ตอนนี้ฉันอยู่ที่สิงคโปร์ เดินเล่นใน Marina Bay Sands พร้อมจิบชาจัสมินและทานขนมปังคายา ขณะซึมซับบรรยากาศและเทรนด์ใหม่ ๆ ที่งาน Token2049 ซึ่งเป็นหนึ่งในงานใหญ่ที่สุดเกี่ยวกับคริปโต, AI, หุ่นยนต์, การเงิน และสินทรัพย์ในโลกจริง ปีนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 25,000 คน วิทยากรมากกว่า 300 คน และบูธแสดงผลงานกว่า 500 บูธ ตัวเลขทั้งหมดนี้ถือเป็นสถิติใหม่ของงานเลยทีเดียว
Token2049 ไม่ใช่แค่งานพูดคุยธรรมดา แต่เป็นเหมือนเครื่องสร้างคลื่นลูกใหม่ของวงการคริปโต สิ่งที่พูดบนเวทีสามารถส่งผลต่อความเชื่อมั่นของตลาดได้ทันที
หนึ่งในประเด็นที่โดดเด่นมากปีนี้คือ ควอนตัมคอมพิวติ้ง หรือคอมพิวเตอร์ควอนตัม Charles Edwards ผู้ก่อตั้ง Capriole Investments พูดถึง “Q-Day” วันที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมจะสามารถถอดรหัสความปลอดภัยของ Bitcoin และ Ethereum ได้ ซึ่งอาจทำให้ระบบทั้งหมดเสี่ยงหากไม่ปรับตัวทัน
เขาเตือนว่า Bitcoin ต้องอัปเกรดให้สามารถต้านทานควอนตัมได้ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ทฤษฎีอีกต่อไปแล้ว
AI ก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของงาน มีทั้ง DeAI หรือ AI แบบกระจายศูนย์ ที่เน้นให้ทุกคนเข้าถึงได้ ไม่ใช่แค่บริษัทใหญ่ ๆ และยังมี agentic AI หรือ AI ที่ไม่เพียงแค่ให้คำแนะนำ แต่สามารถลงมือทำงานแทนเรา เช่น จัดการสัญญา นัดหมาย หรือจ่ายเงินด้วยเหรียญ Stablecoin ได้ด้วยตนเอง
สองแนวทางนี้ต่างกันชัดเจน: DeAI คือใครเป็นเจ้าของ AI ส่วน agentic คือ AI ทำอะไรได้บ้าง
อีกช่วงหนึ่งที่สนุกมากคือพาเนลหุ่นยนต์ ซึ่งมีการพูดถึงหุ่นยนต์แบบกระจายศูนย์ BitRobot ร่วมกับ FrodoBots กำลังทดลองสร้างแพลตฟอร์มแบบเปิดสำหรับการวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์ โดยผู้มีส่วนร่วมทั่วโลกสามารถร่วมกันพัฒนาและรับรางวัลได้จริง
Karen Liu จาก BitRobot บอกว่า หุ่นยนต์เป็นเทคโนโลยีสำคัญเกินกว่าจะปล่อยให้บริษัทใหญ่ควบคุมคนเดียว การกระจายศูนย์จะเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมและผลักดันวงการให้ก้าวหน้าไปพร้อมกัน
ลองจินตนาการหุ่นยนต์ที่ใช้สัญญาอัจฉริยะ รับเหรียญตอบแทนจากภารกิจต่าง ๆ แล้วนำรายได้นั้นไปอัปเกรดตัวเอง นี่คือการรวมโลกจริงกับ AI โดยมี Web3 เป็นตัวกลาง
สินทรัพย์ในโลกจริง (Real-World Assets หรือ RWAs) เช่น อสังหาริมทรัพย์ หุ้น และแม้แต่นาฬิกาหรู กำลังกลายเป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าบล็อกเชนใช้งานได้จริง
Atul Khekade ผู้ร่วมก่อตั้ง XDC กล่าวว่าการโทเค็นสินทรัพย์จริงช่วยเปิดตลาดที่ปิดอยู่ ให้คนทั่วโลกสามารถลงทุนได้อย่างโปร่งใสและมีสภาพคล่องมากขึ้น
Stablecoins หรือเหรียญที่มีมูลค่าคงที่ ก็เป็นหัวข้อร้อนแรงในงาน เป็นรากฐานของ DeFi และยังเป็นสะพานเชื่อมจากการเงินแบบเก่าเข้าสู่ยุคดิจิทัล
Arthur Hayes พูดไว้อย่างเฉียบว่า หากธนาคารเริ่มออก Stablecoins เอง จะสามารถปลดล็อกสภาพคล่องระดับล้านล้านดอลลาร์ Stablecoins จึงไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่เป็นตัวเปลี่ยนเกมของการเงินโลก
