การแฮ็กโปรโตคอลการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) ได้กลายเป็น “งานเต็มเวลา” สำหรับกลุ่มผู้โจมตีมืออาชีพในปัจจุบัน โดยเฉพาะเมื่อพวกเขามีทักษะที่หลากหลายและสามารถใช้ในหลายด้านได้ แม้ว่าพื้นที่คริปโตโดยรวมจะปลอดภัยขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เหล่าแฮ็กเกอร์ DeFi ยังคงหาวิธีใหม่ๆ ในการสร้างความเสียหายและหาประโยชน์จากจุดอ่อนต่างๆ
ในปี 2024 มีรายงานว่าความสูญเสียจากการแฮ็กในคริปโตลดลงถึง 38% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า รวมอยู่ที่ประมาณ 424 ล้านดอลลาร์ เทียบกับปี 2022 ที่สูญเสียสูงถึง 3 พันล้านดอลลาร์ และ 1.8 พันล้านดอลลาร์ในปี 2023 แม้ว่ามูลค่าของอุตสาหกรรมและสินทรัพย์บนเชนจะเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงต่อมูลค่าต่อดอลลาร์กลับลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ตัวอย่างล่าสุดคือการแฮ็ก Radiant Capital ในเดือนตุลาคม 2024 ซึ่งสูญเสียเงินไปถึง 50 ล้านดอลลาร์ การโจมตีนี้มีความซับซ้อนมาก โดยกลุ่มแฮ็กเกอร์เกาหลีเหนือได้โจมตีผ่านการเข้าถึงกุญแจส่วนตัวของระบบด้วยวิธี “man-in-the-middle attack” หรือการสวมรอย ซึ่งใช้เทคนิคทางวิศวกรรมสังคมเพื่อหลอกลวงและเจาะช่องโหว่ในโปรโตคอล DeFi นี่เป็นตัวอย่างที่แสดงว่ามนุษย์ยังคงเป็นจุดอ่อนที่สุดในระบบ
เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับบล็อกเชนขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ImmuneFi ได้จัดการแข่งขัน Ethereum Protocol Attackathon ซึ่งเป็นการแข่งขันด้านโค้ดที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีเงินรางวัลรวมกว่า 1.5 ล้านดอลลาร์ โดยมีเป้าหมายเพื่อค้นหาและเปิดเผยจุดบกพร่องสำคัญของระบบก่อนที่จะเกิดความเสียหาย
การแข่งขันนี้เป็นขั้นตอนใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และมีความหวังว่าจะกลายเป็นกิจกรรมประจำเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับบล็อกเชนในทุกครั้งที่มีการอัปเดตครั้งใหญ่
ในอนาคต การรักษาความปลอดภัยของบล็อกเชนจะได้รับผลดีจากแนวโน้มที่รัฐบาลบางประเทศเริ่มเป็นมิตรกับคริปโตมากขึ้น เช่น การที่สหรัฐฯ มีแนวคิดในการจัดตั้งทุนสำรอง Bitcoin ซึ่งกดดันให้ยุโรปต้องปรับตัวและเป็นมิตรมากขึ้นต่อคริปโต ส่งผลให้เกิดการเติบโตของอุตสาหกรรมและกระตุ้นกิจกรรมด้านความปลอดภัยตามไปด้วย
สำหรับ ImmuneFi พวกเขาวางแผนขยายไปยังเทคโนโลยีอัตโนมัติ รวมถึงการนำ AI ขนาดใหญ่เข้ามาประสานงานในด้านมาตรการรักษาความปลอดภัยแบบเชิงรุก ซึ่งถือเป็นก้าวต่อไปของระบบรางวัลค้นหาจุดบกพร่องในอนาคต ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวจะมีการพัฒนาอย่างมากในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า และอาจเปลี่ยนโฉมหน้าของวิธีการทำงานในวงการนี้โดยสิ้นเชิง








