Home การเข้ารหัสลับ XRP พุ่งแรงรับ ETF ใหม่ คาดแตะ $4.80 สิ้นปี 2025

XRP พุ่งแรงรับ ETF ใหม่ คาดแตะ $4.80 สิ้นปี 2025

3
0

เมื่อเดือนกันยายน 2025 ใกล้จะสิ้นสุดลง XRP หรือเหรียญดิจิทัลหลักของเครือข่าย Ripple ยังคงเป็นที่จับตามองในวงการคริปโต ด้วยความแข็งแกร่งและการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันราคา XRP อยู่ที่ประมาณ 2.78 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.07% ภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ท่ามกลางสภาวะตลาดที่เริ่มมีเสถียรภาพ

ในปีนี้ XRP พุ่งขึ้นมากกว่า 600% ซึ่งเป็นผลจากนโยบายที่สนับสนุนคริปโตของรัฐบาลสหรัฐฯ โดยปัจจัยสำคัญคือ การเปิดตัว ETF XRP ที่ซื้อขายในตลาดสหรัฐครั้งแรก การยอมรับจากสถาบันใหญ่ และแรงหนุนจากกฎระเบียบที่ชัดเจน ทำให้ XRP กลายเป็นหนึ่งในเหรียญที่น่าจับตามองที่สุด

นักลงทุนต่างตั้งความหวังว่า XRP จะสามารถทะลุระดับจิตวิทยาที่ 3 ดอลลาร์ได้ ซึ่งหากเกิดขึ้นอาจเปิดทางให้การเติบโตต่อเนื่อง โดย Ripple ได้วางกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อขยายการใช้งานจริง เช่น การชำระเงินข้ามประเทศ ที่ตอนนี้ไม่ได้เป็นแค่แนวคิด แต่มีมูลค่าสูงถึง 700 ล้านดอลลาร์ ผ่านความร่วมมือกับบริษัทยักษ์ใหญ่จาก Wall Street

เหตุการณ์เด่นของเดือนคือการเปิดตัว REX-Osprey XRP ETF (XRPR) เมื่อวันที่ 21 กันยายน ซึ่งมียอดซื้อขายวันแรกสูงถึง 37.7 ล้านดอลลาร์ แซงหน้า ETF ของ Bitcoin และ Ethereum แสดงให้เห็นถึงความต้องการลงทุนใน XRP ผ่านช่องทางที่ถูกกฎหมาย

ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นหลังจาก Ripple ชนะคดี SEC ในช่วงต้นปี ทำให้การขาย XRP แบบโปรแกรมไม่ถือว่าเป็นหลักทรัพย์ สร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนรายใหญ่ และส่งผลให้มีเงินไหลเข้าสู่ ETF อย่างต่อเนื่อง โดย JPMorgan คาดว่ามูลค่าการลงทุนในปีแรกจะอยู่ระหว่าง 4-8 พันล้านดอลลาร์

แม้ว่า XRP จะร่วงลงเล็กน้อย 3% หลังการเปิดตัว ETF จากการขายทำกำไรของนักลงทุนสถาบัน แต่ราคาก็ฟื้นตัวกลับขึ้นมาเป็น 2.91 ดอลลาร์ และยังคงแข็งแกร่ง สะท้อนถึงความสนใจของนักลงทุนที่มอง XRP เป็นสินทรัพย์เพื่อกระจายความเสี่ยง

ข้อมูลจากระบบบล็อกเชนยังสนับสนุนแนวโน้มนี้ โดยมีจำนวนกระเป๋าเงินที่ใช้งานต่อวันเพิ่มขึ้น 15% หลังเปิดตัว ETF และปริมาณธุรกรรมสูงเกิน 1.2 ล้านรายการต่อวัน แสดงให้เห็นถึงความเร็วและประสิทธิภาพของเครือข่าย XRP ที่สามารถเคลียร์ธุรกรรมได้ภายใน 3-5 วินาที

