ตลาดคริปโตมีการเคลื่อนไหวที่ผันผวน โดยราคาสินทรัพย์ดิจิทัลยังคงไม่แน่นอน Bitcoin (BTC) ลดลงต่ำกว่า $98,000 ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ขณะนี้ BTC ซื้อขายที่ประมาณ $98,700 และยังคงพยายามกลับขึ้นไปแตะระดับ $100,000 อย่างไรก็ตาม หลังจากฟื้นตัวจากการร่วงหนักเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา BTC ยังคงเคลื่อนที่อย่างเชื่องช้า เนื่องจากตลาดยังรอปัจจัยกระตุ้นให้กลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอีกครั้ง
ในขณะที่ Ethereum (ETH) กลับเพิ่มขึ้นกว่า 2% และซื้อขายสูงกว่า $2,800 ส่วน Ripple (XRP) ลดลงเกือบ 4% และซื้อขายต่ำกว่า $2.50 Solana (SOL) ยังคงอยู่เหนือระดับ $200 แม้ว่าจะลดลงเกือบ 2% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา Dogecoin (DOGE) ลดลงเกือบ 1% ส่วน Cardano (ADA), Tron (TRX) และ Toncoin (TON) กลับมีแนวโน้มเป็นบวก โดยรวมแล้ว มูลค่าตลาดคริปโตลดลง 0.44% อยู่ที่ประมาณ $3.22 ล้านล้าน
### ตลาดคริปโตสับสน ไม่มีเหตุผลแน่นอน
นักเทรดคริปโตหลายคนเริ่มกังวลว่าตลาดกำลังสูญเสียตรรกะที่แน่นอน ซึ่งทำให้ทั้งนักลงทุนรายใหม่และผู้มีประสบการณ์สับสนอย่างมาก ตลาดไม่เป็นไปตามรูปแบบเดิม ทำให้แม้แต่เทรดเดอร์มืออาชีพยังคาดเดาได้ยาก แม้ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะมีมาตรการสนับสนุนคริปโต แต่ราคากลับลดลงอย่างต่อเนื่อง นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า:
“ตลาดตอนนี้เหมือนกำลังถูกเล่นงาน ไม่มีเหตุผลอะไรแน่นอน ซึ่งทำให้นักลงทุนแทบทุกคนสับสน”
อีกหนึ่งนักวิเคราะห์เชื่อว่าราคาของ Bitcoin ในตลาดต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงไปถึง $50,000-$100,000 และคาดว่าราคาจะมีการปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงในอนาคต
“บางอย่างผิดปกติอย่างมากเกี่ยวกับราคาของ Bitcoin ตอนนี้เราถูกตีค่าต่ำกว่าความเป็นจริงไปถึง $50K-$100K มีปัจจัยบวกมากมายที่ควรจะช่วยให้ราคาพุ่งขึ้น น่าจะมีการปรับราคาครั้งใหญ่เร็วๆ นี้”
### ความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าและผลกระทบต่อตลาด
ดัชนี Crypto Fear & Greed ลดลงสู่โซนกลาง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของตลาด นักวิเคราะห์เคยคาดการณ์ว่า BTC จะขึ้นจุดสูงสุดใหม่ในต้นปี 2025 หลังจากชัยชนะของโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างไรก็ตาม แม้ว่า BTC จะทะลุระดับ $100,000 ไปแล้ว แต่ก็ยังมีความผันผวนสูง และขาขึ้นยังไม่สามารถสร้างแรงส่งที่มั่นคงได้
ความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าหลังจากที่ทรัมป์ประกาศภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดา เม็กซิโก และจีน ทำให้เกิดการชำระบัญชีครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์คริปโตเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ โดยมีเงินทุนไหลออกจากตลาดถึง $2.24 พันล้านภายใน 24 ชั่วโมง แม้ว่าข้อมูลจาก CoinGlass จะชี้ให้เห็นว่าตัวเลขจริงอาจสูงกว่านี้มาก
### รัสเซียเข้มงวดในการควบคุมเหมืองคริปโต
รัฐบาลรัสเซียเริ่มบังคับใช้มาตรการควบคุมเหมืองคริปโต โดยกำหนดให้ผู้ขุดเหรียญต้องรายงานรายได้ของตนเอง สำนักงานภาษีของรัสเซีย (FNS) ระบุว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการขุดคริปโตต้องแจ้งรายได้จากเหรียญดิจิทัลผ่านบัญชีส่วนตัวของตน ตามกฎหมายของประเทศ
“ผู้เสียภาษีที่ทำธุรกิจขุดเหรียญดิจิทัลต้องรายงานข้อมูลเกี่ยวกับเหรียญที่ขุดได้ภายในวันที่ 20 ของเดือนถัดไป”
แนวทางใหม่นี้ช่วยให้บุคคลและธุรกิจสามารถยื่นรายงานได้ง่ายขึ้นและมั่นใจได้ว่าพวกเขาปฏิบัติตามข้อกำหนดของทางการ
### สหรัฐฯ เน้นการควบคุม Stablecoin
David Sacks ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่าย AI และคริปโตของทำเนียบขาว กล่าวว่าจะให้ความสำคัญกับการออกกฎหมายควบคุม Stablecoin และสร้างกรอบกฎหมายที่ชัดเจนสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ
“พวกเขามุ่งมั่นที่จะผลักดันกฎหมายผ่านสภาคองเกรสในปีนี้ เพื่อให้ระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงในสหรัฐฯ การออกกฎหมายอาจใช้เวลา แต่ผมคิดว่าเราสามารถดำเนินการเรื่องนี้ได้ภายในหกเดือน”
Stablecoins กำลังได้รับความนิยมในต่างประเทศ ทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องเร่งส่งเสริม Stablecoin ที่ใช้เงินดอลลาร์เป็นหลัก เพื่อรักษาความแข็งแกร่งของเงินดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ทำเนียบขาวยังอยู่ระหว่างการพิจารณาความเป็นไปได้ในการสร้างทุนสำรอง Bitcoin
### ทุนสำรอง Bitcoin อาจกลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง
Arthur Hayes นักลงทุนชื่อดัง เตือนว่าการที่รัฐบาลสหรัฐฯ สะสม Bitcoin อาจส่งผลเสียต่ออุตสาหกรรมมากกว่าผลดี เนื่องจากสามารถถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองได้ หากพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งปี 2028 พวกเขาอาจตัดสินใจขาย Bitcoin ทั้งหมดที่รัฐบาลถืออยู่
“ถ้ารัฐบาลสหรัฐฯ สะสม Bitcoin ไว้เป็นทุนสำรอง ก็เหมือนเปิดโอกาสให้มันถูกขายได้ทุกเมื่อ เพียงแค่เซ็นชื่อในเอกสาร”
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางรายมองว่า การมีทุนสำรอง Bitcoin อาจช่วยลดหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ได้ถึง 35% ภายในปี 2049
—
โดยรวมแล้ว ตลาดคริปโตยังคงอยู่ในช่วงเวลาที่ผันผวน นักลงทุนต้องจับตาดูปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค รวมถึงการเคลื่อนไหวของรัฐบาลทั่วโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาคริปโตในระยะยาว 🚀📉








