อังกฤษควรจะต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้านแล้ว พวกเขาน่าจะแพ้สวีเดนตั้งแต่ 90 นาทีแรก หรือแม้แต่แพ้ในการดวลจุดโทษ แต่ลูซี่ บรอนซ์ กลับลุกขึ้นมาช่วยทีมได้ในช่วงเวลาสำคัญอย่างแท้จริง ตอนที่ทีมตามหลัง 2-0 ในนาทีที่ 79 และดูเหมือนจะหมดหวัง เธอกลับยิงประตูแรกให้ทีม กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการพลิกเกมอย่างน่าเหลือเชื่อ
บรอนซ์เปรียบเสมือนนักรบหญิงในตำนาน บูดิกา ที่มาช่วยกู้สถานการณ์ เธอก้าวขึ้นมายิงจุดโทษอย่างมั่นใจ จนทำให้กองหลังวัยรุ่นของสวีเดน สมิลา โฮล์มเบิร์ก ถึงกับใจสั่น หลังเห็นการยิงของบรอนซ์ ความมั่นใจของเธอหายไป จนสุดท้ายเธอยิงจุดโทษข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย
นักเตะอังกฤษต่างวิ่งเฮกันไปหาฮันนาห์ แฮมป์ตัน ผู้รักษาประตูที่เซฟสองลูกสำคัญไว้ได้ แต่ชัยชนะในเกมนี้เกิดขึ้นเพราะความกล้าหาญของลูซี่ บรอนซ์ ที่พาทีมหนีจากความพ่ายแพ้ได้อย่างหวุดหวิด
ก่อนหน้านี้ อังกฤษดูจะหมดแรง ขาดความมั่นใจ และกำลังจะตกรอบยูโรด้วยผลงานที่ไม่น่าจดจำ ทุกอย่างดูแย่ ทีมขาดความสามัคคี เล่นผิดพลาดง่าย และแทบไม่มีใครเล่นได้ตามมาตรฐาน เกมรับพลาดจนเสียประตูแรก และจากนั้นก็เริ่มเสียการควบคุมตัวเอง
บางคนดูเหมือนจะถอดใจ บางคนพยายามมากเกินไปจนทำให้แย่ลง ทีมที่เคยบอกว่าพวกเขาเก่งเวลาถูกกดดัน กลับดูเหมือนจะยอมแพ้ง่ายๆ
แต่บรอนซ์ไม่เคยยอมแพ้ เธอเป็นนักเตะที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ จากดาวรุ่งเมื่อ 10 ปีก่อนในฟุตบอลโลกที่แคนาดา จนถึงตอนนี้อายุ 33 ปี เธอยังเป็นผู้นำในสนาม แม้ความเร็วจะลดลง แต่หัวใจและแรงใจยังเต็มเปี่ยม เธอลงสนามด้วยพลังทั้งหมดที่มี วิ่งขึ้นลงทั้งเกม เข้าปะทะอย่างไม่กลัวใคร และใช้ความมุ่งมั่นผลักดันทีมให้เดินหน้าต่อ
ในวันที่ทุกคนดูหมดหวัง ลูซี่ บรอนซ์คือคนที่ยืนหยัด สร้างแรงใจให้ทีม และเปลี่ยนเกมจากการพ่ายแพ้ให้กลายเป็นชัยชนะได้อย่างเหลือเชื่อ