Ripple ยังได้จับมือกับ BlackRock และ VanEck ในข้อตกลงมูลค่า 700 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะเปิดทางให้ผู้ถือหุ้นของกองทุน BUIDL และ VBILL สามารถแลกเปลี่ยนหน่วยลงทุนผ่าน RLUSD (Stablecoin ของ Ripple) หรือ ETH ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และจะเชื่อมต่อกับ XRP Ledger ในเร็ว ๆ นี้ โดย Brad Garlinghouse ซีอีโอของ Ripple กล่าวว่านี่คือ “ยูทิลิตี้จริง” ที่ทำให้การแลกเปลี่ยนสะดวกรวดเร็วและปลอดภัย

RippleNet ขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยมีสถาบันการเงินกว่า 300 แห่งใช้งานอยู่ทั่วโลก ผ่านระบบ On-Demand Liquidity (ODL) ที่ใช้ XRP เป็นตัวกลาง ลดต้นทุนและเวลาของการโอนเงิน เมื่อเทียบกับระบบ SWIFT แบบดั้งเดิม

การมีส่วนร่วมของ BlackRock ถือเป็นการรับรองจากผู้จัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และอาจทำให้เงินหลายพันล้านดอลลาร์หลั่งไหลเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐานของ XRP ซึ่งหลังจากประกาศข่าวนี้ การใช้งาน ODL เพิ่มขึ้นทันที 20% โดยเฉพาะในการโอนเงินระหว่างประเทศในเอเชียแปซิฟิก

Stablecoin RLUSD ของ Ripple กำลังได้รับความนิยม ด้วยความสามารถในการทำธุรกรรมได้ทันที มีเสถียรภาพจากการผูกกับดอลลาร์ และปฏิบัติตามข้อกำหนดใหม่ของสหรัฐฯ อย่างครบถ้วน

ในงาน XRP Seoul 2025 ที่จัดขึ้นช่วง Korean Blockchain Week มีผู้เข้าร่วมงานเต็มทุกที่นั่ง โดยมีผู้บริหาร Ripple ขึ้นกล่าวบนเวที พร้อมกับเปิดตัวโครงการใหม่ๆ เช่น EVM Sidechain เพื่อเพิ่มความสามารถในการใช้งานร่วมกับระบบอื่น

ด้านเทคนิค ราคาของ XRP ดูมีแนวโน้มเป็นขาขึ้น โดยระดับแนวรับที่ 2.60 ดอลลาร์ถูกทดสอบหลายครั้ง และราคาปัจจุบันกำลังสร้างรูปแบบกราฟแบบสามเหลี่ยมขาขึ้น โดยมีโอกาสทะลุระดับ 2.93 ดอลลาร์ ซึ่งหากผ่านไปได้ อาจพุ่งไปแตะระดับ Fibonacci ที่ 3.33 ดอลลาร์

ตลาดอนุพันธ์ก็แสดงสัญญาณบวกเช่นกัน อัตราส่วน Long/Short กลับมาอยู่ที่ 1:2 และมูลค่าการเปิดสัญญาเพิ่มขึ้น 12% เป็น 2.1 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ RSI แสดงว่าไม่มีแรงขายตื่นตระหนก นักลงทุนรายใหญ่ (Whales) ได้โอน XRP จำนวน 160 ล้านเหรียญในสองสัปดาห์ที่ผ่านมาไปยัง Cold Wallet บ่งชี้ถึงการเก็บสะสมมากกว่าการเทขาย

แนวโน้มของตลาดยังขึ้นอยู่กับปัจจัยมหภาค เช่น การลดดอกเบี้ยโดย Fed ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนกันยายนและตุลาคม ซึ่งจะส่งผลดีต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง XRP แม้จะมีแรงกดดันจากปริมาณเหรียญในตลาด แต่กระแสเงินเข้าจาก ETF ก็ช่วยดูดซับอุปทานส่วนเกินได้

