Home ฟุตบอล ฟุตบอลโลกเผชิญวิกฤตร้อนจัด เสี่ยงสุขภาพนักเตะ

ฟุตบอลโลกเผชิญวิกฤตร้อนจัด เสี่ยงสุขภาพนักเตะ

2
0

ฟุตบอลกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาใหญ่อย่างจริงจัง – สภาพอากาศร้อนจัดที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ทั้งกับนักเตะและแฟนบอล โดยเฉพาะเมื่อการแข่งขันฟุตบอลโลกในปี 2026 ที่จะจัดขึ้นร่วมกันในสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดา ตรงกับช่วงฤดูร้อนของซีกโลกเหนือ

งาน FIFA Club World Cup ที่เพิ่งจบไปในอเมริกาเป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจน อุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้การแข่งขันภายใต้แดดร้อนจัดนั้นไม่เพียงแต่ทำให้ผู้เล่นหมดแรง แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคลมแดด และอาการเหนื่อยล้าจากความร้อนอย่างรุนแรง

นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศเตือนว่า หากยังคงจัดฟุตบอลโลกในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคมต่อไป อาจต้องทบทวนปฏิทินการแข่งขันใหม่ เช่น ย้ายไปจัดในช่วงฤดูหนาว หรือหาสถานที่ที่มีอากาศเย็นกว่าเพื่อความปลอดภัย

ตั้งแต่ปี 1930 การแข่งขันฟุตบอลโลกมักจัดในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม แต่ในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา อุณหภูมิฤดูร้อนทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในยุโรปที่อุณหภูมิสูงขึ้นเฉลี่ยถึง 1.81 องศาเซลเซียส ส่งผลให้กีฬากลางแจ้งอย่างฟุตบอลกลายเป็นกิจกรรมที่เสี่ยงมากขึ้น

Friederike Otto ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิอากาศจากวิทยาลัย Imperial ในลอนดอนกล่าวว่า “ถ้าคุณอยากเล่นฟุตบอลวันละ 10 ชั่วโมง คุณต้องเล่นตอนเช้าตรู่หรือหลังพระอาทิตย์ตก ไม่อย่างนั้นทั้งนักเตะและแฟนบอลเสี่ยงต่อโรคลมแดด”

การแข่งขัน Club World Cup ในปีนี้เจอกับสภาพอากาศสุดขั้วทั้งร้อนจัดและพายุฝนฟ้าคะนอง ทำให้ฟีฟ่าต้องปรับกฎพิเศษ เช่น เพิ่มเวลาพักน้ำกลางเกม ติดตั้งพัดลมและร่มเงาให้ม้านั่งนักเตะ

แม้จะมีมาตรการเหล่านี้ แต่นักเตะชื่อดังอย่าง เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ จากเชลซีก็ยังบอกว่าเขารู้สึกเวียนหัวจากอากาศร้อน พร้อมเรียกร้องให้ฟีฟ่าหลีกเลี่ยงการจัดเกมช่วงบ่ายในปีหน้า

องค์กรสหภาพนักฟุตบอล FIFPRO เตือนว่า 6 ใน 16 เมืองเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2026 มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดความเครียดจากความร้อน

ประธานฟีฟ่า จานนี่ อินฟานติโน บอกว่า สนามที่มีหลังคาคลุมจะถูกใช้สำหรับเกมช่วงกลางวัน แต่หลายฝ่ายยังคงเป็นห่วง โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงฟุตบอลโลกปี 2030 ที่จะจัดในสเปน โปรตุเกส และโมร็อกโก ซึ่งทุกประเทศเผชิญอุณหภูมิทะลุ 40 องศาเซลเซียสมาแล้วในฤดูร้อนนี้

แม้ฟีฟ่าจะระบุว่า สภาพอากาศในปี 2030 ไม่น่าจะส่งผลต่อสุขภาพผู้เล่น แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการเล่นฟุตบอล 90 นาทีท่ามกลางแดดจัดอาจทำให้เกิดภาวะไฮเปอร์เทอร์เมีย (อุณหภูมิร่างกายสูงเกิน) ซึ่งเพิ่มความเครียดต่อหัวใจ อาจนำไปสู่อาการตะคริว เหนื่อยล้า หรือแม้แต่โรคลมแดดที่คุกคามชีวิตได้

การแข่งขันกีฬาอื่น ๆ เช่น มาราธอน หรือกรีฑาชิงแชมป์โลก มักปรับเวลาเริ่มให้เช้าหรือค่ำเพื่อหลีกเลี่ยงความร้อน แต่ฟุตบอลโลกยังคงยึดเวลาแข่งขันเพื่อให้เหมาะกับการถ่ายทอดสดไปยังยุโรป

การหลีกเลี่ยงการแข่งขันช่วงกลางวันยิ่งทำได้ยากขึ้นเมื่อจำนวนทีมในฟุตบอลโลก 2026 เพิ่มจาก 32 ทีมเป็น 48 ทีม ทำให้ตารางแน่นหนาและยืดหยุ่นได้น้อยลง

ปัญหานี้เกิดขึ้นเฉพาะเมื่อฟุตบอลโลกจัดในซีกโลกเหนือ เพราะเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม เป็นฤดูหนาวของซีกโลกใต้ ซึ่งอากาศเย็นกว่า อย่างไรก็ตาม ฟีฟ่าเคยเปลี่ยนตารางมาแล้ว เช่น ในปี 2022 ที่กาตาร์ ซึ่งจัดแข่งขันในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม เพื่อเลี่ยงความร้อนในฤดูร้อน และมีแนวโน้มจะทำเช่นเดียวกันเมื่อซาอุดิอาระเบียเป็นเจ้าภาพปี 2034

แต่การเปลี่ยนตารางฟุตบอลโลกส่งผลกระทบใหญ่ เพราะต้องหยุดการแข่งขันลีกยุโรป รวมถึงยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ซึ่งสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและแฟนบอลทั่วโลก

จนถึงตอนนี้ ฟีฟ่ายังไม่ยืนยันว่าจะปรับตารางสำหรับปี 2030 หรือ 2034 หรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ โลกกำลังร้อนขึ้น และการวางแผนจัดการแข่งขันกีฬากลางแจ้งต้องคิดให้รอบคอบมากขึ้น

ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์เผยว่า คนทั่วไปในปี 2023 เผชิญกับความเสี่ยงจากความร้อนระดับปานกลางถึงสูงเพิ่มขึ้นถึง 28% เมื่อเทียบกับช่วงปี 1990s

ไมเคิล แมนน์ นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศจากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียกล่าวว่า “นี่ไม่ใช่แค่ปัญหาเรื่องสุขภาพของนักกีฬาและแฟนบอล แต่มันสะท้อนถึงผลกระทบรุนแรงของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังทำลายวิถีชีวิตของเราอย่างเงียบ ๆ”

W88 ร่วมสนุกกับการเดิมพันและเกมคาสิโนที่ดีที่สุด เพลิดเพลินกับกีฬาสด, สล็อต, โป๊กเกอร์ และอื่นๆ สมัครวันนี้เพื่อรับรางวัลสุดพิเศษ พร้อมความบันเทิงที่ไม่หยุดยั้ง!

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here