ทอม ลี จาก BitMine เชื่อว่า Ethereum (ETH) จะกลายเป็นเหรียญคริปโตที่ได้รับความนิยมสูงสุดในหมู่สถาบันการเงินของวอลล์สตรีท รัฐบาลสหรัฐฯ และสภาคองเกรส พร้อมคาดการณ์ว่า ETH อาจพุ่งแตะ $12,000 ภายในสิ้นปี 2025
ในการพูดที่งาน Blockchain Week ที่เกาหลีใต้ ทอม ลี ระบุว่า Ethereum เป็นเครือข่ายที่ “เป็นกลาง” และไม่มีใครสามารถควบคุมหรือเปลี่ยนแปลงได้ตามใจชอบ ความเป็นกลางนี้เองที่ทำให้ ETH ได้รับความสนใจจากนักลงทุนรายใหญ่และรัฐบาล เพราะต้องการระบบที่ไม่มีศูนย์กลางและไม่มีอคติทางการเมือง
เขาอธิบายว่า “ทั้งวอลล์สตรีท, ทำเนียบขาว และสภาคองเกรส ต้องการอยู่บนแพลตฟอร์มที่ไม่ขึ้นกับใครทั้งนั้น ซึ่ง Ethereum ก็ตรงกับความต้องการนี้ มันไม่สามารถถูกควบคุมโดยใครคนเดียว และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงไปในแบบที่บุคคลใดคนหนึ่งต้องการได้”
ลี ยังชี้ว่า การสนับสนุนคริปโตจากฝั่งรัฐบาล โดยเฉพาะในยุคของโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งผลดีต่อภาพรวมของ ETH และเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง AI หรือหุ่นยนต์จะมีแนวโน้มพัฒนาอยู่บน Ethereum Blockchain ด้วย
ตัวอย่างหนึ่งคือ ธนาคาร DBS ของสิงคโปร์ซึ่งเป็นธนาคารใหญ่ที่สุดในประเทศ ได้ออกผลิตภัณฑ์การลงทุนแบบโทเคน (Tokenized Structured Notes) บน Ethereum นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการใช้งานระดับองค์กร
ในด้านราคา ทอม ลี คาดว่า ETH จะพุ่งไปที่ $10,000 ถึง $12,000 ภายในสิ้นปีนี้ และหากแรงซื้อยังต่อเนื่อง ราคาก็อาจทะลุ $15,000 ได้ ส่วน Bitcoin เขามองว่าอาจขึ้นไปถึง $200,000 ถึง $250,000 โดยได้แรงหนุนจากปัจจัยฤดูกาลในไตรมาส 4 และท่าทีผ่อนคลายจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)
BitMine ยังได้เพิ่มการถือครอง ETH ในคลังของบริษัท โดยล่าสุดได้ซื้อเพิ่มอีกมูลค่า $84 ล้าน ผ่านการซื้อขายแบบ OTC กับ Galaxy Digital ส่งผลให้มูลค่าคลังของบริษัทพุ่งจาก $37.6 ล้านในเดือนมิถุนายน เป็นเกือบ $9.5 พันล้าน ณ เวลาที่มีการแถลงข่าว
อีกบริษัทหนึ่งคือ SharpLink ก็ถือ ETH มูลค่ากว่า $3.7 พันล้าน ทำให้ทั้งสองบริษัทกลายเป็นผู้ถือครอง ETH รายใหญ่ในตลาด ส่งผลให้ตลาดคริปโตในกลุ่ม Treasury มีมูลค่ารวมทะลุ $22 พันล้านแล้ว
ทอม ลี มองว่า Ethereum ไม่ได้เป็นแค่สินทรัพย์เพื่อเก็งกำไรระยะสั้น แต่กำลังเข้าสู่ “ซูเปอร์ไซเคิล” ที่อาจกินเวลายาวนานถึง 10 ถึง 15 ปีในอนาคต








