ช่วงนี้ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีกำลังเผชิญกับแรงขายอย่างหนัก ราคาของเหรียญหลักอย่าง Bitcoin และ Ethereum ลดลงอย่างชัดเจน เนื่องจากนักลงทุนกำลังถอนเงินจากคริปโตเพื่อไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า
ผู้เชี่ยวชาญหลายคนอธิบายว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ราคาคริปโตลดลงคือ “ต้นทุนโอกาส” นักลงทุนเลือกโยกเงินไปยังตลาดหุ้นสหรัฐที่กำลังพุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ โดยดัชนี S&P 500 พุ่งขึ้นเกือบถึงระดับ 6,700 เมื่อวันจันทร์ที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา
ในวันเดียวกันนั้น Ethereum ร่วงลงเกือบ 9% จากราคาประมาณ $4,450 เหลือเพียง $4,050 ขณะที่ Bitcoin ก็ร่วงลงเช่นกัน ใกล้แตะระดับ $111,500 ตามข้อมูลจาก Coinbase และ TradingView
นักวิเคราะห์ยังชี้ว่า ราคาของ Ethereum และเหรียญ Altcoins อื่น ๆ ยังไม่สามารถทะลุจุดสูงสุดของปี 2021 ได้ ทำให้ราคาติดอยู่ในกรอบเดิม นักลงทุนจึงใช้คริปโตเป็นแหล่งเงินทุนชั่วคราวเพื่อนำไปลงทุนในสินทรัพย์อื่น โดยรอจังหวะที่ราคาคริปโตจะกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นจุดสูงสุดใหม่ หรือราคาที่ลดลงมากจนคุ้มแก่การลงทุน
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐโดยเฉพาะ ETF กลุ่มเทคโนโลยี เช่น $MAGS, $GOOG, $SPY, และ ETF ด้าน AI อย่าง $BAI ก็มีการซื้อขายปริมาณมากที่สุดในประวัติการณ์ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทำให้นักลงทุนบางส่วนขายคริปโตเพื่อย้ายเงินกลับไปลงทุนในหุ้น
อีกหนึ่งปัจจัยที่กระทบหนักคือการถูกบังคับขาย (Liquidation) ของการลงทุนแบบใช้เลเวอเรจ (Leverage) โดยเมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา มีการ Liquidate ตำแหน่ง Long ใน Bitcoin มูลค่ารวมกว่า $1 พันล้านภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง ส่งผลให้ตลาดคริปโตโดยรวมมีการ Liquidate ทั้ง Long และ Short รวมกันกว่า $1.7 พันล้านใน 24 ชั่วโมง
กรณีของ Ethereum ที่ราคาลดลง 9% ส่วนหนึ่งเกิดจากนักลงทุนรายใหญ่ (Whales) เริ่มขายก่อน จากนั้นระบบเทรดอัตโนมัติ บอท และคำสั่งหยุดขาดทุน (Stop-loss) ก็เริ่มทำงานตาม ส่งผลให้ราคาร่วงแรงและรวดเร็ว
นักวิเคราะห์บางรายมองว่าการเทขายครั้งใหญ่ครั้งนี้เป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนรายใหม่ โดยหากราคา Ethereum ย่อตัวและทรงตัวอยู่ที่ราว $4,000 ก็อาจมีแรงซื้อกลับเข้ามา และดันราคาให้ฟื้นตัวได้อีกในไม่กี่วันข้างหน้า
คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง: คริปโตเคอร์เรนซี, Bitcoin, Ethereum, การเทขาย, ตลาดหุ้นสหรัฐ, การโยกย้ายเงินทุน, ต้นทุนโอกาส, การบังคับขาย, เลเวอเรจ, ราคาคริปโต, Altcoins, นักลงทุนรายใหญ่








