ตลาดคริปโตเริ่มฟื้นตัวอีกครั้งหลังจากที่ปรับตัวลดลงในเดือนก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะ Bitcoin (BTC) ที่เคยทำสถิติสูงสุดใหม่ในเดือนกรกฎาคม และตกลงไปเกือบ 15% ในเดือนกันยายน ล่าสุด Bitcoin กลับมาฟื้นตัวและแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา
ช่วงเดือนที่ผ่านมา ตลาดการเงินทั่วโลกเผชิญกับความผันผวน เนื่องจากความกังวลเรื่องตลาดแรงงานที่อ่อนแอลง และเศรษฐกิจที่เริ่มชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าความผันผวนนี้เป็นเพียงระยะสั้น และหากนักลงทุนเริ่มเข้าใจภาพรวมเศรษฐกิจมากขึ้น Bitcoin ก็มีแนวโน้มจะกลับมาพุ่งขึ้นได้อีกครั้ง
ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ กลยุทธ์ “ซื้อเมื่อราคาตก” หรือ “buy the dip” ถือว่าเหมาะสมสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโต เราขอแนะนำหุ้น 4 ตัวที่มีศักยภาพเติบโตสูงในปี 2025 ได้แก่ PayPal Holdings (PYPL), Robinhood Markets (HOOD), Interactive Brokers Group (IBKR) และ Visa Inc. (V) ซึ่งทั้งหมดนี้มีแนวโน้มผลประกอบการดีขึ้นในช่วง 60 วันที่ผ่านมา
ราคาของ Bitcoin เมื่อคืนวันพุธพุ่งขึ้นแตะระดับ $118,481 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์ ก่อนหน้านี้เคยแตะจุดสูงสุดใหม่ที่ $124,496 แต่ก็ถูกแรงขายกดลงมาเนื่องจากความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีในสมัยประธานาธิบดีทรัมป์ และความกังวลเรื่องเศรษฐกิจอ่อนแอ
การปรับตัวขึ้นของราคาครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ มีข่าวการปิดทำการบางส่วน ซึ่งตามรายงานของ Investing.com ระบุว่า ความเสี่ยงในการปิดรัฐบาลอาจส่งผลให้มีเงินทุนไหลเข้าตลาดมากขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญยังคงมั่นใจว่า Bitcoin ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก เนื่องจากความต้องการยังแข็งแกร่ง รายงานจาก CryptoQuant ซึ่งถูกอ้างโดย The Block ระบุว่า หากความต้องการยังคงอยู่ในระดับสูง ราคาของ Bitcoin อาจพุ่งไปถึง $160,000 ถึง $200,000 ภายในปีนี้
นอกจากนี้ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้ลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% เมื่อเดือนก่อน และส่งสัญญาณว่าจะลดอีกสองครั้งภายในปีนี้ ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกต่อ Bitcoin
### หุ้นคริปโตที่น่าจับตา
**1. PayPal Holdings (PYPL)**
PayPal ให้บริการกระเป๋าเงินดิจิทัลที่สามารถซื้อ ขาย หรือโอนเหรียญคริปโตได้ เช่น Bitcoin, Ethereum, Bitcoin Cash และ Litecoin นอกจากนี้ แอป Venmo ของ PayPal ยังเปิดให้ผู้ใช้งานซื้อขายคริปโตได้ง่าย ๆ ผ่านมือถือ
– คาดการณ์การเติบโตของกำไรปีนี้: 12.5%
– การปรับประมาณการกำไรเพิ่มขึ้น 0.4% ในช่วง 60 วันที่ผ่านมา
– จัดอยู่ในอันดับ Zacks Rank #2 (ซื้อ)
**2. Robinhood Markets (HOOD)**
Robinhood ให้บริการแพลตฟอร์มการลงทุนที่สามารถซื้อขายหุ้น กองทุน ETFs ออปชัน ทองคำ และคริปโตเคอร์เรนซี โดยผ่านแพลตฟอร์ม Robinhood Crypto ซึ่งรองรับเหรียญหลักอย่าง Bitcoin, Ethereum และ Dogecoin
– คาดการณ์การเติบโตของกำไรปีนี้: 47.7%
– การปรับประมาณการกำไรเพิ่มขึ้น 5.9% ในช่วง 60 วันที่ผ่านมา
– จัดอยู่ในอันดับ Zacks Rank #1 (ซื้อแรง)
**3. Interactive Brokers Group (IBKR)**
IBKR เป็นโบรกเกอร์อิเล็กทรอนิกส์ระดับโลก ที่ให้บริการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลรวมถึงสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของคริปโต
– คาดการณ์การเติบโตของกำไรปีนี้: 11.4%
– การปรับประมาณการกำไรเพิ่มขึ้น 2.1% ในช่วง 60 วันที่ผ่านมา
– จัดอยู่ในอันดับ Zacks Rank #2
**4. Visa Inc. (V)**
Visa กำลังพัฒนาเทคโนโลยีการโอนเงินข้ามประเทศให้ทันสมัยมากขึ้น โดยนำระบบ Stablecoin ไปใช้งานบนบล็อกเชน Solana ที่มีประสิทธิภาพสูง พร้อมร่วมมือกับบริษัทรับชำระเงินชั้นนำอย่าง Worldpay และ Nuvei
– คาดการณ์การเติบโตของกำไรปีนี้: 13.7%
– การปรับประมาณการกำไรเพิ่มขึ้น 0.1% ในช่วง 60 วันที่ผ่านมา
– จัดอยู่ในอันดับ Zacks Rank #2
### โอกาสใหม่จาก AI กำลังจะมาถึง
ระลอกใหม่ของนวัตกรรม AI กำลังจะสร้างความมั่งคั่งครั้งใหญ่ให้กับนักลงทุน โดยเฉพาะผู้ที่เข้าใจและลงทุนตั้งแต่ต้น ระยะถัดไปจะเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจโลกและชีวิตประจำวันอย่างลึกซึ้ง
แม้หุ้น AI รุ่นแรกเช่น Nvidia จะสร้างผลตอบแทนมหาศาล แต่การเติบโตแบบพุ่งแรงอาจเริ่มชะลอตัว เปิดทางให้บริษัทหน้าใหม่ที่มีเทคโนโลยีล้ำหน้ากลายเป็นดาวรุ่งในยุค AI ระลอกสอง
นักลงทุนควรเริ่มมองหาหุ้นกลุ่มใหม่ที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก แต่มีศักยภาพสูงในการเติบโตท่ามกลางกระแส AI ที่ยังไม่จบลงง่าย ๆ








