Home การเข้ารหัสลับ U.S. Bank กลับมาเปิดบริการดูแล Bitcoin อีกครั้ง

U.S. Bank กลับมาเปิดบริการดูแล Bitcoin อีกครั้ง

14
0

ธนาคาร U.S. Bancorp หรือ USB กลับมาเปิดให้บริการดูแลเก็บรักษา Bitcoin อีกครั้ง หลังจากหยุดไปนานถึง 3 ปี เนื่องจากกฎระเบียบที่เข้มงวดในอดีต ตอนนี้รัฐบาลชุดใหม่ของสหรัฐฯ ที่นำโดยอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีแนวทางสนับสนุนคริปโตเคอร์เรนซี ทำให้ธนาคารสามารถให้บริการด้านสินทรัพย์ดิจิทัลได้ง่ายขึ้น

บริการดูแล Bitcoin ของ USB เริ่มต้นครั้งแรกในปี 2021 แต่ต้องหยุดชั่วคราวในปี 2022 หลังจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) ออกประกาศเกี่ยวกับการบัญชี ที่ทำให้ต้นทุนในการดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่มสูงขึ้นมากสำหรับธนาคาร

แต่ในเดือนมกราคม 2025 เมื่อรัฐบาลใหม่เข้ามา SEC ได้ยกเลิกประกาศดังกล่าว ส่งผลให้ USB ตัดสินใจนำบริการดูแล Bitcoin กลับมาอีกครั้ง โดยเน้นให้บริการแก่กลุ่มนักลงทุนสถาบันที่มีการจดทะเบียนกองทุน หรือกองทุนส่วนบุคคล ที่ต้องการเก็บสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างปลอดภัย

นอกจากนี้ USB ยังร่วมมือกับบริษัท NYDIG ซึ่งเชี่ยวชาญด้านบริการทางการเงินและโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับ Bitcoin มาเป็นผู้ดูแลสินทรัพย์ย่อยให้ด้วย โดยในระยะเริ่มต้น USB จะให้บริการเฉพาะ Bitcoin ผ่านกองทุนที่จดทะเบียนและ ETF ก่อนจะขยายไปยังเหรียญคริปโตอื่นๆ ในอนาคต

Stephen Philipson รองประธานของ U.S. Bank กล่าวว่า “เราภูมิใจที่เป็นหนึ่งในธนาคารรายแรกที่ให้บริการดูแลคริปโตสำหรับลูกค้ากองทุนและนักลงทุนสถาบันตั้งแต่ปี 2021 และเรายินดีที่ได้นำบริการนี้กลับมาอีกครั้งในปีนี้ พร้อมขยายบริการไปยัง Bitcoin ETF เพื่อรองรับผู้จัดการกองทุนที่ต้องการบริการดูแลและบริหารจัดการสินทรัพย์แบบครบวงจร”

ในขณะนี้ USB มีเรตติ้ง Zacks Rank #3 (ถือหุ้นต่อ) โดยธนาคารใหญ่รายอื่นๆ เช่น Citigroup และ The Bank of New York Mellon ก็เริ่มแสดงความสนใจในบริการคริปโตเช่นกัน เพราะได้รับแรงสนับสนุนจากรัฐบาลชุดปัจจุบันที่มีท่าทีสนับสนุนคริปโตอย่างชัดเจน

เมื่อเดือนที่ผ่านมา มีรายงานว่า Citigroup กำลังพิจารณาให้บริการดูแลเหรียญ Stablecoin และบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ BNY Mellon ก็ได้เริ่มให้บริการดูแล Bitcoin และ Ethereum แล้ว พร้อมแผนขยายไปยังเหรียญ Stablecoin ในอนาคต

ทางด้าน BlackRock บริษัทจัดการสินทรัพย์ยักษ์ใหญ่ ก็ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ ETF ที่อิงกับ Bitcoin ในยุโรปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลังจากประสบความสำเร็จกับกองทุน Bitcoin มูลค่า 48,000 ล้านดอลลาร์ในสหรัฐฯ และยังเคยเปิดตัว ETF Bitcoin ในแคนาดาอีกด้วย

ด้านเทคโนโลยีล้ำยุค Quantum Computing กำลังจะเป็นการปฏิวัติครั้งต่อไป ซึ่งอาจมีผลกระทบมากกว่า AI ด้วยซ้ำ หลายบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก เช่น Microsoft, Google, Amazon, Oracle, Meta และ Tesla กำลังเร่งพัฒนาและผนวกเทคโนโลยีนี้เข้าสู่ระบบของตนเอง

Kevin Cook นักกลยุทธ์ด้านหุ้น ได้คัดเลือก 7 หุ้นที่มีศักยภาพโดดเด่นในอุตสาหกรรมควอนตัม ซึ่งเขาเชื่อว่าเป็น “โอกาสครั้งใหญ่ถัดไป” หลังจากที่เขาเคยมองเห็นศักยภาพของ NVIDIA ตั้งแต่ปี 2016 วันนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักลงทุนในการวางพอร์ตให้อยู่แถวหน้าของเทคโนโลยีแห่งอนาคตนี้

W88 ร่วมสนุกกับการเดิมพันและเกมคาสิโนที่ดีที่สุด เพลิดเพลินกับกีฬาสด, สล็อต, โป๊กเกอร์ และอื่นๆ สมัครวันนี้เพื่อรับรางวัลสุดพิเศษ พร้อมความบันเทิงที่ไม่หยุดยั้ง!

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here