู้เล่นที่คอยสนับสนุนและทำให้ทีมแข็งแกร่งขึ้นแต่กลับไม่ได้รับเครดิตที่สมควรจะได้รับ พวกเขาคือกลุ่มนักเตะที่ถูกประเมินค่าต่ำเกินไปในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ
นี่คือนักเตะ 10 คนที่ถือว่าถูกประเมินต่ำที่สุด แม้ว่าพวกเขาจะมีความสามารถระดับสูงและสร้างผลงานมากมายในวงการฟุตบอลอังกฤษ
### 10. แกเร็ธ แบร์รี่ (Gareth Barry)
**ติดทีมชาติอังกฤษ: 53 นัด**
แกเร็ธ แบร์รี่ เป็นนักเตะที่ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกมากที่สุดตลอดกาล ด้วยจำนวน 653 นัด เขาเป็นกองกลางที่เล่นได้อย่างสม่ำเสมอและเป็นหัวใจสำคัญของทุกทีมที่เขาเคยลงเล่น ไม่ว่าจะเป็น แอสตัน วิลล่า, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เอฟเวอร์ตัน และ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน
แม้ว่าเขาจะมีบทบาทสำคัญในการพาแมนเชสเตอร์ ซิตี้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดอาชีพของเขา แต่เขากลับไม่ค่อยถูกพูดถึงในฐานะหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดของลีก
—
### 9. เจอร์เมน เดโฟ (Jermain Defoe)
**ติดทีมชาติอังกฤษ: 57 นัด**
เจอร์เมน เดโฟ ยิงไปถึง 162 ประตูในพรีเมียร์ลีก ติดอันดับ 10 ดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาล แต่สิ่งที่ทำให้สถิตินี้น่าประทับใจยิ่งขึ้นคือ เขาไม่เคยเล่นให้ทีมใหญ่ระดับลุ้นแชมป์เลย
ส่วนใหญ่เขาใช้เวลาค้าแข้งกับทีมระดับกลาง เช่น ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์, เวสต์แฮม และ ซันเดอร์แลนด์ ซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาไม่ได้รับการยอมรับเท่าที่ควร ทั้งๆ ที่ฝีเท้าของเขาดีพอที่จะเป็นคู่หูของ เวย์น รูนี่ย์ ในทีมชาติอังกฤษ
—
### 8. ปีเตอร์ เคร้าช์ (Peter Crouch)
**ติดทีมชาติอังกฤษ: 42 นัด**
ปีเตอร์ เคร้าช์ สูงถึง 201 เซนติเมตร ทำให้หลายคนมองว่าเขาเป็นแค่กองหน้าตัวเป้าไว้โหม่งบอล แต่ความจริงแล้ว เขามีทักษะบอลที่ยอดเยี่ยมและทำประตูสุดสวยหลายครั้ง รวมถึงลูกจักรยานอากาศอันโด่งดัง
แม้ว่าเขาจะถือครองสถิติยิงประตูด้วยลูกโหม่งมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก (40 ประตู) แต่เขากลับถูกมองข้ามอยู่เสมอ และไม่ค่อยได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในศูนย์หน้าที่ดีที่สุดของลีก
—
### 7. ดาร์เรน แอนเดอร์ตัน (Darren Anderton)
**ติดทีมชาติอังกฤษ: 30 นัด**
ดาร์เรน แอนเดอร์ตัน เป็นกองกลางที่มีการจ่ายบอลและครอสบอลที่แม่นยำมาก เขาเป็นตัวหลักของท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ แต่โชคร้ายที่อาการบาดเจ็บรบกวนเขาตลอดอาชีพ
หลังจากเขาหายไปจากตำแหน่งปีกขวาของอังกฤษ เดวิด เบ็คแฮม ก็เข้ามาแทนที่ ทำให้ชื่อของแอนเดอร์ตันถูกลืมไปอย่างรวดเร็ว หากเขาไม่มีปัญหาอาการบาดเจ็บ เขาอาจจะได้รับการยอมรับมากกว่านี้
—
