แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจเผชิญปัญหาค่าใช้จ่ายบานปลายจากแผนสร้างสนามใหม่มูลค่า 2 พันล้านปอนด์ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าอาจเกินงบประมาณอย่างมาก
สโมสรเพิ่งเปิดเผยแผนการสร้างสนามฟุตบอลแห่งใหม่ที่จุผู้ชมได้ถึง 100,000 ที่นั่ง โดยสนามนี้จะมาแทนที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ซึ่งเป็นบ้านของปีศาจแดงมาตั้งแต่ปี 1910
เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ เจ้าของร่วมของสโมสรจากบริษัท Ineos ตั้งเป้าหมายว่าจะก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายใน 5 ปี ซึ่งหมายความว่า แมนยูฯ อาจได้ใช้สนามใหม่ในฤดูกาล 2030-31
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในวงการก่อสร้างเปิดเผยว่ามีความสงสัยอย่างมากเกี่ยวกับแผนนี้ เพราะค่าใช้จ่ายอาจพุ่งสูงขึ้นเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้
สนามแห่งใหม่นี้ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง นอร์แมน ฟอสเตอร์ โดยมีจุดเด่นเป็นหลังคาขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนเต็นท์ ซึ่งแรตคลิฟฟ์หวังว่าสนามนี้จะกลายเป็นแลนด์มาร์กของเมือง คล้ายกับหอไอเฟลในปารีส
แม้จะมีแผนการที่ยิ่งใหญ่ แต่แรตคลิฟฟ์ยอมรับว่าสถานะทางการเงินของสโมสรอยู่ในจุดวิกฤต และหากไม่มีเงินลงทุนจากเขา แมนยูฯ อาจถึงขั้นล้มละลายภายในสิ้นปี 2025
ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยังตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับงบประมาณ 2 พันล้านปอนด์ของโครงการนี้ โดยยกตัวอย่างสนามของท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่สร้างเสร็จในปี 2019 ใช้งบไปถึง 1.1 พันล้านปอนด์ และราคาวัสดุก่อสร้างก็ยังไม่แพงเท่าปัจจุบัน
อีกหนึ่งปัญหาคือโครงสร้างของฝั่ง Stretford End ในปัจจุบัน อาจทำให้การสร้างหลังคาขนาดใหญ่นั้นเป็นเรื่องยาก
แม้จะมีความท้าทายหลายด้าน แต่แรตคลิฟฟ์ยังคงมั่นใจว่าสโมสรจะสามารถทำให้สนามแห่งใหม่นี้เป็นจริงได้
เขากล่าวว่า “เราต้องการสร้างสนามฟุตบอลที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดในโลก สนามที่ใครเห็นก็จำได้ทันที”
“อีกเรื่องที่สำคัญคือ บรรยากาศต้องเข้มข้นที่สุด คนดูต้องอยู่ใกล้สนามมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ซึ่งหมายถึงการออกแบบอัฒจันทร์ให้สูงชันแทนที่จะลาดเอียง”
“นี่คือบ้านของเรา เราต้องการชัยชนะในสนามเหย้า และต้องการให้ทีมคู่แข่งรู้สึกกดดันเมื่อมาเยือน”
“เป้าหมายของเราคือการสร้างสนามฟุตบอลที่ดีที่สุดในโลก ดีกว่าสนามซานติอาโก เบร์นาเบว และคัมป์ นู”








