แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังวางแผนสร้างสนามกีฬาแห่งใหม่ที่จุผู้ชมได้ถึง 100,000 คน เพื่อมาแทนที่สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ดที่ใช้งานมาอย่างยาวนาน
โอลด์ แทรฟฟอร์ด เคยเป็นหนึ่งในสนามที่ดีที่สุดในอังกฤษ แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เจ้าของสโมสรกลุ่มเกลเซอร์ไม่ได้ลงทุนปรับปรุงหรือบำรุงรักษาสนามเลย ทำให้แฟนบอลต้องเผชิญปัญหาต่างๆ เช่น หลังคารั่ว ห้องน้ำสกปรก และโครงสร้างบางส่วนที่เริ่มเสื่อมสภาพ
ด้วยเหตุนี้ กลุ่ม INEOS ที่เข้ามาดูแลสโมสร จึงมีแนวคิดสร้างสนามใหม่แทนการซ่อมแซมสนามเดิม อย่างไรก็ตาม ยังคงมีคำถามเกี่ยวกับแหล่งเงินทุนสำหรับโปรเจกต์นี้ โดยหนึ่งในแนวทางที่อาจนำมาใช้คือการขายสิทธิ์การตั้งชื่อสนาม
คาดว่าสนามแห่งใหม่นี้จะสร้างเสร็จภายในปี 2030 หรืออย่างช้าสุดไม่เกินปี 2032 นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่ามันอาจถูกใช้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันฟุตบอลถ้วยสำคัญของอังกฤษอย่าง คาราบาว คัพ รอบชิงชนะเลิศ
ริค แพร์รี่ ประธานฟุตบอลลีกอังกฤษ (EFL) ได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่า สนามแห่งใหม่นี้อาจเป็นตัวเลือกสำหรับการจัดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของฟุตบอลถ้วยรายการใหญ่ นอกเหนือจากสนามเวมบลีย์
“การมีตัวเลือกเพิ่มเติมเป็นสิ่งที่ดีเสมอ และนี่ถือเป็นข่าวดีสำหรับแฟนบอลทางตอนเหนือของอังกฤษ” แพร์รี่กล่าว “เราติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และหากสโมสรใหญ่เติบโตขึ้น มันก็จะส่งผลดีต่อวงการฟุตบอลโดยรวม”
ปัจจุบัน เวมบลีย์เป็นสนามหลักที่ใช้จัดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของ คาราบาว คัพ รวมถึงเพลย์ออฟของ แชมเปี้ยนชิพ, ลีก วัน, ลีก ทู และรายการใหญ่อย่าง เอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศและรอบชิงชนะเลิศ
ทีมจากภาคเหนือ เช่น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ลิเวอร์พูล และ นิวคาสเซิล มักจะวิจารณ์ว่าการเดินทางลงไปแข่งขันที่ลอนดอนนั้นไม่สะดวกสำหรับแฟนบอลของพวกเขา ดังนั้นหากสนามใหม่ของยูไนเต็ดสามารถใช้เป็นสถานที่จัดรอบชิงชนะเลิศได้ ก็อาจช่วยแก้ปัญหานี้ได้
อย่างไรก็ตาม แผนการก่อสร้างยังติดปัญหาสำคัญ เนื่องจากการออกแบบสนามใหม่จะมีเสาโครงสร้างสูงถึง 200 เมตร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเส้นทางบินของเครื่องบินที่เดินทางเข้าออกสนามบินแมนเชสเตอร์
ตามกฎแล้ว สิ่งปลูกสร้างที่สูงเกิน 90 เมตรต้องได้รับอนุญาตจากทางสนามบิน แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้แผนก่อสร้างอาจต้องเผชิญกับอุปสรรคเพิ่มเติมก่อนจะเดินหน้าได้เต็มที่








