เชลซี และ ฟลาเมงโก้ เปิดศึกเดือดกลางสนาม หลังจากที่ มอยเซส ไคเซโด้ เข้าปะทะหนักใส่ จอร์จินโญ่ ในครึ่งแรกของศึกฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก
เหตุการณ์เกิดขึ้นไม่นานก่อนที่ เปโดร เนโต้ จะยิงให้ เชลซี ขึ้นนำ 1-0 โดย ไคเซโด้ พยายามเข้าแย่งบอลจาก จอร์จินโญ่ อดีตกองกลางเชลซี แต่กลับเข้าช้าและทำฟาวล์ชัดเจน
หลังจากนั้น ไคเซโด้ตะโกนใส่หน้าจอร์จินโญ่ ซึ่งนอนเจ็บอยู่บนพื้น ทำให้เพื่อนร่วมทีมฟลาเมงโก้ไม่พอใจและเข้ามาประท้วงทันที ผู้ตัดสิน อีวาน บาร์ตัน แจกใบเหลืองให้ไคเซโด้ ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างทั้งสองทีม
ถึงแม้จะเจ็บ แต่จอร์จินโญ่ก็สามารถเล่นต่อได้ และยังคงช่วยเกมให้ฟลาเมงโก้ได้อย่างแข็งแกร่งในช่วงต้นเกม อย่างไรก็ตาม พวกเขาต้องเป็นฝ่ายตามหลังเมื่อ เชลซีได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 13
เนโต้ฉวยโอกาสจากความผิดพลาดในแนวรับของฟลาเมงโก้ ก่อนจะหลุดเข้าไปยิงผ่านมือผู้รักษาประตู อกุสติน รอสซี่ ได้สำเร็จ นี่เป็นเกมที่สองติดต่อกันที่ เนโต้ ยิงประตูเปิดเกมให้เชลซี หลังจากที่เขาทำได้ในเกมชนะ แอลเอ เอฟซี 2-0
ฟลาเมงโก้มีโอกาสตีเสมอช่วงท้ายครึ่งแรก แต่ ลีวาย โคลวิลล์ เคลียร์บอลจากเส้นประตูได้อย่างยอดเยี่ยม
ต่อมา เชลซี เรียกร้องจุดโทษจากจังหวะที่ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ โดนทำฟาวล์ในเขตโทษ แต่หลังจากตรวจสอบ VAR อย่างรวดเร็ว กรรมการก็ไม่ได้ให้จุดโทษ
ในเกมนี้ เอ็นโซ่ มาเรสก้า ต้องเห็นลูกทีมอย่าง เนโต้ และ เลียม เดลาป โดนใบเหลืองเช่นกัน จากเหตุการณ์ต่อเนื่องกับจังหวะฟาวล์ของไคเซโด้
ก่อนเริ่มเกม จอร์จินโญ่ ซึ่งย้ายจากเชลซีไปอาร์เซน่อลในปี 2023 ได้กล่าวถึงความตื่นเต้นในการได้เจอเพื่อนเก่าอีกครั้งว่า “มันรู้สึกดีเสมอเมื่อได้เจอกับทีมเก่าของคุณ ได้เจอกับเพื่อนๆ ที่เคยร่วมทีมกัน ผมพร้อมจะช่วยทีมไม่ว่าจะในหรือนอกสนาม พูดคุยหรือแนะนำอะไร ผมก็พร้อมทำเต็มที่”
“เรารู้ว่ามันจะเป็นเกมที่ยาก เพราะเชลซีเป็นทีมที่แข็งแกร่ง เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่สุดสำหรับเกมนี้”
ทั้งเชลซีและฟลาเมงโก้ต่างเก็บ 3 คะแนนมาได้ในนัดเปิดสนามของกลุ่ม D ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก โดยเชลซีเอาชนะ LAFC ไป 2-0 ส่วนฟลาเมงโก้ชนะ เอสเปร็องซ์ เดอ ตูนิส จากตูนิเซีย ด้วยสกอร์เดียวกัน