Matthew Graham จาก Ryze Labs พูดถึง “ตัวตน” ในรูปแบบดิจิทัลว่าเป็นสินทรัพย์ที่สามารถครอบครองและสร้างรายได้ได้จริง ผ่านคริปโต ซึ่งกำลังเปิดทางให้ AI Companions หรือเพื่อนร่วมโลกเสมือนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเติบโตขึ้นมา
ในงานของ Smobler ที่ร่วมจัดกับ NYSE, Gemini, Skadden และอื่น ๆ มีการย้ำถึงความสำคัญของอัตลักษณ์ดิจิทัลในโลกที่ผสมผสาน AI และคริปโตเข้าด้วยกันมากขึ้นเรื่อย ๆ
ทรัพย์สินดิจิทัลไม่ได้เป็นแค่ของสะสมอีกต่อไป แต่มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการทางการเงินของบริษัทใหญ่ ๆ แล้วด้วย
Wristcheck แพลตฟอร์มซื้อขายนาฬิกาหรูด้วยคริปโต โดย Austen Chu ก่อตั้ง ได้รับการลงทุนจากศิลปินดังอย่าง Jay-Z และเป็นผู้รักษาเวลาอย่างเป็นทางการในงาน Token2049 ครั้งนี้
Chu ชี้ว่าตลาดนาฬิกาหรูนั้นซับซ้อนและไม่โปร่งใส Wristcheck จึงเข้ามาทำให้กระบวนการนี้ง่ายขึ้น และตอนนี้ลูกค้าหลายรายซื้อขายนาฬิกาหายากด้วยคริปโตโดยตรง
ตลาดนาฬิกาหรูมือสองทั่วโลกในปี 2024 มีมูลค่ากว่า 26.5 พันล้านดอลลาร์ และยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่า คริปโตไม่ใช่แค่เก็บไว้ในวอลเล็ท แต่ยังสามารถนำมาใช้จ่ายในชีวิตจริงได้แล้ว
อีกจุดเปลี่ยนสำคัญคือ Telegram ที่นำฟีเจอร์การเงินมาใส่ในแอปสนทนา ตอนนี้กระเป๋าเงินใน Telegram สามารถซื้อขายคริปโต หุ้นสหรัฐฯ เช่น Apple, Tesla หรือ ETF ได้ทันทีแบบแบ่งหน่วยและจ่ายเงินทันที
ด้วยผู้ใช้กว่า 140 ล้านคน Telegram กำลังกลายเป็นทั้งศูนย์กลางการสื่อสารและการลงทุน Max Crown จาก Ton Foundation บอกว่า แนวโน้มชัดเจนมากว่า แอปแชทจะกลายเป็นแพลตฟอร์มการเงิน เช่นเดียวกับที่ WeChat เคยทำในจีน
นี่คือการลดกำแพงในการเข้าถึงการเงินสำหรับคนรุ่นใหม่ และอาจเร่งให้สินทรัพย์แบบโทเค็นกลายเป็นเรื่องธรรมดาในการใช้งานผ่านแอปแชท
อีกเทรนด์สำคัญคือ การเปลี่ยนจากการเทรดเพื่อเก็งกำไร มาเป็นเรื่องของความรับผิดชอบ การสร้างความมั่งคั่งระยะยาว และการฝังคริปโตเข้าไปในระบบการเงินอย่างยั่งยืน
Mazen Eljundi จาก Revolut กล่าวว่าคริปโตอยู่กลางใจของฟินเทคแล้ว การจะใช้ศักยภาพของมันให้เต็มที่ต้องมีการกำกับดูแล โครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแรง และเน้นลูกค้าเป็นหลัก การให้ความรู้และโปร่งใสคือกุญแจสร้างความเชื่อมั่น
Cristian Ulloa จาก Liquid Loans เสริมว่า ความมั่งคั่งระยะยาวไม่ใช่เรื่องของซื้อถูกขายแพงอย่างเดียว แต่คือการถือสินทรัพย์มีค่า แล้วใช้มันสร้างมูลค่า เช่น การกู้ยืมโดยใช้มันเป็นหลักประกัน
สุดท้าย ก่อนเข้างานฉันเห็นป้าย Polymarket ตลาดทำนายผลด้วยคริปโต เช่น ผลเลือกตั้ง นโยบาย หรือความก้าวหน้า AI สิ่งนี้สะท้อนว่าคริปโตยังมีความคิดสร้างสรรค์สูง และยังหาแนวทางใหม่ ๆ ได้เสมอ
เมื่อเดินชมงานตลอดทั้งวัน ก็เห็นภาพรวมชัดเจนเลยว่า อุตสาหกรรมนี้กำลังเปลี่ยนจากแค่เทคโนโลยีทดลอง เป็นระบบเศรษฐกิจใหม่ที่จับต้องได้ ทั้งควอนตัม, AI แบบกระจายศูนย์, หุ่นยนต์, สินทรัพย์จริง, Stablecoins, ตัวตนดิจิทัล และบริการทางการเงินผ่านแอปแชท ล้วนกำลังรวมกันเป็นแผนที่นำทางสำหรับอนาคตของโลกดิจิทัลใบใหม่นี้.