### 6. เจมส์ มิลเนอร์ (James Milner)
**ติดทีมชาติอังกฤษ: 61 นัด**
เจมส์ มิลเนอร์ เริ่มต้นเส้นทางฟุตบอลกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด และกลายเป็นนักเตะสารพัดประโยชน์ที่สามารถเล่นได้แทบทุกตำแหน่ง แม้ว่าเขาจะคว้าแชมป์กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และกลายเป็นกำลังสำคัญของลิเวอร์พูล แต่เขากลับไม่เคยได้รับการยอมรับในทีมชาติเท่าที่ควร
ช่วงท้ายอาชีพกับลิเวอร์พูล ความสารพัดประโยชน์ของเขาทำให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ใช้งานเขาบ่อยครั้งในสถานการณ์สำคัญ
—
### 5. สตีฟ บรูซ (Steve Bruce)
**ติดทีมชาติอังกฤษ: 0 นัด**
สตีฟ บรูซ เป็นหนึ่งในกองหลังที่แข็งแกร่งที่สุดของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาลงเล่นกว่า 400 นัดและคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกหลายสมัย แต่สิ่งที่น่าเหลือเชื่อคือ เขาไม่เคยติดทีมชาติอังกฤษเลยแม้แต่นัดเดียว
แม้ว่าตอนนั้นอังกฤษจะมีเซ็นเตอร์แบ็กฝีเท้าดีหลายคน แต่ก็ยังเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ บรูซ ไม่เคยได้รับโอกาสลงเล่นให้ทีมชาติเลย
—
### 4. สตีฟ แม็คมานามาน (Steve McManaman)
**ติดทีมชาติอังกฤษ: 37 นัด**
สตีฟ แม็คมานามาน เป็นหนึ่งในนักเตะอังกฤษไม่กี่คนที่ไปประสบความสำเร็จกับ เรอัล มาดริด เขาคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ถึงสองสมัย แต่กลับไม่ได้รับการยอมรับมากนักในอังกฤษ
อาจเป็นเพราะช่วงเวลานั้น อังกฤษมีตัวเลือกกองกลางมากมาย ทำให้แม็คมานามาน ไม่ได้รับบทบาทสำคัญในทีมชาติเท่าที่ควร
—
### 3. จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (Jordan Henderson)
**ติดทีมชาติอังกฤษ: 81 นัด**
จอร์แดน เฮนเดอร์สัน นำลิเวอร์พูลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ตลอดเวลาที่ค้าแข้ง เขามักถูกแฟนบอลคู่แข่งดูถูกว่าเป็นนักเตะธรรมดา ทั้งๆ ที่เขาคือหัวใจสำคัญของทีม
เขาอาจไม่ใช่นักเตะที่เล่นหวือหวา แต่ความขยันและความเป็นผู้นำของเขาทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในกองกลางที่สำคัญที่สุดของยุคนี้
—
### 2. ไมเคิล คาร์ริค (Michael Carrick)
**ติดทีมชาติอังกฤษ: 34 นัด**
ไมเคิล คาร์ริค เป็นกองกลางที่เล่นบอลได้เนียนตาและฉลาดในการอ่านเกม แฟนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รู้ดีว่าเขามีความสำคัญต่อทีมมากเพียงใด แต่สำหรับทีมชาติอังกฤษ เขาแทบไม่ได้รับโอกาสเลย
ทั้งๆ ที่ตอนนั้น ทีมชาติมีปัญหาการเล่นร่วมกันของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ แฟรงค์ แลมพาร์ด แต่ผู้จัดการทีมกลับไม่เลือกใช้ คาร์ริค ทั้งที่เขาคือคำตอบของปัญหานั้น
—
### 1. แอนดี้ โคล (Andy Cole)
**ติดทีมชาติอังกฤษ: 15 นัด**
แอนดี้ โคล เป็นหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดของพรีเมียร์ลีก เขาทำประตูได้อย่างต่อเนื่องและจับคู่กับ ดไวท์ ยอร์ค ได้อย่างยอดเยี่ยมที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่กลับถูกละเลยจากทีมชาติ
แม้จะยิงไปกว่า 260 ประตูในระดับสโมสร แต่โคลกลับได้รับโอกาสลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษเพียง 15 นัด ซึ่งถือว่าน้อยเกินไปสำหรับนักเตะระดับนี้