เดือนตุลาคมจะเป็นช่วงเวลาสำคัญ เพราะ SEC จะตัดสินใจเกี่ยวกับ ETF แบบ Spot ของ XRP ซึ่งรัฐบาลทรัมป์ที่สนับสนุนคริปโตอย่างเต็มที่อาจผลักดันให้ Ripple เสนอ “Clarity Act” หรือร่างกฎหมายเพื่อส่งเสริมนวัตกรรมโดยไม่ขัดขวางการเติบโตของสินทรัพย์ดิจิทัล

Ripple ยังเสนอแนวคิดให้รัฐบาลถือหุ้นหรือสิทธิ์ใน escrow ของบริษัท ซึ่งสร้างกระแสถกเถียงอย่างกว้างขวางในชุมชนคริปโต

ระบบนิเวศของ XRP กำลังเติบโตเต็มที่ ด้วยการอัปเกรดของเครือข่ายในปี 2025 รวมถึงรองรับ EVM และงานระดับโลกอย่าง XRP Seoul ที่ดึงดูดนักพัฒนาให้สร้างแอป DeFi, NFT และ RWA บนเครือข่าย โดยสามารถทำธุรกรรมได้กว่า 1,500 รายการต่อวินาที และค่าธรรมเนียมน้อยกว่าหนึ่งเซ็นต์

อย่างไรก็ตาม ยังมีอุปสรรค เช่น การที่ผู้เล่นรายใหญ่ยังไม่ใช้ XRP ใน ODL โดยเลือกใช้ระบบ fiat เดิม และข้อกำหนดด้านกฎระเบียบในยุโรปและเอเชีย รวมถึงเหตุการณ์ระดับโลกอย่างเส้นตายงบประมาณสหรัฐฯ อาจทำให้นักลงทุนลดความเสี่ยง

แต่ตัวเลขสุทธิของเดือนกันยายนแสดงว่า มีกระแสเงินไหลเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ลงทุน XRP ถึง 388 ล้านดอลลาร์ แม้ผลิตภัณฑ์อื่นจะมียอดถอนออก แสดงถึงแรงหนุนอย่างมั่นคง

นักวิเคราะห์หลายรายคาดการณ์ว่า ราคาของ XRP อาจอยู่ในช่วง 3.50 – 4.80 ดอลลาร์ภายในสิ้นปีนี้ หาก ETF ให้ผลตอบแทนดีและอัตราดอกเบี้ยลดลงอย่างต่อเนื่อง บางรายเชื่อว่าปี 2025 ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 2.21 ดอลลาร์ แต่หากสถานการณ์เอื้อต่อการลงทุน ราคาสามารถแตะถึง 4.44 ดอลลาร์ และอาจเกิน 9 ดอลลาร์ภายในปี 2030 หากมีเม็ดเงินจากสถาบันไหลเข้ามาเพิ่มขึ้น

รายงานจาก Motley Fool เชื่อว่า XRP จะกลายเป็นเครื่องมือชำระเงินหลักภายในห้าปี โดยมีมูลค่ามากกว่าตลาดปัจจุบันที่ 150 พันล้านดอลลาร์หลายเท่า

XRP จึงไม่ได้เป็นแค่เหรียญคริปโตอีกเหรียญหนึ่ง แต่กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินแห่งอนาคต ที่ทั้งเร็ว ถูก และไร้พรมแดน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการการเงินโลก ทั้งนักลงทุนและผู้ใช้งานทั่วโลกต่างกำลังจับตามองว่า Ripple จะพา XRP ไปถึงระดับใดในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้

W88 ร่วมสนุกกับการเดิมพันและเกมคาสิโนที่ดีที่สุด เพลิดเพลินกับกีฬาสด, สล็อต, โป๊กเกอร์ และอื่นๆ สมัครวันนี้เพื่อรับรางวัลสุดพิเศษ พร้อมความบันเทิงที่ไม่หยุดยั้ง!

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here