อดีตนักสู้ UFC รุ่นไลท์เวท พอล เฟลเดอร์ ถูกแฟนๆ วิจารณ์ว่าเข้าข้างนักสู้บางคน หลังจากจบศึก UFC Vegas 102
เฟลเดอร์เข้าสู่เวที UFC ตั้งแต่ปี 2014 และลงแข่งขันทั้งหมด 15 ไฟต์ ชนะไป 9 ครั้ง ไฟต์สุดท้ายของเขาคือการพ่ายแพ้แบบไม่เป็นเอกฉันท์ให้กับราฟาเอล ดอส อันโจส อดีตแชมป์ UFC รุ่นไลท์เวท หลังจากนั้นในปี 2021 เขาตัดสินใจแขวนนวมและผันตัวมาเป็นนักวิเคราะห์และผู้บรรยายการแข่งขัน
ในการแข่งขันหลักของ UFC Vegas 102 จาเร็ด แคนนอนเนียร์ อดีตผู้ท้าชิงแชมป์ UFC ต้องเผชิญหน้ากับเกรกอรี่ โรดริเกส ซึ่งในช่วงแรกของไฟต์ โรดริเกสเป็นฝ่ายคุมเกมเหนือกว่า แต่แคนนอนเนียร์สามารถพลิกกลับมาน็อกเอาต์คู่ต่อสู้ชาวบราซิลได้ในยกที่ 4
หลังจบไฟต์ แฟนๆ หลายคนวิพากษ์วิจารณ์เฟลเดอร์ โดยกล่าวหาว่าเขาดู “หัวเสีย” ตอนที่แคนนอนเนียร์เป็นฝ่ายชนะ ซึ่งเฟลเดอร์ออกมาตอบโต้ผ่านโพสต์บน X (Twitter) ว่า
“สำหรับทุกคนที่บอกว่าผม ‘หัวเสีย’ ตอนที่จาเร็ดชนะ คุณคิดผิดมากๆ ผมนี่แหละเป็นแฟนตัวยงของเขา ผมเคยโยนปากกาลงพื้นหลังจากเห็นจังหวะจบไฟต์สุดมันส์มาเป็นร้อยครั้ง และผมไม่ได้เล่นพนันด้วย! พวกงี่เง่า ผมพูดไปชัดๆ ว่า ‘จบแล้ว’ เท่านั้นเอง”
หลังจากโพสต์นี้ มีแฟนคนหนึ่งแสดงความคิดเห็นว่า
“พอล เรารักคุณนะ แต่คุณเอนเอียงตอนบรรยายจริงๆ นี่คือคำวิจารณ์เชิงสร้างสรรค์”
เฟลเดอร์ทำหน้าที่ผู้บรรยายมาตั้งแต่เลิกชก แต่ไม่นานมานี้ เขาได้ออกมาเผยข่าวเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเองที่ได้รับผลกระทบจากการฝึก MMA เป็นเวลาหลายปี
‘เดอะ ไอริช ดราก้อน’ มีปัญหาที่สะโพกมาสักพักแล้ว และอาการแย่ลงหลังจากปั่นจักรยานเป็นเวลานาน เขาตัดสินใจตรวจ MRI และพบว่าเนื้อเยื่ออ่อนบริเวณสะโพกของเขาหายไป ทำให้กระดูกเสียดสีกันโดยตรง ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพของเขาอย่างมาก
เฟลเดอร์ได้โพสต์เกี่ยวกับเรื่องนี้ผ่านอินสตาแกรมของเขา








