นิโค เอียมาเลอาวา (Nico Iamaleava) กลายเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่สร้างความปั่นป่วนให้กับวงการอเมริกันฟุตบอลระดับมหาวิทยาลัย หลังจากมีข่าวว่าเขาตัดสินใจอำลาทีมเทนเนสซี (Tennessee Volunteers) อย่างวุ่นวาย โดยเขาเรียกร้องขอเพิ่มค่าตอบแทนจากข้อตกลง NIL (Name, Image, Likeness) เป็น 4 ล้านดอลลาร์ จากเดิมที่ได้อยู่แล้ว 2 ล้านดอลลาร์
แม้ว่าหลายคนจะมองว่า ผลงานในปีแรกของเขายังไม่คุ้มกับเงินที่เทนเนสซีจ่ายไป แต่แฟนบอลยังคงหวังว่าเขาจะพัฒนาและโชว์ฟอร์มได้ดีขึ้นในปีที่สอง แต่แทนที่เขาจะมุ่งมั่นฝึกซ้อม เขากลับเรียกร้องเงินเพิ่มอีกเท่าตัว ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนทันที
ล่าสุดมีรายงานว่า เอียมาเลอาวา เตรียมย้ายไปเล่นให้ UCLA โดยรับค่าตอบแทนน้อยลงกว่าเดิม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาอาจบริหารจัดการเรื่องสัญญา NIL ได้ไม่ดีนัก
เหตุการณ์ไม่จบแค่นั้น น้องชายของเขา แมดเดน เอียมาเลอาวา (Madden Iamaleava) ก็สร้างความฮือฮาในวันเซ็นสัญญาระดับชาติ เมื่อเปลี่ยนใจจาก UCLA ไปเลือกมหาวิทยาลัยอาร์คันซอ (Arkansas) แบบฉับพลัน และยังลากเพื่อนร่วมทีมจากโรงเรียนมัธยมไปด้วยอีกหนึ่งคน
ครอบครัวเอียมาเลอาวาจึงกลายเป็นจุดสนใจของสื่อและแฟนบอล ด้วยการกระทำที่หลายคนมองว่าสร้างปัญหา ล่าสุด พอล ไฟน์บอม (Paul Finebaum) นักวิเคราะห์ฟุตบอล SEC ได้ออกมาเตือนถึงความเสี่ยงในการเซ็นสัญญากับนิโค
ในการให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 14 เมษายน ในรายการวิทยุ McElroy and Cubelic in the Morning เขากล่าวว่า “ผมจะอยู่ให้ห่างจากเขาเลย คนที่อยากได้ตัวเขาควรระวังมาก ๆ ไม่ใช่แค่ตัวนิโค แต่เป็นทั้งทีมเบื้องหลังของเขา มันมีความรู้สึกเป็นพิษต่อทีม เพราะเขาคือคนที่ทุกคนพูดถึง”
ไฟน์บอมเสริมว่า “เขาเป็นควอเตอร์แบ็คที่ดี แต่ถามว่าอยู่ในระดับสูงสุดหรือเปล่า ก็ยังไม่แน่ชัด หากทีมไหนไม่มีควอเตอร์แบ็คเลย เขาก็ยังดีกว่าคนที่อ่านแผนจากโค้ชยังไม่ได้ แต่สำหรับระยะสั้น ผมไม่คิดว่าเขาจะเปลี่ยนทีมให้ดีขึ้นได้แบบเห็นผลทันที”
“ทีมไหนจะเซ็นเขา ต้องคิดถึงต้นทุนด้วย เพราะไม่ว่าเขาจะไปที่ไหน จะมีภาพจำติดตัวว่า ‘นี่คือคนที่เรียกร้องเงินเพิ่ม เป็นตัวปัญหา ควรหลีกเลี่ยง’” ไฟน์บอมกล่าว
จากการเรียกเงินเพิ่ม ขาดการฝึกซ้อม ไปจนถึงการย้ายไป UCLA ด้วยค่าตอบแทนน้อยลง นิโค เอียมาเลอาวา กลายเป็นตัวอย่างคลาสสิกของการจัดการเรื่อง NIL ที่ผิดพลาด ซึ่งอาจกลายเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับนักกีฬารุ่นต่อไป
ไฟน์บอมกล่าวทิ้งท้ายว่า “นี่อาจเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่สำคัญที่สุดของฟุตบอลระดับมหาวิทยาลัยในช่วงหลัง ๆ มานี้”








